Blog

การออกแบบเว็บไซต์ที่ดี ตอนที่ 5 … การจัดการข้อมูล

เมื่อเรามีเน้ือหา (หรือข้อมูล) ที่ดีแล้ว แต่หากเราไม่มี การจัดการข้อมูล อย่างมีประสิทธิภาพและมีกลยุทธ์ในการนำเสนอ นับว่าเป็นการ “เสียของ” และ “น่าเสียดาย” เป็นอย่างยิ่ง

การจัดการข้อมูล หรือ Content Management เป็นองค์ประกอบหนึ่งของเว็บไซต์ที่ดีนั้น หลายๆ คนเข้าใจว่าคือการนำเสนอข้อมูลบนหน้าเว็บเท่านั้น แต่ในความจริงแล้วในส่วนที่เป็นหลังบ้าน ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างของเว็บ โครงสร้างของฐานข้อมูล การดูแลจัดการ หรือความปลอดภัยของข้อมูล ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการข้อมูลทั้งสิ้น

 

การออกแบบโครงสร้างของตัวเว็บและข้อมูล

ในส่วนนี้เป็นส่วนหลังบ้านจึงเป็นหน้าที่ของมนุษย์ IT ทั้งหลายในการจัดการ โดยสถาปัตยกรรมที่ได้รับการยอมรับและถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในการพัฒนา Application คือ “3-Tier Architecture” หรือ สถาปัตยกรรม 3 ชั้น นั่นเอง

หลักการง่ายๆ คือ แต่ละชั้นจะถูกแยกออกจากกันโดยเด็ดขาดทั้ง Hardware, Software, การพัฒนาและการดูแลรักษา เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มความปลอดภัย เพื่อให้ดูแลรักษาได้ง่ายขึ้น เพื่อลดเวลาในการพัฒนา และอื่นๆ อีกมากมาย

ลองมาดูกันว่า 3-Tier Architecture ทำงานยังไงนะครับ

1. Presentation Tier ทำหน้าที่ในการแสดงผลบนหน้าจอของผู้ใช้งาน (Users) เช่นสี ฟอนท์ เมนู ฟอร์ม และอื่นๆ ที่เป็นเรื่องของหน้าตา ความสวยงาม หรือ User Interface (UI) นั่นเอง

อีก 2 Tier เป็นการทำงานบน Server และผู้ใช้งานจะมองไม่เห็นการทำงานของมัน มักจะเกิดขึ้นเมื่อมีการ อ่าน/เขียน/แก้ใข เนื้อหาหรือข้อมูลบนเว็บไซต์

2. Logic Tier ทำหน้าที่ในการประมวลตรรกะที่ต้องใช้ในการทำงาน ประมวลผลและควบคุมการทำงานต่างๆ เช่น การคำนวน VAT ของการสั่งซื้อสินค้า การคิดยอดรวมทั้งสิ้น การสมัครสมาชิกของเว็บ เป็นต้น โดย Logic Tier จะรับ Input หรือคำสั่งจาก Presentation Tier แล้วดำเนินการให้คำสั่งเสร็จสมบูรณ์ โดยมีการอ่าน/เขียน/แก้ใข ข้อมูลจาก Database Tier มาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการด้วย

3. Database Tier – ทำหน้าที่เก็บข้อมูลทั้งหมดของ Website

3-tier Architecture

 

เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจน ขอตัวอย่างให้ฟัง…ดังนี้

ขณะที่ผมกำลังเข้าไปใช้งานเว็บขายของเว็บหนึ่ง ทุกสิ่งที่ผมกำลังเห็นบนหน้าจอของผมก็คือ Presentation Tier หลังจากนั้นผมกดปุ่มเพื่อให้มันแสดงประวัติการซื้อสินค้าที่ผมเคยซื้อบนเว็บนี้ คำสั่งนั้นก็จะถูกส่งไปยัง Logic Tier ซึ่งจะเป็นผู้เรียกข้อมูลจาก Database ขึ้นมาทำการประมวลผลและส่งกลับไปให้ Presentation Tier เพื่อแสดงผลให้ผมดูอีกที

ฟังดูช่างง่ายดายไม่มีอะไรซับซ้อน แต่ถ้ามันแสดงผลได้ช้า เว็บล่มบ่อย ปัญหาอาจจะเกิดมาจากการออกแบบโครงสร้างที่ไม่ดีก็เป็นได้

โครงสร้างของ Database นั้นข้อมูลจะถูกเก็บอยู่ในรูปแบบของตาราง (Table)  ในแนวตั้งของตาราง (Colum) แต่ละช่องเรียกว่า Fields ส่วนแนวนอน (Row) เรียกว่า Record เช่นข้อมูลของลูกค้า ถูกเก็บในตารางที่ชื่อ “Customer”  โดยที่ 1 Record ก็คือข้อมูลของลูกค้า 1 คนที่ประกอบไปด้วย Fields ต่างๆ เช่น User ID, ชื่อ, นามสกุล, และรายละเอียดอื่นๆ ที่เป็นของลูกค้าคนนั้นเป็นต้น

นอกจากนั้นก็อาจจะมีตารางอื่นๆ อีกมากมายแล้วแต่ว่าเว็บให้บริการอะไรและผู้ให้บริการต้องการเก็บข้อมูลอะไรบ้าง ตารางเหล่านี้จะต้องมีความสัมพันธ์ (Relationship) กันเพื่อดึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องขึ้นมาประกอบกัน ดังเช่นตัวอย่าง ข้อมูลการซื้อสินค้าในอดีตของผม ตาราง “Order” กับตาราง “Customer” จะต้องมี Field หนึ่งที่มีความสัมพันธ์กัน เพื่อที่จะบอกว่า รายการสั่งซื้อไหนเป็นของผมบ้าง จึงจะสามารถเรียกข้อมูลขึ้นมาแสดงผลได้อย่างถูกต้อง

ดังนั้นการออกแบบตาราง ความสัมพันธ์ของตาราง และการออกแบบ Fields ต่างๆ บน Database นอกจากจะมีผลกับความเร็วในการดึงข้อมูลขึ้นมาเพื่อประมวลและแสดงผลแล้ว ยังมีผลต่อการจัดหมวดหมู่ของข้อมูล และการสร้างเมนูของตัวเว็บเองอีกด้วย

การจัดการเนื้อหา

ส่วนนี้จะเป็นส่วนหน้าบ้าน เป็นส่วนที่ลูกค้าจะเข้ามาใช้งาน เข้ามาบริโภคข้อมูลที่เจ้าของเว็บกำลังนำเสนอ และเพราะ Content คือสิ่งที่สำคัญที่สุดของเว็บไซต์ ดังนั้นหน้าที่ที่สำคัญที่สุดของผู้ดูแลบ้านหรือ เว็บแอดมิน ก็คือ..

การจัดการเนื้อหา หรือ Content Management นั่นเอง

Content แต่ละชิ้นไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบของตัวอักษร ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว หรือ คลิ๊ปเสียงก็ตาม ล้วนมีวงจรชีวิตหรือขั้นตอนในการจัดการ 5 ขั้นดังต่อไปนี้

1. สร้าง – หมายถึงการเตรียมการต่างๆ ก่อนจะเอา Content ขึ้นเว็บ เช่นการถ่ายทำและตัดต่อคลิ๊ปวีดีโอ การร่างบทความ การถ่ายและแต่งภาพ เป็นต้น

2. เผยแพร่ – เมื่อทุกอย่างพร้อมก็โพสขึ้นไปบนเว็บ ณ วินาทีที่ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึง Content ได้ก็ถือว่ามันถูกเผยแพร่แล้วนั่นเอง

3. แก้ใข – แก้ใขเนื้อหาหรือตัว Content ที่ถูกเผยแพร่ไปแล้ว

4. เฝ้าดู – การทำให้ Content สามารถถูกเข้าถึงได้อย่างต่อเนื่อง การเข้าไปโต้ตอบกับโพสหรือเว็บบอร์ด การอัพเดทเวอร์ชั่น

5. ลบหรือหยุดให้บริการ – Content บางตัวมีอายุของมัน เมื่อมันหมดอายุจึงจำเป็นต้องเอามันออกจากเว็บไซต์หรือหยุดให้บริการ

ในการจัดการสิ่งเหล่านี้ เราใช้ Content Management System (CMS) เป็นตัวจัดการ  เอาง่ายๆ…ขณะที่คุณใช้ Facebook โพสนู่นนี่นั่นให้เพื่อนๆ ได้เห็นได้อ่าน ในโหมดนั้น Facebook ก็ทำหน้าที่เป็น CMS ของคุณนั่นเอง

สิ่งที่สำคัญต้องจัดการอย่างมีกลยุทธ์ด้วย เช่นการโพสไม่ใช่สักแต่โพสๆ ขึ้นไป ทำเสร็จเมื่อไหร่ก็โพส  แต่จะต้องศึกษาด้วยว่าโพสวันไหน เวลาไหนให้ผลลัพธ์ดีที่สุด หรือความถี่ในการโพสควรจะมากน้อยขนาดไหน หรือหน้าไหนหรือส่วนไหนของเว็บที่คนเข้ามากและน้อยที่สุด หรือ Content แบบไหนที่เป็นที่นิยม เป็นต้น

เพราะข้อมูลเหล่านี้เป็นประโยชน์กับคุณทั้งสิ้น และข้อมูลสถิติที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานเหล่านี้มักจะมีใน CMS อยู่แล้วหรือมีของฟรีให้ใช้กันมากมาย  ดังนั้นจงนำมาใช้เผื่อประโยชน์ของคุณเอง

สรุป

การจัดการเนื้อหา หรือ ข้อมูล ควรจะถูกกำหนดเป็นขั้นตอนที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องใช้เป็นหลักในการปฏิบัติการ และควรถูกกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งในการออกแบบเว็บไซต์ ซึ่งจะครอบคลุมทั้งในส่วนหน้าบ้านและหลังบ้าน

ในส่วนของหลังบ้าน คือการเก็บข้อมูล การเตรียมข้อมูลให้พร้อมสำหรับการนำไปใช้  เป็นเรื่องของโครงสร้างของเว็บไซต์และโครงสร้างของข้อมูล  การออกแบบด้วย 3-Tier Architecture (Presentation, Logic, และ Database) สามารถช่วยให้เว็บทำงานได้อย่างรวดเร็ว มีความปลอดภัยสูง มีเสถียรภาพสูง และดูแลจัดการได้ง่าย

ในส่วนหลังบ้าน คือการเอาข้อมูลจากส่วนหลังบ้านไปนำเสนอให้ผู้ใช้งาน เป็นเรื่องของกลยุทธ์ในการนำเสนอและจัดการกับเนื้อหาสาระบนเว็บอันเกิดจากการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลของเว็บ  โดยมีเครื่องมือที่ชื่อ Content Management System เป็นหัวใจสำคัญ

สำหรับตอนหน้า..เราจะพูดถึงเรื่อง Search กันว่าควรจะเป็นยังไง

 

 




2 Comments:

  1. […] การจัดการเนื้อหา ก็เป็นเรื่องที่สำคัญ […]

  2. […] สามารถทำได้ด้วยการจัดหมวดหมู่ของเนื้อหา […]


Leave a Reply








สวัสดี..ครับ

Search

Tag Cloud

#Responsive Web #User Interface #ประสบการณ์การใช้งาน Digital Marketing F. Hilaire OST. ฟ. ฮีแลร์ OST. ฟ. ฮีแลร์ ครูฝรั่งแห่งสยามประเทศ SEM SEO SMM UI User Experience UX กลยุทธ์ การออกแบบเว็บที่ดี การออกแบบเว็บไซต์ การออกแบบเว็บไซต์ที่ดี การเลี้ยงปลาเสือตอ ความหวังในการเพาะพันธุ์ ปลาเสือตอ ความเป็นมาของปลาเสือตอ คุณลักษณะของเว็บไซต์ที่ดี จำนวนผู้ใช้งานมือถือ จำนวนผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ต ดรุณศึกษา ประสบการณ์ชีวิต ปลาเสือตอ ปลาเสือตอพันธุ์ไทย ปลาเสือตอลายคู่ ปลาเสือตอลายใหญ่ ปลาเสือตอเขมร ฝึกพูดภาษาอังกฤษ พระมหาชนก ฟ.ฮีแลร์ ครูฝรั่งแห่งสยามประเทศ ภาพยนตร์ ฟ. ฮีแลร์ วิธีดูปลาเสือตอ วิธีเพิ่ม UX วิธีเลี้ยงปลาเสือตอ ศาสนา ศาสนาพุทธ หนัง ฟ. ฮีแลร์ องค์ประกอบของเว็บไซต์ที่ดี ฮวงจุ้ย ฮวงจุ้ยที่ทำงาน เหรียญพระมหาชนก โรงเรียนอัสสัมชัญ