Blog

วิธีดูเหรียญพระมหาชนก ว่ามีจุดสังเกตุตรงไหนบ้างเพื่อป้องกันการโดนหลอกให้ซื้อของปลอม เนื่องจากช่วงเวลานี้คือ เหรียญ ธนบัตร และอะไรๆ ที่เกิดขึ้นในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ กำลังเป็นที่ต้องการอย่างมาก ราคาสูงจึงสูงลิบลิ่ว แน่นอน..เหรียญหระมหาชนก เป็นหนึ่งในเหรียญที่มีความต้องการมาก เหรียญปลอมก็เลยออกมากันเยอะทีเดียวในช่วงนี้

ประวัติความเป็นมาของ เหรียญพระมหาชนก

หนังสือพระราชนิพนธ์ “พระมหาชนก” เป็นหนังสือพระราชนิพนธ์ใน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดพิมพ์ขึ้นในปีกาญจนาภิเษก ครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ในปีพุทธศักราช 2539  แนวคิดสำคัญของเรื่องคือ มุ่งสอนให้ผู้อ่านตระหนักถึงความเพียรเพื่อที่จะฝ่าฝันทุกอุปสรรคให้ผ่านพ้น  ซึ่งข้อคิดนี้เป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้ทรงสนพระราชหฤทัย  ในการนำเรื่องนี้มาทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นใหม่ หลังจากที่ได้ทรงสดับ พระธรรมเทศนาของสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (วิน ธมมสาโรมหาเถร) วัดราชผาติการาม เมื่อ พ.ศ. 2520 โดยทรงแปลจากต้นฉบับในพระไตรปิกฏ (พระสุตตันตปิฏก ขุททกนิกาย ชาดกเล่มที่ 4 ภาคที่ 2 ) ทรงดัดแปลงเล็กๆ น้อยๆ ให้เข้าใจง่ายขึ้น และเสร็จสมบรูณ์ เมื่อ พ.ศ. 2531

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชประสงค์ ให้จัดสร้างเหรียญพระมหาชนกคู่เคียงกันไปด้วย ในครั้งนั้นศิลปินและประติมากรร่วมกันออกแบบถวาย เพื่อทรงวินิจฉัยหลายแบบด้วยกัน แต่ทรงมีพระราชปรารภว่า ควรเป็นรูปที่พระมหาชนกกำลังว่ายน้ำ และหันมาสนทนาธรรมกับนางมณีเมขลา ซึ่งแนวพระราชดำรินี้ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ ได้เคยทรงร่างเป็นภาพลายเส้นไว้ จึงได้นำมาเป็นต้นแบบที่ด้านหนึ่งของเหรียญ พร้อมกำกับอักษรว่า”พระมหาชนก ” เป็นภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาเทวนาครีไว้ เหรียญพระมหาชนกจัดสร้างขึ้นพร้อมกับงานพิมพ์พระราชนิพนธ์ ด้วยนัยแห่งพระราชดำริ อันพ้องกับคติธรรม ซึ่งดำรงอยู่ในเรื่องราวแห่งพระชาดกนั้น
           “ ที่ต้องมีเหรียญนี่ เป็นพระราชดำริที่ลุ่มลึกมากนะครับ ” อาจารย์ นนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน ประติมากรผู้ปั้นแบบเหรียญพระมหาชนกอธิบาย  
           “ เพราะหนังสือ เมื่อเราอ่านแล้ว เราก็วางไว้กับบ้าน เวลาเราไปไหน บางครั้งอาจจะลืม เหรียญนี่เป็นขนาดเล็กติดตัวไปได้ ซึ่งเหรียญนี้ไม่ได้บรรยายความว่าเป็นเรื่องอะไร แต่ว่า ให้เป็นเหรียญที่ระลึกนึกถึงสิ่งที่เราได้เคยอ่านจากหนังสือ เวลาที่เราเกิดความท้อแท้ เหรียญนี้จะคอยเตือนเราว่า เราควรจะมีความเพียรนะ เพราะฉะนั้น หน้าที่ของเหรียญ ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของการบรรยายความ แต่เป็นหน้าที่ ของการเตือนให้ผู้ที่มีเหรียญ ได้ระลึกถึง “ พร ” ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มอบให้เขาว่า

‘ทุกคนควรจะมีความเพียร ไม่ควรท้อแท้ ถึงแม้ว่า จะไม่เห็นจุดหมายปลายทางของความเพียร แต่เราก็ควรจะดำเนินต่อไป’ 

          งานจัดสร้างเหรียญผ่านกระบวนการปั้น แกะบล็อก หล่อ จนถึงการพิมพ์ออกเป็นเหรียญ แต่ทว่า ก็ยังไม่ใช่ขั้นตอนสุดท้ายดังเช่นงานจัดสร้างเหรียญทั่วไป ซึ่งอาจารย์นนทิวรรธน์ ได้เล่าให้ฟังว่า 
           “ ใช้มือแฮน เมด (hand made) นี่ขัดลงไปบนพื้นผิว มีการรมให้คล้ำเล็กน้อย เพื่อจะให้เกิดน้ำหนักอ่อนแก่ขึ้นบนพื้นผิวของเหรียญ เราจะสังเกตเห็นว่า เหรียญของพระมหาชนก จะเป็นเหรียญที่มีความนุ่มนวลมากทั้งในเรื่องของผิวสัมผัส และน้ำหนักอ่อนแก่ที่เกิดขึ้น นอกเหนือไปจากแสงเงาในเหรียญแล้ว ” อีกด้านหนึ่งของเหรียญ ปรากฏพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในฉลองพระองค์ธรรมดา พระหัตถ์ทรงดินสอและแผนที่ ที่พระศอปรากฏสายสะพายกล้องถ่ายรูป อันเป็นภาพที่ชาวไทยคุ้นตามานานกว่า ๕๐ ปี
           “ รูปนี้ คณะกรรมการหรือพวกเราซึ่งเป็นผู้ที่ได้ช่วยกันเลือกนี่ เห็นว่าเป็นรูปที่จะได้แสดงความหมายของพระมหากษัตริย์ของเราชัดเจน” อาจารย์นนทิวรรธน์กล่าว  “ เพราะจะเห็นว่าชีวิตเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ของพระองค์ อยู่ท่ามกลางพสกนิกรที่กำลังมีปัญหา และทรงช่วยแก้ปัญหานั้นทุกอย่างให้ลุล่วงไปได้…..”
          รูปแบบของเหรียญพระมหาชนก ไม่ปรากฏลวดลายประดับ เพื่อภาพวิจิตรในเชิงความงามอันตระการ แต่รูปลักษณ์ซึ่งสมถะ กลับสมบูรณ์ด้วยความงามแห่งธรรม “ จะเห็นว่ารูปนี้ เป็นเหรียญที่มีลักษณะเรียบง่าย และสื่อความหมาย ในเรื่องของความเพียรเป็นหลัก ”  อาจารย์นนทิวรรธน์เสริม “ แล้วก็มีตัวหนังสือที่จะสื่อความหมายได้บ้าง มีตราพระปรมาภิไธยย่อ เพื่อแสดงว่าเป็นเหรียญของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ”
          ค่าแห่งเหรียญพระมหาชนกย่อมประมาณราคามิได้ เช่นเดียวกับพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานพระราชนิพนธ์ เพื่อทรงบอกเล่าเรื่องราวแห่งความเพียร และเหรียญพระมหาชนก คือสิ่งอันเตือนความจำถึงความเป็นไปแห่งข้อธรรม จากบทพระราชนิพนธ์นั้น
          “ มีรับสั่งว่า เหรียญนี้แทบไม่จำเป็นต้องปลุกเสกเลย เพราะว่าขลัง แค่ความเพียรนี่ก็ขลังพอแล้ว ”ศาสตราจารย์ประหยัด พงษ์ดำ หนึ่งในศิลปินผู้ถวายงานวาดภาพประกอบพระราชนิพนธ์เล่าถึงความประทับใจ “ เหรียญนี้เกี่ยวกับความมานะ ความเพียร ความอุตสาหะ มันขลังยิ่งกว่าอะไรในโลก ขลังยิ่งกว่าพระเข้าไปสวดอีก นี่คือพระราชกระแสรับสั่งของพระองค์ท่าน ประทับใจผมมาก ผมรับจากพระหัตถ์ของพระองค์ท่าน ผมแขวนอยู่องค์เดียวเลยตลอดเวลา และนึกอยู่เสมอ อันนี้นะไม่ใช่แขวนแล้วพระจะช่วยอะไรเรา เรานึกถึงพระ ทำให้เรามีกำลังใจว่า เราจะทำอย่างนี้ เราจะทำให้สำเร็จ.” 

หนังสือพระราชนิพนธ์ พระมหาชนก มีการพิมพ์หลายครั้ง หลายรูปแบบ แต่มีเพียงสองครั้งเท่านั้นที่มาพร้อมกับ “เหรียญพระมหาชนก” 

  • หนังสือพระมหาชนกปกแข็งเล่มใหญ่ มาพร้อมกับ เหรียญพระมหาชนก พิมพ์ใหญ่ (บางคนก็เรียกว่า ชุดใหญ่) ออกจำหน่ายปี 2539 มีหน้าปก 2 สีคือ
    • ปกสีน้ำเงิน ประกอบด้วย
      • กล่องใส่หนังสือสีน้ำเงิน
      • หนังสือพระมหาชนกปกสีน้ำเงิน
      • กล่องหนังสีน้ำเงิน  ด้านในบุกำมะหยี่ สำหรับใส่เหรียญพระมหาชนกพิมพ์ใหญ่ 3 เหรียญ
      • เหรียญพระมหาชนกพิมพ์ใหญ่ 3 เหรียญ คือ เนื้อทองคำ หนัก 34 กรัม เนื้อเงินหนัก 23 กรัม เนื้อนากหนัก 24 กรัม อย่างละ 1 เหรียญ
    • ปกสีแดง ประกอบด้วย (เหมือนกับปกสีนำ้เงินทุกประการ ต่างกันที่สีปก สีกล่อง และจำนวนเหรียญ)
      • กล่องใส่หนังสือสีแดง
      • หนังสือพระมหาชนกปกสีแดง
      • กล่องหนังสีแดง บุกำมะหยี่ด้านในสำหรับใส่เหรียญพระมหาชนกพิมพ์ใหญ่ 1 เหรียญ
      • เหรียญพระมหาชนกพิมพ์ใหญ่ 1 เหรียญ คือ เนื้อเงินหนัก 23 กรัม (แบบเดียวกับเหรียญเงินในชุดปกสีน้ำเงิน)

พระมหาชนกชุดใหญ่

(ขอบคุณภาพจาก Taprachan.com)

  • หนังสือพระมหาชนกเล่มเล็ก มาพร้อมกับเหรียญพระมหาชนก พิมพ์เล็ก (หรือ ชุดเล็ก) จัดทำขึ้นหลังจากชุดใหญ่ออกไปแล้ว แต่ประชาชนส่วนมากไม่สามารถเป็นเจ้าของได้เนื่องจากราคาค่อนข้างสูง จึงมีพระราชดำริให้จัดทำชุดเล็ก ออกจำหน่ายในปี 2542 โดยมีราคาที่ย่อมเยาว์กว่าเดิม เพื่อให้ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้ ซึ่งเล่มเล็กมีปก 3 แบบคือ
    • ปกแข็งสีชมพู ประกอบด้วย
      • กล่องใส่หนังสือที่มีตัวอักษรและริบบิ้นสีน้ำเงิน
      • หนังสือพระมหาชนกปกแข็งสีชมพู เล่มเล็ก
      • ตลับพลาสติคใส่เหรียญหระมหาชนกพิมพ์เล็ก 3 เหรียญ
      • เหรียญพระมหาชนกพิมพ์เล็ก 3 เหรียญ คือ เนื้อทองคำ หนัก 10 กรัม เนื้อเงิน หนัก 7 กรัม เนื้อนากหนัก 7 กรัม อย่างละ 1 เหรียญ
    • ปกอ่อนสีชมพู (เหมือนกับปกแข็งสีชมพูทุกประการ ต่างกันที่สีปก สีตัวอักษรบนกล่อง และจำนวนเหรียญ) ประกอบด้วย 
      • กล่องใส่หนังสือ ที่มีตัวอักษรและริบบิ้นแดง
      • หนังสือพระมหาชนกปกอ่อนสีชมพู เล่มเล็ก
      • ตลับพลาสติคใส่เหรียญหระมหาชนกพิมพ์เล็ก 1 เหรียญ 
      • เหรียญพระมหาชนกพิมพ์เล็ก 1 เหรียญ คือ เนื้อเงิน หนัก 7 กรัม (เหมือนกับเรียญเงินในชุดปกแข็ง)
    • ปกอ่อนสีฟ้า ซึ่งเหมือนกับปกสีชมพูปกอ่อนทุกประการ เพียงเปลี่ยนสีปกจากสีชมพูเป็นสีฟ้า ไม่มีกล่อง และ ไม่ได้มาพร้อมกับเหรียญพระมหาชนก

พระมหาชนกชุดเล็ก

 

วิธีดูเหรียญพระมหาชนก พิมพ์ใหญ่

หากต้องการดู วิธีดูเหรียญพระมหาชนกพมพ์เล็ก กดที่นี่

จากด้านบนเราสามารถหาข้อสังเกตุได้ 2 ประการคือ เหรียญแท้ทุกรุ่นต้องมาพร้อมกับหนังสือที่ตรงรุ่นกัน เช่นเหรียญพระมหาชนกเนื้อเงินพิมพ์เล็กต้องมากับหนังสือเล่มเล็ก ชนิดปกอ่อน สีชมพู (ไม่ใช่สีฟ้า) ดังนั้นถ้ามีคนเอาเหรียญมาขายแล้วไม่มีหนังสือหรือหนังสือไม่ตรงรุ่น ให้สันนิษฐานก่อนว่าเป็นเหรียญปลอม

อีกอย่างคือ จำนวนเหรียญทองคำ กับ ทองแดงจะมีเท่ากัน เพราะเหรียญทองแดงจะมากับชุดเหรียญทองคำเท่านั้น ถ้ามีคนนำเหรียญทองคำหรือทองแดงมาขายแบบแยกชุด..ให้สันนิษฐานก่อนว่าเป็นเหรียญปลอม

ส่วนเหรียญเงินเป็นเหรียญที่มีจำนวนมากที่สุด ดังนั้นเหรียญปลอมมักจะเป็นเหรียญเงิน เพราะหาต้นฉบับได้ง่ายกว่าเนื้อทองคำและทองแดงนั่นเอง

ต่อไปนี้คือ วิธีดูเหรียญพระมหาชนก เนื้อเงิน พิมพ์ใหญ่ ซึ่งเป็นเหรียญที่มีการปลอมมากจริงๆ

วิธีดู เหรียญพระมหาชนก พิมพ์ใหญ่

ด้านหน้า :

1. ยอดฉัตรจะดูเอียงเล็กน้อย มาทางด้านซ้ายนิดๆ มีรายละเอียดชัดเจน เช่นจุดไข่ปลาบนฉัตร
2. ตัวอักษร ภปร และ ข้อความด้านล่าง จะออกเงา แวววาวต้องกับแสงเมื่อขยับเหรียญ (ข้อนี้ดูภาพคงไม่เห็น แต่ดูที่เหรียญจริงจะชัดมากครับ)
3. ก้านแว่นจะไม่ตรงโค้งๆ นิดๆ และจะคมชัดตั้งแต่พระเนตร จนถึงพระกันต์
4. ผิวพื้นเหรียญจะเป็นแบบเม็ดทรายละเอียด
5. เส้นคันตรงหนังสือมีความชัดเจนและนับได้ 4 เส้น
6 .ผ้าเช็ดหน้าบริเวณกระเป๋าสูท ดูนุ่มนวลสวยงาม
7. รอยแขนเสื้อดูนุ่มนวลมีเส้นหลัก 1 เส้นและเส้นย่อย 1 เส้น
8. ขอบเหรียญแท้จะไม่มีเนื้อเกิน

นอกจากนั้น บางคนบอกว่าเหรียญแท้จะเห็นเล็บที่นิ้วกลางของพระองค์ท่านบ้าง หรือเหรียญแท้เส้นพระเกศา (เส้นผม) จะแลดูนุ่มนวลและเนียน ไม่เป็นเส้นแข็งกระด้างบ้าง หรือเหรียญปลอมสายคล้องกล้องจะเป็นร่องบ้าง และอื่นๆ อีกหลายจุด ขึ้นอยู่กับตำหนิของเหรียญปลอมเหล่านั้น

แต่สิ่งที่ชัวร์ก็คือเหรียญทำมาจากเงินแท้ มีน้ำหนัก 23 กรัม

ด้านหลัง :

9. ยอดฉัตรจะเอียงเล็กน้อย มาทางด้านขวามือ
10. คลื่นน้ำจะมีความคมชัด และลวดลายสวยงาม
11. ตัวอักษร ข้อความด้านล่าง จะออกเงา สวย

คราวนี้ลองดูเหรียญปลอมและพิจารณาดูความแตกต่างตามจุดที่บอกไปข้างต้นนะครับ

เหรียญพระมหาชนกปลอม พิมพ์ใหญ่ เนื้อเงิน

(ขอขอบคุณภาพ เหรียญพระมหาชนกปลอม เนื้อเงิน พิมพ์ใหญ่ จาก facebook )

เป็นไงครับ..ดูกันออกมั๊ย? ค่อยๆ สังเกตุไปนะครับ

คำเตือน : ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการดูในเบื้องต้นเท่านั้น หากคุณไม่แน่ใจ..คุณมีสองทางเลือก คือ ลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญดู หรือ ….. อย่าซื้อเลย ครับ

ข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม รำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้

 

ที่มา :

http://www.dd-pra.com/forum/detail/81329/

https://www.facebook.com/sanbhuda

https://www.facebook.com/groups/812951388769057/permalink/958531270877734/?pnref=story

http://www.overclockzone.com/forums/showthread.php/2676186-เหรียญพระมหาชนก-พิมพ์ใหญ่-พิมพ์เล็ก-1เหรียญ-3-เหรียญ-สภาพสมบูรณ์-พร้อมเล่ม

http://www.engnamheng.com/product-เหรียญพระมหาชนกเนื้อทองคำพิมพ์เล็กปี2539“มีรับสั่งว่าเหรียญนี้แทบไม่จำเป็นต-247302-1.html





Leave a Reply