Blog

วิชาที่ไม่มีใครสอน – เมื่อโชคชะตาเล่นตลกกับชีวิต ในเวลาที่เคราะห์กระโดดฟาดหัวคุณ  เวลา “ซวย” อะไรๆ มันก็ซวยไปหมด ทุกสิ่งทุกอย่างมันพร้อมใจกันซ้ำเติมเราไม่ว่าจะแฟนทิ้ง กิ๊กหนี เจ้าหนี้ตาม ญาติเสีย ลูกค้าเบี้ยว หุ้นส่วนโกง รถโดนชน ตกงาน เงินหาย หมาตาย คนใช้ลาออก ผู้ว่าไปเมืองนอก หรือน้ำท่วมก็ตาม และที่สำคัญใครๆ ก็เคยซวยกันทั้งนั้น แต่ทำไมไม่มีใครสอนเลยว่าต้องรับมือมันยังไง?

พายุฝนที่ตกหนักแค่เพียงครึ่งคืนก็ทำให้น้ำท่วมกรุงเทพฯ ได้  สร้างความลำบากเดือดร้อนกันไปทั่ว ขณะที่กรุงเทพมหานครก็ได้ออกมาแก้ตัวต่างๆ นาๆ ว่า…ฝนตกหนักขนาดนี้ยังไงก็ท่วม หรือ ต้องย้ายกรุงเทพไปอยู่บนเขา หรือ ขยะจากคนกรุงเทพฯ ทำให้อุโมงค์ยักษ์ตัน น้ำก็เลยท่วม เป็นต้น

มันเป็นคำแก้ตัวของหน่วยงานที่ไม่ได้เตรียมพร้อมที่จะรับมือกับพายุฝน มันคือเหตุผลของหน่วยงานที่ไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรเพื่อป้องกันน้ำท่วม

ทำไม ก.ท.ม ไม่มีมาตรการในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่มาในรูปของน้ำล่ะ?

ทำไม ก.ท.ม ไม่ยอมรับความจริงว่ากรุงเทพฯ ไม่ได้อยู่บนเขาล่ะ?

ทำไม ก.ท.ม ไม่ได้ทำการรอกท่อ กำจัดขยะ สิ่งที่ทำให้อุโมงค์อุดตันอย่างเป็นประจำล่ะ?

เช่นเดียวกับชีวิต เมื่อยามที่ตกอยู่ในคราวเคราะห์ พระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก พฤหัสหล่นทับ พระราหูอม คุณจะออกมาโทษพายุที่ถล่มคุณแบบไม่ลืมหูลืมตา พร้อมกับเหตุผลกากๆ มาแก้ตัวแบบ ก.ท.ม หรือคุณจะเป็น ก.ท.มในฝันที่เตรียมตัวและเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับพายุ เพื่อให้อุโมงค์ยักษ์ทำหน้าที่ในการระบายความโชคร้ายเหล่านั้นออกไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ?

ในเวลาที่คุณต้องเผชิญกับพายุของชีวิต เวลาที่คุณรู้สึกแย่ คุณต้องการใครสักคนที่เข้าใจคุณ และสงสารคุณหรือเปล่า?  ถ้าคำตอบคือ “ใช่” คุณก็ไม่ต่างอะไรจาก ก.ท.ม เลยครับ!

เพราะคนเหล่านั้นทำได้เพียงเห็นใจและหวังว่าคุณจะก้าวผ่านมันไปได้อย่างรวดเร็วเท่านั้น แต่คนที่จะทำให้คุณผ่านมันไปได้มีเพียงคนเดียวคือ..ตัวคุณเอง

ดังนั้นสิ่งแรกที่คุณต้องทำในยามที่วิบากกรรมมาเยือนคือ..มีสติและยอมรับว่ามันเกิดขึ้นแล้ว

ไม่มีใครอยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับคุณ แต่มันเกิดขึ้นแล้ว และมันเกิดขึ้นก็กับคุณด้วย

ผมเข้าใจนะครับว่ามันไม่น่าขึ้นกับคุณ แต่คุณไม่มีสิทธิอุทธรณ์หรือเรียกร้องอะไรทั้งสิ้น  สิทธิ์เดียวที่คุณมีคือ…

 

สิทธิ์ในการเลือกว่าคุณจะอยู่อย่างคนสิ้นหวังหรือคุณจะลืมทุกอย่างแล้วลุกขึ้นสู้เพื่อตัวเอง

 

แน่นอน..คุณสามารถร้องไห้ โอดครวญ โทษโชคชะตา แก้ตัว หรือหาคนมาเห็นใจได้ตามสมควรครับ

แต่อย่าเยอะและนานเกินไป ไม่งั้นจากความเห็นใจ จากความสงสาร มันจะแปลงร่างเป็น “ความสมเพช” ทันที

แทนที่จะฟูมฟายเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แทนที่จะขอความเห็นใจ เปลี่ยนเป็นขอคำแนะนำและกำลังใจเพื่อที่คุณจะลุกขึ้นและเดินต่อไปได้จากคนที่รักและเข้าใจคุณดีกว่า

ลำดับต่อมา..ถ้าคุณเลือกที่จะลุกขึ้นสู้แล้ว จงอย่าทำ พูด หรือคิดอะไรที่เป็นการทำลายขวัญกำลังใจของตนเองเด็ดขาด  คนจีนสอนลูกหลานไม่ให้พูด 5 คำต่อไปนี้ (ขอบคุณเพื่อนคนหนึ่งที่ Share มาทาง facebook) :

1.”ยาก” 难 
พอพูดคำว่ายาก จะเป็นการบล็อคความสามารถทันที

2.”ทำไม่ได้” 不会做 
จะเป็นการขับไล่ตัวจากสิ่งที่ทำ หรือปิดกั้นการเรียนรู้

3.”ท้อ” 灰心
เพราะเพียงคำนี้ผุดขึ้น พลังทั้งมวลทั้งร่างกายและจิตใจจะถดถอยสูญสิ้น

4.”ขี้เกียจ”
ไม่ควรแม้แต่พูดเล่น เพราะจะทำให้สร้างความไม่รับผิดชอบ

5.”เหนื่อย”
พอพูดคำนี้ออกมา ร่างกายก็จะตอบสนองด้วยการอ่อนแอลงทันที

เราจะได้ยินคำเหล่านี้จากปากของคนขี้แพ้เท่านั้น  เพราะผู้ชนะ รวมถึงคนที่ต้องการจะลุกขึ้นสู้และคนที่กำลังสู้เพื่อสิ่งที่ดีกว่าจะไม่มีคำเหล่านี้อยู่ในระบบความคิดเลย

ผมบอกเลยว่า..สิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณ มันคือของขวัญที่ฟ้าได้มอบให้กับคนพิเศษเช่นคุณ  ฟ้ามีตาจึงเห็นว่าสิ่งเหล่านั้นมันไม่คู่ควรกับคนอย่างคุณ คุณควรจะได้อะไรที่ดีกว่านั้น จึงได้เอาสิ่งเหล่านั้นคืนไปจากคุณ พร้อมกับเตรียมสิ่งที่ดีกว่าให้คุณแล้ว แต่คุณต้องฝ่าฟัน ไปให้ถึง และรับมันกับมือของตัวเอง

เมื่อ “โอกาส” ที่ดี
มาเจอกับ “เวลา” ที่เหมาะสม
บวกกับ “ความสามารถ” ที่ใช่
ผลลัพธ์ที่ได้คือ “ความสำเร็จ” ที่ยิ่งใหญ่

ดังนั้นอย่า “รอ” ให้โอกาสและเวลาหมดไปอย่างไร้ค่า เพราะคำว่า “ไม่กล้า”

เมื่อฟ้าประธานให้คุณแบบนี้แล้ว จะรออะไรอีกล่ะ?

และสิ่งที่สำคัญที่สุดในการที่จะต่อสู้กับโชคชะตา ขอให้มั่นใจในตัวเองว่า….”กูทำได้”

คุณรู้มั๊ยว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาคุณเขียนและเข้าใจความหมายของคำว่า

“IMPOSSIBLE”

ผิดมาตลอด  มันไม่ได้เขียนแบบนั้น และมันก็ไม่ได้แปลว่า..เป็นไปไม่ได้…ด้วย

ต่อไปนี้ขอให้เขียนและเข้าใจความหมายที่ถูกต้องของมันใหม่ว่า…

I’M POSSIBLE

แล้วทุกอย่างเป็นไปได้ ด้วยมือคุณ และคุณคือผู้ชนะอย่างแท้จริง

ผมไม่เข้าใจว่าทำไม เรื่องแบบนี้ถึงเป็น วิชาที่ไม่มีใครสอน

ทำไมวิธีการเอาตัวรอด วิธีการผ่าวิกฤตของชีวิต มันสำคัญน้อยกว่าวิชาพละศึกษาตรงไหน?

ทำไมถึงปล่อยให้ทุกคนต้องไปเรียนวิชานี้ ทั้งๆ ที่ไม่อยากเรียนแต่ถูกบังคับให้เรียนในยามที่ชีวิตตกต่ำ และต้องจ่ายค่าเรียนที่แพงที่สุดในชีวิตอีกด้วย

น่าเสียใจ..บางคนทนรับบทเรียนอันหนักหนานี้ไม่ได้

น่าเสียดาย…บางคนก็ยังเรียนไม่จบซักที

และน่ายินดี..หลายๆ คนเรียนจบแล้ว

ทำไมเราไม่สอนสิ่งเหล่านี้ให้ทุกคนในตอนที่ยังไม่โชคร้าย และเมื่อตอนที่เผชิญกับความโชคร้ายก็จะเผชิญอย่างมีสติ และสามารถใช้สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องมือในการที่จะก้าวผ่านมันไปได้อย่างรวดเร็ว

ผมหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ จะช่วยให้ใครบางคนสามารถรับมือกับโชคชะตาอันเลวร้ายที่กำลังประสบอยู่ได้ และขอเป็นกำลังใจให้คุณผ่านพ้นมันไปได้โดยดีและอย่างรวดเร็วครับ