Blog

ครั้งหนึ่งกับ การถวายสักการะพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ของผมเกิดขึ้นเมื่อ วันที่ 2 มกราคม 2560 ซึ่งเป็นวันที่ทางสำนักพระราชวังได้สรุปยอดประชาชนที่มีความรักและเคารพในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ ทั้งสิ้นเป็นจำนวนรวม 73,290 คน! และนั่นทำให้ผมต้องใช้เวลาตั้งแต่เริ่มต่อแถว จนถวายสักการะเสร็จรวม 8 ชั่วโมง 9 นาที!!! แต่ประสบการณ์ที่ได้รับนั้น  “ดีต่อใจ” และมีค่ากว่าเวลาและพลังกายที่ใช้ไปแบบเทียบกันไม่ได้เลยทีเดียว

กบินทร์บุรี – เช้าวันที่ 2 มกราคม 2560 หลังจากที่พึ่งเสร็จสิ้นการ Download ของที่ไม่จำเป็นต้องใช้ลงในโถส้วม ผมยืนมองหน้าตัวเองหน้ากระจกเงาในห้องน้ำ และบอกตัวเองว่า

“เราเกิดมาเป็นคนหล่อเหลือเชื่อทั้งที ก็ต้องตอบแทนคุณชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพราะฉะนั้นยังไงพรุ่งนี้ต้องไปถวายสักการะให้ได้”

ช่วงสายๆ ระหว่างทางที่ขับรถกลับจากกบินทร์บุรีมากรุงเทพฯ  ผมนึกดูแล้ว..ในโลกนี้น่าจะมีคนอยู่คนเดียวทีจะยอมไปกับผมแต่โดยดี คือ “นาโน” ลูกชายคนเดียว (ก็เกินพอแล้ว) ของผมเอง

ผมก็เลยชวนลูกชาย..

“นาโน พรุ่งนี้ไปกราบพระบรมศพกันมะ?”

ลูกชายสุด love สวนผมกลับมาว่า “ไปทำไมพรุ่งนี้ ถ้าจะไปก็ไปวันนี้เลยดิพ่อ พรุ่งนี้จะได้หยุดพักสบายๆ”

เออ..มีเหตุผลเว้ยเฮ๊ย!

ผมดูเวลา..กะคร่าวๆ เดี๋ยวพาลูกชายไปไหว้แก้ ปีชง ที่ วัดจีเต็กลิ้ม  เสร็จแล้วกลับถึงบ้านที่กรุงเทพซัก 3-4 โมง อาบน้ำแต่งตัว หาอะไรกิน ไปถึงสนามหลวงซัก ทุ่ม-ทุ่มครึ่ง

วันนี้คนกรุงเทพฯ ยังไม่กลับมาจากวันหยุดปีใหม่ … รถไม่ติด และไม่น่าจะมีคนไปถวายสักการะมากนัก

ไม่ต้องรอนานชัวร์!!

อย่างแย่สุดๆ .. ตีหนึ่ง ตีสองก็น่าจะเสร็จ

“Yesss, let’s go.”

กรุงเทพมหานคร19:00 น. หลังกินข้าวเย็นเสร็จ เรียก Taxi ไปสนามหลวง สองคนพ่อลูกโดดขึ้นไปนั่ง คนขับสาว (น้อย) หันมายิ้มแล้วบอกว่า…

“พี่บอกทางหนูด้วยนะ” (แหม๋ๆๆๆ เรียกตัวเองซะน่ารักเลยนะป้า)

“อ้าว!!!” ผมกับลูกชายร้องออกมาพร้อมกัน เพราะกะว่าจะพึ่งพี่ Taxi พาไปได้ถูกจุดที่เริ่มเข้าคิว

“ไม่ต้องอ้าวเลย ปกติหนูวิ่งแต่ข้างนอก ไม่รู้จักทาง” เธอบอก

ก็ได้วะ..ผมพูดในใจ หันไปมองไอ้ลูกชายที่หันมามองผมพร้อมๆ กันโดยไม่ได้นัดหมาย .. ทำหน้าเซ็งๆ

 

19:45 ใกล้ๆ สนามหลวง พี่สาวคนขับชี้ให้ดูขบวนรถบัส ที่จอดต่อกันยาวประเภทนับไม่ไหวเลยทีเดียว พร้อมทั้งหัวเราะบอกว่า..

“ตีห้าจะได้กลับบ้านป่าวพี่?”

“อ้าวพี่เคยมาแล้วหรอ? ไหนบอกมาไม่ถูกไง?” ผมถามกลับ

“หนูมาทุกวันแหละ ที่บอกมาไม่ถูกเพราะพี่จะได้บอกทางหนูเอง รถติดขึ้นมาจะได้ไม่โทษหนูไง 5555”

เธอไม่เว้นช่องว่างให้ผมได้มีโอกาสตอบโต้ พูดต่อเนื่องมาว่า “ท้ายแถวอยู่ด้านนู้น” พร้อมกลับชี้ไปทางศาลหลักเมือง แต่ตอนนั้นเธอเลี้ยวรถมาด้านธรรมศาสตร์แล้ว ผมก็นึกในใจว่า…

“แล้วทำไมไม่ไปทางนู้นวะ?”

พี่ Taxi เหมือนจะได้ยินสิ่งที่ผมคิด เธอบอกว่า..

“แต่หนูวนมาส่งพี่ทางนี้ เพื่อพี่จะได้ดูว่าแถวมันยาวขนาดไหน? อีกอย่าง..พอหนูส่งพี่เสร็จ หนูจะได้วนไปรับผู้โดยสารที่กราบเสร็จแล้วได้ด้วย”

แม่มเอ๊ย…มึงไม่บอกกูก่อนวะ!!!

 

19:47 หลังจากลงรถ  Taxi เดินตัดสนามหลวงจากฝั่งธรรมศาสตร์ ผ่านเต้นท์ที่คนนั่งรอก่อนเข้าไปในเขตพระบรมมหาราชวัง เพื่อไปเข้าแถวด้านศาลหลักเมือง เหลือบไปมองจำนวนคนที่นั่งรออยู่…แน่นมากกกก ไม่เป็นไรมาแล้ว..ความตั้งใจเกินร้อย

ซึ่งแผนผังเส้นทางการเดินทางก่อนเข้าเขตพระบรมมหาราชวังตามจุด และ เวลา ต่างๆ ของผมเป็นดังด้านล่างนี้

(เพื่อนๆ ที่จะไปผมแนะนำให้โหลด App ที่ชื่อ Zone จาก Google Play ครับ App นี้มีช้อมูลทุกอย่างที่คุณต้องการรู้ในการไปถวาบสักการะพระบรมศพ)

แผนผังการถวายสักการะ

 

 

19:53 เดินเข้าต่อท้ายแถว พี่เจ้าหน้าที่บอกว่า …

“สำหรับท่านที่พึ่งมาตอนนี้ ไม่ต้องรีบร้อนนะครับ อย่างเร็วก็ตีหนึ่งก็เสร็จ อย่างไม่เร็วก็น่าจะเช้าครับ”

ประโยคนั่นไม่ได้ทำให้ผมหวั่นไหว .. สองคนกับลูกชายบอกว่า

“เช้าก็เช้าครับ”

หลังจากนั้นไม่นาน เจ้าหน้าที่ก็ปิดรับคิวสำหรับวันนี้ ผมกับลูกชายเรียกว่าอยู่เกือบท้ายสุด

ครั้งหนึ่งกับการถวายสักการะพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9

แต่…

สิ่งที่สังเกตุได้ และสร้างความประหลาดใจกับประทับใจผมมาก คือ ทุกคนยิ้มแย้ม สดชื่น ไม่มีการเบียดหรือพยายามแซงคิวคนอื่น และเดินกันแบบเรียงสี่อย่างมีระเบียบ

 

20:28 แถวขยับมาเรื่อยๆ ตอนนี้มาอยู่บริเวณหน้าวัดพระแก้ว (ประมาณประตูมณีนพรัตน์ตามแผนที่ด้านบน)

ครั้งหนึ่งกับการถวายสักการะพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9

ลูกชายยังสนุกกับการถ่ายรูปไปเรื่อย ได้ยินเจ้าหน้าที่เค้าบอกวันนี้ยาวกว่าปกติ 2-3 เท่า
เล่ากันว่าเมื่อวันที่ 30 ธันวาคมกว่าจะหมดก็ปาเข้าไปตีสี่ครึ่ง (วันที่ 30 ธันวาคมมีคนไปถวายสักการะรวม 73,614 คน ซึ่งนับถึงวันนี้..วันที่ 30 ธันวาคมเป็นวันที่จำนวนผู้เข้าสักการะสูงที่สุด)

ผมบอกตัวเองอีกครั้งว่า…

เอาวะ..เช้าเป็นเช้า!

 

21:02 แหงนหน้าดูพระจันทร์ … โอว พระจันทร์ยิ้มให้กำลังใจเราด้วย คืนนั้นพระจันทร์เสี้ยว..สวยมาก แต่มือถือผมไม่สามารถถ่ายได้ เลยต้องถ่ายจากกล้องลูกชายอีกที

พระจันทร์ยิ้ม

ผู้คนยังคงยิ้มแย้ม คุยกันสนุกสนาน ป้าคนนึงบอกว่า “เสร็จรอบเช้าแล้วมาต่อแถว เพื่อเข้ารอบสอง”

โห…ป้าสุดยอดว่ะ!!!

ตอนนี้เจ้าหน้าที่จิตอาสาเดินนำอาหารและเครื่องดื่มมาแจกให้ทุกคน

 

21:15 ยูเทิร์นหน้าวัดมหาธาตุ ได้เดินในเต้นท์แล้ว…ดีใจจัง (ดีใจทำไมวะ..ไม่มีแดดซะหน่อย)

มีลมเย็น (นิดๆ) เหมือนเตือนให้รู้ว่า…นี่หน้าหนาวนะ

ครั้งหนึ่งกับการถวายสักการะพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9

รับน้ำแดงจากเฮียป่อ (เต็กตึ้ง) มาดื่มเพิ่มความสดชื่นหน่อยดีกว่า

 

21:36 แถวเดินวนกลับมาหน้าวัดพระแก้วอีกครั้ง ตอนนี้น่าจะมีเสด็จมาสวดอภิธรรม แถวก็เลยหยุดเดิน หลายๆ คนก็เลยถือโอกาสนั่งพักโดยการนั่งลงบนพื้น บางคนก็ไปเข้าห้องน้ำ และอีกหลายคนก็ไปเอาอาหาร เอาเครื่องดื่มมากินกัน

ผมก็เลยจัด เส้นหมี่ลูกชิ้นน้ำใสจากเยาวราช ไปหนึ่งชาม

ครั้งหนึ่งกับการถวายสักการะพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9

ช่วงนี้น้อง Krongkwan Khammuang เห็นผม Update การมาถวายสักการะฯ ของผมบน Facebook เป็นระยะๆ

เธอบอกมาว่าเธอนั่งอยู่ในเต้นท์แล้ว และยังใจดีคอย update  สถานะการณ์ให้ผมรับทราบตลอดเวลา

เท่านั้นไม่พอ..ยังคอยให้กำลังใจผมตลอดทั้งคืนอีกด้วย..

ขอบคุณมากมายเลยครับ

 

23:18 ระหว่างเดินเข้าไปยังเต้นท์นั่ง เห็นพี่ตำรวจสองคนนั่งอยู่ รู้สึกขอบคุณจริงๆ ที่มาทำหน้าที่ เพื่อให้ทุกคนปลอดภัย จนดึกดื่น

ตำรวจ

มาถึงตรงนี้..เท่ากับว่าผมเดินย้อนมาถึงจุดเริ่มต้นเมื่อตอน 19:51 แล้วเท่ากับใช้เวลาไป 3 ชั่วโมงกับ 27 นาที ทุกๆ คนรอบตัวผมยังไม่มีใครแสดงอาการอ่อนล้า หรือเบื่อแต่อย่างใด .. ทุกคนสู้จริงๆ นับถือๆ

 

23:27 ได้มายืนข้างๆ เต้นท์แล้ว มองเข้าไป..คนยังเต็มทุกที่นั่ง

อบอุ่นดี… เพื่อนเยอะ 5555

เช่นเดียวกับ Krongkwan Khammuang ที่บอกว่า “หนูหย่อนก้นลงเก้าอี้ โซน ค7 ตอน 20:39 น. จนตอนนี้ ก็ยังนั่งอยู่ที่เดิม เพื่อนเยอะเชียวค่า”

ถึงตอนนี้ เพื่อนๆ ที่ติดตามผมบน facebook ที่คอยตามลุ้น ตามให้กำลังใจผมตลอด บางคนที่อยู่คุยเป็นเพื่อนมาตั้งแต่หัวค่ำ ก็เริ่มไปนอนกันแล้ว

ค่ำคืนนี้..มีอยู่อย่างหนึ่งที่ผมสัมผัสได้คือ..เวลาทำความดี มีแต่คนสนับสนุน

และผมก็ยึดมั่นในคำสอนของในหลวงจากเรื่อง  “พระมหาชนก”

คนเราต้องมีความเพียร..ผมจะรอต่อไปแม้จะยังไม่เห็นกำแพงพระบรมมหาราชวัง

 

00:36 ตอนนี้ได้เข้ามานั่งแล้ว แถว ช. ช้าง เป็นแถวรองสุดท้าย ทุกคนเริ่มกินอาหารมื้อดึกกันแล้ว ผมก็เลยไปเอาผัดไทมากิน  ระหว่างที่รอคิวรับผัดไท ก็นึกในใจว่า..

“คนที่นั่งใกล้ๆ เรา..เดี๋ยวคงต้องเดิามาหาอะไรกินแน่ๆ ทำไมเราไม่เอาไปเผื่อเค้าด้วย จะได้ไม่ต้องเดินมาให้เมื่อย ไหนๆ เราก็เดินมาแล้ว”

ก็เลยเอาผัดไท 2 กล่องไปเผื่อคุณป้า คนข้างๆ ที่เดินมาด้วยกันตั้งแต่หัวค่ำด้วย

ครั้งหนึ่งกับการถวายสักการะพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9

ป้าแกรับไปพร้อมกับกล่าวขอบคุณและชื่นชมผม

“โอย..ขอบคุณค่ะ น่ารักจริงๆ เลยคุณนี่”

ผมเลยบอกกลับไปว่า..

“อย่าชมว่าผมน่ารักเลยครับ ชมว่าผม (ใจ) หล่อ ดีกว่า”

แกหัวเราะใหญ่….5555

ทำดีแค่นี้ มีน้ำใจแค่นิดเดียว มันก็ทำให้ผมรู้สึก…

“อิ่มในใจ” แล้วครับ

 

01:30 น้อง Krongkwan Khammuang ส่งข่าวมาว่าได้เข้าไปในพระบรมมหาราชวังแล้ว … ดีใจด้วยนะ

 

02:13 ผมตื่นขึ้นมาหลังจากแอบนั่งหลับไปวูบหนึ่ง หลายๆ คนก็หลับครับ แต่ไม่มีใครยอมแพ้ แล้วหนีกลับเลย

ครั้งหนึ่งกับการถวายสักการะพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9

ส่วนเจ้าลูกชายยังเอาหูฟังมานั่งดูคลิ๊ปบน iPhone อยู่เหมือนเดิม

เห็นพ่อตื่นมา ก็เลยคุยกัน..ลูกชายเล่าให้ฟังว่า เมื่อสักพักเดินไปเข้าห้องน้ำมา และได้คุยกับพี่ผู้หญิงที่เป็นคนทำความสะอาดห้องน้ำ เค้าบอกว่า วันนี้คนเยอะมาก ต้องเหนื่อยมากกว่าปกติ เดี๋ยวตีสี่ถึงจะมีอีกชุดมาสลับกัน

คุยจบเลยให้ตังค์เค้าไป (ขอไม่บอกว่าเท่าไหร่)

“ดีมากลูก…เค้าเสียสละเพื่อให้เราทุกคนสบาย และงานที่เค้าทำเป็นงานที่มีเกียรติ เค้าได้ถวายงานให้กับในหลวง คนอย่างเราเสียอีกที่ไม่ได้ทำอะไรเลย”

“พ่อดิไม่ได้ทำ โนมาเป็นจิตอาสา 2 หนแล้ว” (จริงๆ โดนบังคับมากับ รอดอ มาคอยพาคนข้ามถนน)

เออ..กับคนอื่นนี่ดีกะเค้าทุกคน แต่กับพ่อ..กวนจริงๆ นะมึง

 

02:35 หลังจากที่ทุกคนช่วยกันเก็บเก้าอี้ในเต้นท์ เราก็เริ่มเดินมุ่งหน้าไปยังประตูวิเศษไชยศรีเพื่อเข้าไปในพระบรมมหาราชวัง…ตื่นเต้นๆ

ถึงตอนนี้  น้อง Krongkwan Khammuang บอกว่า..

“กราบเสร็จแล้ว น้ำตาซึม … กลับแล้วค่ะ สู้ๆค่ะพี่ ^^”

ขอบคุณนะครับที่อยู่เป็นเพื่อนกันมาทั้งคืน

 

02:55 เข้ามาในพระบรมมหาราชวัง ได้ซักพัก ตอนนี้ทุกคนเข้ามารอในนี้หมดแล้ว ดูแล้วคงอีกซักพักว่าจะได้เข้าไปข้างใน เจ้าหน้าที่บอกว่าให้นั่งรอก่อนนะครับ

ทุกคนก็นั่งลงที่พื้น เด็กๆ หลายคนนอนลงบนพื้นพร้อมหนุนตักแม่ .. เป็นภาพที่อบอุ่นมากๆ เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปมาด้วย

ส่วนลูกชายผม ยังไม่มีทีท่าว่าจะง่วง จัดการรื้อเอากล้องออกมาถ่ายรูปเล่น…พลังเหลือเฟือจริงๆ นะคุณพี่

ครั้งหนึ่งกับการถวายสักการะพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9

 

03:32 “เอ้า..ลุกครับลุก เดินเข้าข้างในเลยครับ” พอสิ้นเสียงที่เป็นดั่งเสียงสวรรค์ ทุกคนลุกพรึบแล้วเริ่มเดินเข้าไปด้านใน

ครั้งหนึ่งกับการถวายสักการะพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9

เดินผ่านมาเห็นพี่ทหารคนนี้ยืนนิ่งจริงๆ เหมือนกับหุ่นเลย

ครั้งหนึ่งกับการถวายสักการะพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9

แกคงยืนแบบนี้มานานหลายชั่วโมงแล้ว นี่สินะเค้าถึงเรียกว่า

“ท. ทหารอดทน”

พี่สุดยอดมากเลยครับ…

 

03:40 มาถึงประตูพิมานไชยศรี ซึ่งเป็นประตูสำคัญอย่างมาก เพราะเป็นเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินและเส้นทางสัญจรหลักเข้าสู่พระราชฐานชั้นกลาง

มองตรงไปจะเห็น พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท โดย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2419  ประกอบด้วย ปราสาท 3 องค์ ทอดตัวจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก แต่ละองค์เชื่อมต่อกันด้วยมุขกระสันโดยตลอด

พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท มีความโดดเด่นกว่าพระที่นั่งในหมู่พระที่นั่งจักรีมหาปราสาทอื่นๆ เนื่องจากเป็นผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมไทยกับสถาปัตยกรรมยุโรป โดยตัวอาคารพระที่นั่งมีรูปแบบสถาปัตยกรรมยุโรป แต่หลังคาพระที่นั่งเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมไทย จนเป็นที่มาของชื่อ “ฝรั่งสวมชฎา”

ประตูพิมานไชยศรี

ผ่านประตูพิมานไชยศรีเข้ามา เป็นบริเวณสุดท้ายที่อนุญาตให้ถ่ายรูปได้ คนก็เลยถ่ายกันใหญ่ เจ้าหน้าที่ก็บอก เดินครับ เดินๆ ครับ (กูอยากกลับบ้านแล้วครับ)

 

03:47  จากรูปด้านล่าง จะเห็นประตูกำแพงแก้ว ซึ่งเป็นประตูเข้าไปสู่ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท (อยู่ทางซ้ายของรูป) หลังประตูกำแพงแก้วเป็นบริเวณที่ห้ามถ่ายภาพใดๆ ทั้งสิ้น

พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทถูกสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๑ ถูกใช้เป็นที่ประดิษฐานพระบรมศพของพระมหากษัตริย์ และพระบรมราชวงศ์ชั้นสูงหลายพระองค์ อย่างเช่น เมื่อรัชกาลที่ ๑ เสด็จสวรรคต ได้อัญเชิญพระบรมศพมาตั้งไว้ที่พระที่นั่งองค์นี้ จนกลายเป็นธรรมเนียมที่จะต้องประดิษฐานพระบรมศพสมเด็จพระมหากษัตราธิราชเจ้า และ สมเด็จพระอัครมเหสีไว้บนพระที่นั่งองค์นี้

และแน่นอน..พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ประดิษยฐานอยู่ที่พระที่นั่งองค์นี้นั่นเอง

กดเพื่อดูคลิ๊ป ความเป็นมาพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

 

มาถึงตรงนี้…เหลือเพียงคุณ Jayjay Rintifah ที่ยังคอมเม้นท์บน facebook ของผมอยู่

โพสว่า “เอาใจช่วยอยู่นะคะ” 

ขอบคุณมากเลยครับ

 

03:51 เวลาที่รอคอยมาถึงแล้ว ผมก้าวเข้าบริเวณที่ประดิษยฐานพระบรมโกศ เพียงก้าวแรกที่ผ่านประตูเข้าไป  พร้อมสายตาจ้องมองที่พระบรมโกศ

ณ วินาทีนั้น ผมรู้สึกเย็นสบายอย่างบอกไม่ถูก ผมเห็นในห้องสว่างโล่ง หูผมไม่สามารถได้ยินอะไรทั้งสิ้น ผมรู้สึกเหมือนกับไม่มีคนอยู่ในนั้นเลย ผมลืมทุกอย่างรอบตัวแม้แต่ลูกชายตัวเอง

มารู้สึกตัวอีกทีตอนลูกชายบอกให้นั่งลงเพื่อกราบพระบรมโกศ

ผมนั่งลงและก้มลงกราบพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แล้วก็ลุกขึ้นเตรียมและเดินออกไปตามขั้นตอนที่เจ้าหน้าที่คอยกำกับให้ทุกคนทำ

ระหว่างนั้นผมมองไปที่ พระมหาพิชัยมงกุฏ (1 ในเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์) ที่อยู่ทางด้านล่างซ้ายของพระบรมโกศตามที่เพื่อนคนหนึ่งแนะนำ และตั้งจิตอธิษฐานว่า …

“ขอให้ข้าพระพุทธเจ้า มีสติ ปัญญาและพลังที่จะต่อสู้กับอุปสรรคและปัญหาทั้งปวง”

ขอบคุณ Krisanapotchana Sithisukh สำหรับรูปและคำแนะนำดีๆ

 

03:53 ผมเดินลงมาข้างล่างพร้อมลูกชาย ระหว่างนั้นเห็นผู้คนจำนวนหนึ่งก้มกราบอยู่ที่ผนังด้านนอก  ซึ่งด้านในก็คือผนังด้านขวาของพระบรมโกศ นับได้ว่าจุดนั้นใกล้พระบรมโกศที่สุด ใกล้กว่าตอนเรากราบข้างในด้วยซ้ำ

ผมพนมมือระหว่างคิ้ว น้ำตาคลอ  แล้วก้มกราบที่ผนังพร้อมกับอธิษฐานในในว่า..

“ข้าพระพุทธเจ้าสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดไม่ได้ กับทุกสิ่งทุกอย่างที่พระองค์ได้ทรงทำเพื่อคนไทยและประเทศไทย ขอให้พระองค์ดลบันดาลให้ประเทศไทยมีแต่ความสงบสุขตลอดไปด้วยเทอญ”

 

04:00 ผมได้รับภาพพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเป็นพระบรมฉายาลักษณ์ที่ประดิษฐานอยู่บนหน้าพระบรมโกศประดับตกแต่งด้วยดอกไม้ 3 สี เหลือง ขาว และเขียว มีดอกไม้ประดิษฐ์เป็นรูปกระต่าย สัตว์ประจำปีนักษัตรประจำปีพระราชสมภพอยู่ด้านหน้า มาเป็นที่ระลึก

ถุงข้าวพอเพียง และ ภาพที่ระลึกที่พระราชทานแก่พสกนิกรที่เข้าสักการะพระบรมศพ(วันนั้นไม่ได้รับ “ถุงข้าวพอเพียง” ครับ … น่าจะหมดไปก่อนหน้านั้น ผมมาได้ถุงข้าวในวันที่ 7 มกราคม 2560 ซึ่งผมไปถวายสักการะอีกรอบหนึ่ง)

04:02 ผมหันหลังกลับไปถ่ายรูปประตูศรีสุนทร ที่พึ่งเดินออกมาพร้อมความรู้สึกดีๆ (ถึงแม้จะมีบางช่วงที่เศร้าบ้างก็ตาม) กับสิ่งที่ได้ทำในค่ำคืนนี้
ประตูศรีสุนทร

 

8 ชั่วโมง กับอีก 9 นาที กับภาระกิจ การถวายสักการะพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ของผม

8 ชั่วโมง กับอีก 9 นาที ที่ “ดีต่อใจ” มากๆ

8 ชั่วโมง กับอีก 9 นาที ในชีวิตประจำวันปกติดูเหมือนเป็นเวลาที่ยาวนาน มันเท่ากับการทำงานหนึ่งวันเต็มๆ เลยทีเดียว

8 ชั่วโมง กับอีก 9 นาที ในคืนนี้ ผมรู้สึกว่ามันสั้นมาก ทุกวินาทีใจผมมุ่งมั่นที่จะเข้าไปกราบถวายสักการะ

8 ชั่วโมง กับอีก 9 นาที ไม่มีแม้แต่วินาทีเดียวที่ผมรู้สึกเบื่อกับการรอคอย ท้อถอย หรืออยากจะกลับบ้าน

8 ชั่วโมง กับอีก 9 นาที ทำให้ผมได้เห็นอะไรๆ ที่ไม่เคยได้เห็นจากคนไทยที่มาร่วมถวายสักการะในช่วงวันและเวลาเดียวกับผม

8 ชั่วโมง กับอีก 9 นาที ผมได้เห็นจิตใจ อันมุ่งมั่นและความตั้งใจ อันแน่วแน่ของทุกคน

8 ชั่วโมง กับอีก 9 นาที ผมเห็นความเอื้ออาธรณ์ ที่มอบให้กันอย่างไม่หวังอะไรตอบแทน

8 ชั่วโมง กับอีก 9 นาที ผมเห็นความมีระเบียบ อันดีงาม ไม่การแย่ง เบียดเสียด หรือแซงคิว

8 ชั่วโมง กับอีก 9 นาที ผมเห็นการให้ความร่วมมือด้วยใจอย่างเต็มใจ ระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชน

8 ชั่วโมง กับอีก 9 นาที ผมเห็นน้ำใจของจิตอาสา อันบริสุทธิ์ที่คอยบริการและให้ความช่วยเหลือทุกๆ คน

8 ชั่วโมง กับอีก 9 นาที ผมเห็นความเสียสละ อันยิ่งใหญ่ของเจ้าหน้าที่ทุกคน

8 ชั่วโมง กับอีก 9 นาที ผมได้รับกำลังใจ อันยิ่งใหญ่จากเพื่อนๆ ที่คอยลุ้นผมตั้งแต่หัวค่ำ จนถึงเช้า

ผมว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ได้หาดูกันง่ายๆ ในสังคมปัจจุบัน จะมีกี่ครั้งที่เรารวมใจเป็นหนึ่งเดียวเช่นนี้

นี่แหละครับ…สิ่งที่ผมขอพระองค์ท่าน ผมอยากให้ประเทศไทยและคนไทยเป็นแบบนี้ตลอดไป

 

04:10 ขึ้นรถเมล์ฟรีเพื่อจะไปต่อ Taxi แถวๆเสาชิงช้า คนขับรถเมล์ขับวนมาทางด้านศาลฎีกา ผมเห็นคิวของประชาชนที่จะมาสักการะในรอบเช้าเริ่มมาต่อแถวกันแล้ว

และระหว่างทางกลับบ้าน ผมถามลูกชายว่า “เหนื่อยมั๊ย? เบื่อมั๊ย?”

คำตอบคือ “ไม่เลย”

ผมบอกว่า “จงภูมิใจ ที่เราได้ใช้สิทธิ์ในความเป็นคนไทยอย่างเต็มที่ เรามาต่อแถวเหมือนทุกคน ไม่คิดจะเอาเปรียบคนอื่น”

ลูกชายตอบว่า “เราใช้สิทธิ์ของเรามากกว่าคนอื่นต่างหาก เรารอนานกว่าคนอื่นอีกนะพ่อ”

 

10:00 ผมตื่นขึ้นมา ซักพักมีเพื่อนคนหนึ่งส่งรูปนี้มาให้

โอว…คนน้อยดีจัง!

ทันใดนั้นผมก็นึกถึงลูกชายผมขึ้นมาทันที

“กูไม่น่าเชื่อมึงเลย”

 





Leave a Reply








สวัสดี..ครับ

Search

Tag Cloud

#Responsive Web #User Interface #ประสบการณ์การใช้งาน Digital Marketing F. Hilaire OST. ฟ. ฮีแลร์ OST. ฟ. ฮีแลร์ ครูฝรั่งแห่งสยามประเทศ SEM SEO SMM UI User Experience UX กลยุทธ์ การออกแบบเว็บที่ดี การออกแบบเว็บไซต์ การออกแบบเว็บไซต์ที่ดี การเลี้ยงปลาเสือตอ ความหวังในการเพาะพันธุ์ ปลาเสือตอ ความเป็นมาของปลาเสือตอ คุณลักษณะของเว็บไซต์ที่ดี จำนวนผู้ใช้งานมือถือ จำนวนผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ต ดรุณศึกษา ประสบการณ์ชีวิต ปลาเสือตอ ปลาเสือตอพันธุ์ไทย ปลาเสือตอลายคู่ ปลาเสือตอลายใหญ่ ปลาเสือตอเขมร ฝึกพูดภาษาอังกฤษ พระมหาชนก ฟ.ฮีแลร์ ครูฝรั่งแห่งสยามประเทศ ภาพยนตร์ ฟ. ฮีแลร์ วิธีดูปลาเสือตอ วิธีเพิ่ม UX วิธีเลี้ยงปลาเสือตอ ศาสนา ศาสนาพุทธ หนัง ฟ. ฮีแลร์ องค์ประกอบของเว็บไซต์ที่ดี ฮวงจุ้ย ฮวงจุ้ยที่ทำงาน เหรียญพระมหาชนก โรงเรียนอัสสัมชัญ