Blog

ชาวพุทธกับศรัทธา ที่เหลือคืออะไร? ยังคงเหลืออยู่บ้างไหมท่ามกลางข่าวที่เป็นเรื่องลบๆ ในเวลาที่พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถูกบิดเบือน และในยามที่ไม่รู้จะหาพระสงฆ์ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบได้ที่วัดไหน? แล้วชาวพุทธอย่างเราควรจะปฏิบัติตนเช่นไร? จะเอาอะไรมาเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ? ยังมีอะไรเหลือให้เรา “ศรัทธา” ได้อีกบ้าง?

หลังจากการสร้างดราม่าว่าป่วยหนักจึงไม่สามารถมอบตัวได้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ก็พยายามเข้าจับกุมเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ที่สมเด็จพระราชาคณะลำดับสูงสุด (เป็นว่าที่สมเด็จพระสังฆราช แต่ประกาศชัดว่าเป็นพี่น้องกับวัดพระธรรมกายและพึ่งโดนตรวจสอบเรื่องการครอบครองรถโบราณ) มหาเถระสมาคม พระสงฆ์มากมาย ลูกศิษย์เป็นล้าน และนักการเมืองผู้หวังผลอีกเป็นฝูง และมหาเศรษฐีให้การสนับสนุน

มีการวางแผน วางกำลังเพื่อปกป้องและขัดขวางการจับกุมในครั้งนี้  ดังภาพที่ปรากฏออกมาเช่นการเอารถแบ๊คโฮลมาขวางประตู กั้นด้วยกำแพงมนุษย์ พร้อมประกาศว่าจะไม่มอบตัวเพราะ บ้านเมืองไม่เป็นประชาธิปไตย

คำตอบของทั้งประเด็นการกล่าวอ้างว่าป่วย และ ความเหมาะสมกับความเป็นพระหรือไม่ อยู่ในคลิ๊ปนี้..

(ขอขอบคุณคลิ๊ปจาก มติชน)

 

ในคลิ๊ปเห็นได้ว่า ..

คนชุดเหลือง ..

มีทั้ง รถนั่งสบาย
มีทั้ง “แฟนคลับ” มาตามติด
มีทั้ง “ปรบมือ ร้องเพลงเชียร์”
นอกจากนั้นยังผิดศีลข้อ 2 และ ข้อ 4 อย่างชัดเจน
ยังกล้าเรียกตัวเองว่า “พระ” อีกหรือ?

คนชุดขาว..
ปากเอ่ย .. สาธุ แต่ …
นั่งรอ .. วิ่งตาม .. ร้องเพลง .. เสนอหน้า ..
ถ้าจับมือได้ กอดได้ เหมือนกอดดารา คงทำไปแล้ว
พร้อมขัดขวาง และ พร้อมใช้กำลัง
ยึดติด กับ อัตตา เห็นกงจักร เป็น ดอกบัว
ยังคิดว่า ตัวเอง เป็น “ผู้ปฏิบัติธรรม” อีกหรือ?

นี่เป็นเพียงบางส่วน ของสาเหตุ ที่ทำให้ พุทธศาสนิกชน “หมดศรัทธา” และ “สับสน” จนไม่รู้จะเดินไปทางไหน และ จะเดินอย่างไร?

แล้ว .. ยังมีอะไรเหลือ ให้เราศรัทธา ได้อีกบ้าง?

 

ชาวพุทธกับศรัทธา ที่เหลืออยู่

 

ชาวพุทธกับศรัทธา

 

สำหรับผม  .. ยังคงเชื่อมั่น และ ศรัทธาในพระพุทธศาสนา ในพระธรรมคำสั่งสอน และในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ผมเชื่อว่าไม่มีการค้นพบใด ยิ่งใหญ่ไปกว่า ..

การค้นพบ อริยสัจ 4  ของ พระพุทธองค์

แต่ผม .. ไม่ใช่คนโลกสวย โลกใบนี้มันช่างโหดร้าย ผมต้องต่อสู้ กับ พญามารอวตาร ที่มาจากทุก สาระทิศทั่วโลก  ผมถูกกิเลส ตันหา ราคะทั้ง แบบอานาล็อก และ ดิจิตัล รุมเร้าตลอดเวลา … ผมไม่สามารถหนีจากทางโลก และ หันหน้าไปสู่การปฏิบัติธรรม เพื่อให้ไปถึงซึ่งพระนิพพานได้

ด้วยเหตุผลเหล่านั้น ผมจึงเป็นพุทธแบบ Practical Buddhism เป็นพุทธที่ใช้ได้จริง ในชีวิตประจำวัน

สำหรับผู้ที่ .. ไม่ได้คาดหวังสูงถึงพระนิพพาน แต่เพียง ขอให้ทุกข์น้อยลง ก็พอ..

เพราะกิเลส ตัณหา ราคะ ยังมีเยอะ ผมเลยรักษาศีล 5 ไม่ได้ แต่ถ้าไม่จำเป็น..ผมจะไม่ทำผิดศีล

เพราะขี้เกียจตื่นเช้า ผมเลยไม่ค่อยได้ใส่บาตร…แต่จะหาเวลาไปสวดมนต์ที่วัด

เพราะทำบาปอะไรไม่ได้ระหว่างการสวดมนต์ ผมก็เลยสวด…แต่ไม่เคยหวังอะไร

เพราะการฟังเทศน์มันน่าเบื่อ ผมเลยไม่ฟัง…แต่ผมศึกษาจากพระและอินเตอร์เน็ต

เพราะไม่ยึดติด ผมจึงไม่คลั่งพระอาจารย์…แต่ผมเลือกคำสอนดีๆ จากพระทุกรูป

เพราะไม่เห็นผลอะไร ผมจึงไม่ทำบุญถวายสังฆทาน…แต่ชอบที่จะช่วยเหลือผู้อื่น

เพราะทั้งแสบตา และกลัวมือเปื้อน ผมจึงไม่จุดธูปเทียน…แต่กราบบูชาพระรัตนตรัย

เพราะพยายามแล้วไม่ติด ผมเลยเลิกปิดทองพระ…แต่จะบริจาคช่วยบำรุงวัด

เพราะรู้จักพอ ผมไม่เคยขออะไรให้ตัวเองเวลาทำบุญ…แต่จะขอให้คนที่กำลังต้องการ

เพราะไม่ใช่พระ ผมไม่สามารถละทุกสิ่ง…แต่ไม่เคยอิจฉาใคร

เพราะโลกมันวุ่นวาย ผมไม่สามารถรู้ตัวทั่วพร้อม..แต่พยายามมีสติทุกครั้งที่นึกได้

เพราะไม่มีปัญญา ผมจึงยังไม่หมดทุกข์…แต่สติก็ทำให้ผมทุกข์น้อยลง

นอกจากนั้นผมเชื่อใน “กฏแห่งกรรม” และยึดมั่นใน “ความกตัญญูกตเวที”

นั่นคือตัวอย่าง “ศรัทธา” ของผมที่เหลืออยู่กับพระพุทธศาสนาซึ่งผมนำมาใช้ในชีวิตประจำวันแบบฆราวาสทั่วไป ลองนำศรัทธาที่คุณมีไปใช้กับชีวิตประจำวันของคุณในรูปแบบชองคุณเอง แล้วคุณจะพบว่า…

ถึงแม้พระธรรมจะถูกบิดเบือน ถึงแม้พระสงฆ์จะไม่ปฏิบัติตามพระธรรมวินัย พุทธศาสนาก็ยังคงเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของทุกคนได้ เพราะ…

พระพุทธองค์ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

พระพุทธองค์เป็นนิรันดร์

พระพุทธองค์ คือ ศรัทธาที่เหลืออยู่ของชาวพุทธ

 

ขอบคุณภาพจาก : www.tnews.co.th





Leave a Reply