Blog

เพื่อระลึกถึงการจากไปของ ปลาเสือตอพันธุ์ไทย
โดยคุณ  NINJA ZX9 ที่ www.pantown.com

ด้วยความหลงไหลในความสวยงามของปลาเสือตอที่มีเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะตัวและมีชื่อที่มีความหมายเหมือนสัตว์ป่าที่มีความดุร้ายและสง่างามราวกับเจ้าแห่งพงพนา ดังเช่น ปลาอะโรวาน่า ที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าปลามังกร ทำให้ผมมีความสนใจและใคร่อยากจะมีไว้เลี้ยง ถึงผมจะได้เริ่มเลี้ยงปลาชนิดนี้ได้ไม่นานและมีไม่มาก เริ่มแรกก็คงตกใจกับราคาปลาที่ค่อนข้างสูง จึงเริ่มศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับปลา และ ค้นหาว่าทำไมปลาจึงมีราคาแพงและเป็นที่ต้องการของนักสะสมปลา

เมื่อยิ่งศึกษาก็ยิ่งเห็นถึงทางตันของสายพันธุ์ปลาชนิดนี้ เหตุที่ปลามีราคาแพงเพราะ “มันใกล้จะหมดไปแล้วจากโลกนี้” คือสูญพันธุ์นั่นเอง คงหมดหวังที่จะได้เห็นรูปถ่ายปลาเสือตอที่สามารถถ่ายได้จากแหล่งน้ำธรรมชาติ และด้วยความสงสัยว่าทำไม ปลาเสือตอพันธุ์ไทย ที่มีชื่อว่า Siamese tiger fish ถึงมีการซื้อ-ขายกันว่าเป็นปลาเขมร จึงเป็นที่มาของบทความที่ผมได้เรียบเรียงมาใหม่นี้ โดยข้อมูลที่ได้มาจากหนังสือ และ เว็บไซต์ต่างๆ หากข้อมูลมีความผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย ผมต้องการสื่อถึงวงจรแห่งการหมดไปของปลาสายพันธุ์นี้ และ กับปลาที่กำลังมีจำหน่ายในท้องตลาดตอนนี้ด้วย

 

ปลาเสือตอ

เมื่อ 40 ปีก่อนเห็นจะได้ ปลาเสือตอพันธุ์ไทย จากน่านน้ำบึงบอระเพ็ดยังมีปริมาณชุกชุมอยู่มาก ถึงกับมีการจับปลาเพื่อทำเป็นอาหาร และ ส่งขายออกไปขายยังต่างประเทศ โดยปลาที่มีขนาดใหญ่จะนิยมทำเป็นอาหาร และ ปลาขนาดเล็กจะนำไปเป็นปลาสวยงาม โดยตลาดรายใหญ่ที่รับซื้อปลาสมัยนั้นคือประเทศญี่ปุ่น ปลาเสือตอที่ขายตอนนั้นจะขายทั้งปลาเสือตอลายใหญ่และลายเล็กรวมกันในราคาเดียว คือ ตัวละ 40-50 บาท

แต่ด้วยกระแสของนักสะสมปลาชาวญี่ปุ่นที่นิยมเสือตอลายใหญ่มากกว่าเพราะได้ชื่อว่าเป็นปลาที่หายากแม้จะเป็นเวลาเมือ 40 กว่าปีก่อน

เสือตอลายใหญ่จึงมีราคาสูงขึ้นเป็นตัวละ 1,000 บาท โดยปลาจะถูกรับซื้อโดยฟาร์มปลาและมีการคัดเกรดสวยส่งออกประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากในประเทศญี่ปุ่นราคาขายเสือตอลายใหญ่ตัวละเกินกว่า 10,000 บาท โดยปลาสวยๆแทบจะไม่เหลือตลาดปลาในบ้านเราเลย กระแสความนิยมนี้จึงส่งผลมาสู่นักสะสมปลาหายากในเมืองไทย จึงทำให้ปริมาณในการสั่งมากขึ้น และ ราคาที่ล่อตาล่อใจมากขึ้น และสมัยนั้นยังไม่มีกฎหมายควบคุม ชาวบ้านจึงจับปลาได้อย่างเสรี ไม่จำกัดฤดูกาล และความเจริญโดยรอบบึงมากขึ้นก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก สุดท้ายปลาจึงลดลงจนแทบจะสูญพันธุ์

 

ปลาเสือตอลายใหญ่

 

นอกจากบึงบอระเพ็ดที่จะพบเห็นเสือตอได้ ยังมีการพบได้จากแหล่งอื่น เช่นจังหวัดราชบุรี และ กาญจนบุรี ที่ลุ่มน้ำแม่กลองและเจ้าพระยา

ต่อมาประมาณปี พ.ศ. 2528 พ่อค้าที่ส่งปลาออกต่างประเทศได้ไปเจอแหล่งปลาเสือตอใหม่ที่แม่น้ำโขง ซึ่งมีจำนานมากมหาศาลอย่างที่เคยพบในบึงบอระเพ็ด ซึ่งพบในแม่น้ำโขงตอนล่างที่แม่น้ำต่อเนื่องไปถึงเขมรและเวียดนาม มีการพบทั้งปลาเสือตอลายใหญ่ , ลายเล็ก และ ลายคู่ แต่ปลาส่วนใหญ่จะเป็นเสือตอลายเล็ก

 

ปลาเสือตอลายเล็ก

(ขอบคุณภาพจาก www.ninekaow.com)

เป็นครั้งแรกที่นักสะสมปลาได้พบกับปลาเสือตอลายคู่และมีการจำแนกปลาออกเป็นลายคู่เพื่อการขาย เชื่อว่าปลาเสือตอลายคู่เกิดจากการผ่าเหล่าของสายพันธุ์เสือตอลายใหญ่ โดยปลาเสือตอลายคู่ที่พบคือมีลาย 2 ข้างเท่ากันตลอด ไม่ใช่ปลาที่มีลายเสีย หรือ ลายใหญ่ข้างลายคู่ข้าง จึงทำให้นักสะสมให้ความสนใจกับปลาเสือตอลายคู่ นี้ราคาในขณะนั้นจึงสูงกว่าปลาเสือตอลายใหญ่

ด้วยความที่เป็นปลาหายากขึ้นไปทุกที ทางร้านขายปลาจึงได้จำแนกระหว่างปลาเสือตอลายใหญ่และลายเล็กมาขายกันคนละราคาไม่เหมือนแต่ก่อนที่ขายรวมกันในราคาเดียว จึงทำให้ ปลาเสือตอพันธุ์ไทย แบบลายใหญ่มีราคาแพงที่สุด

ต่อมาประมาณปี พ.ศ. 2534 ได้มีการพบปลาเสือตอที่ตายแล้วปะปนมากับปลาที่จำหน่ายเพื่อเป็นอาหารโดยลำเลียงจากฝั่งเขมร ผ่านเขตเสียมราฐ สู่เขตศรีโสภณ และปอยเปต ก่อนมาที่ฝั่งไทย ที่อรัญประเทศ จังหวัดปราจีนบุรี ใน ขณะนั้น โดยพ่อค้าแม่ค้าที่ไปรับซื้อปลาสดและปลาแห้งจากเขมรไม่ได้สนใจอะไรกับปลาเสือตอซึ่งเข้าใจว่าจะเป็นปลาลายเล็กที่เจอได้แถบแม่น้ำโขงในไทย แต่ต้องประหลาดใจกับขนาดปลาที่มีขนาดถึง 2- 3 กิโล ที่ไม่น่าจะเป็นเสือตอลายเล็กไปได้ จนข่าวแพร่ไปถึงหูพ่อค้าปลาสวยงามของไทยและต่างประเทศจนไปพิสูจน์ซากปลาเสือตอที่ ต้องตกใจว่าเป็นปลาเสือตอลายใหญ่จริงๆ

ปลาเสือตอลายคู่

(ขอบคุณภาพจาก www.lovefishclub.com)

ปลาเสือตอในเขมร ภาษาเขมร เรียกว่า ตริยคา ( ตริย แปลว่า ปลา , คา แปลว่า เสือ ) โดยแหล่งที่พบมากคือ ตงเลสาป ( Tonle Sap ) แปลเป็นไทยว่า “ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” คนไทยนิยมเรียกว่า “ทะเลสาบเขมร” โดยอาณาเขตของทะเลสาบอยู่ทางตอนกลางของเขมรเยื้องไปทางตะวันตก ตอนเหนือของกรุงพนมเปญ ขนาดของทะเลสาบจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล โดยจะมีขนาดใหญ่สุดช่วงหน้าน้ำเพราะเป็นที่กักเก็บน้ำฝนจำนวนมหาศาลจาก แม่น้ำ คลองสาขายย่อย จำหวนนับร้อยสาย ไหลมารวมกันก่อให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ จนมีจระเข้น้ำจืดชุกชุมเนื่องจากมีเกาะแก่งจำนวนมากเหมาะกับการขยายพันธุ์

นับเป็นเวลาร่วมร้อยปีแล้วที่มีการค้นพบปลาเสือตอในเขมรเองแต่ก็ไม่ได้รับความสนใจจากชาวบ้านเนื่องจากไม่ได้มีความชุกชุมจนมีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ นอกเหนือจาก ตงเลสาป แล้วปลาเสือตอยังพบได้ในแม่น้ำสายที่ทอดมาถึงทะเลสาบ โดยพบมากที่ กำปงชะนังทางเหนือของพนมเปญ ทำให้เกิดเส้นทางลำเลียงปลาสายใหม่ ด้วยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายโดยรถยนต์มาทางใต้เขตเกาะกง ก่อนมาที่ฝั่งไทย

จากการสำรวจต่อเนื่องไปตามลำน้ำทำให้เกิดการพบแหล่งปลาเสือตอลายใหญ่และลายคู่ในประเทศเวียดนามด้วย ปลาเสือตอในประเทศเวียดนามมีจำนวนมหาศาลเช่นกัน และ ด้วยชาวเวียดนามไม่ได้เข้าใจสภาวะตลาดจึงทำให้ปลาเสือตอจากเวียดนามมีราคาที่ถูกกว่ามาก

จากจำนวนปลาที่หาได้มากขึ้นทำให้คนไทยในเวลานั้นได้มีโอกาสเป็นเจ้าของปลาเสือตอลายใหญ่ในราคาที่ถูกลงกว่าเดิมเกือบ 10 เท่าและมีการส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่นเป็นจำนวนมากขึ้น จนทำให้ชาวญี่ปุ่นที่รับซื้อปลาถึงกับตกใจกับจำนวนปลาที่ทะลักเข้ามาในประเทศ ทำให้เกิดความสับสนกับปลาที่มีนั้นเป็นปลาเสือตอแท้ๆจากไทยหรือเปล่า เพราะชาวญี่ปุ่นยึดติดกับปลาเสือตอจากไทยว่า เป็นปลาหายาก มีพื้นเหลือง หรือ ส้ม เส้นคาดลำตัวปลาต้องมี 6 เส้นนับจากเส้นแรกที่บริเวณตาของปลา เท่ากันทั้ง 2 ข้างของตัวปลา โดยปลาจากเขมรและเวียดนาม กว่าครึ่งของปลาเสือตอลายใหญ่จะมี 7เส้นคาดลำตัว โดยจะแตกเป็น 2 เส้นที่บริเวณข้อหาง ทำให้ชาวญี่ปุ่นสับสนกับปลาที่จับได้จากแหล่งน้ำของอินโดเนเซีย และเหมารวมว่าเป็นปลาจากประเทศอินโดเนเซีย

เสือตอลายใหญ่เขมร vs อินโด

ดังนั้นพ่อค้าปลาสวยงามชาวไทยจึงได้มีการคัดแยกปลาเสือตอเพื่อส่งออก ไว้ว่าต้องมีลาย 6 ขีดคาดลำตัวเท่ากันทั้ง 2 ด้าน ตามสายพันธุ์เสือตอลายใหญ่ที่พบในไทย จึงเป็นที่ยอมรับและหลักในการเลือกซื้อปลาของนักสะสมปลาเสือตอ โดยแท้จริงแล้วปลาเสือตอ 7 ขีดที่จับได้ในแหล่งเดียวกันก็เป็นสายพันธุ์เดียวกันและมีความสวยงามไม่แพ้กันเลย ราคาเสือตอลายใหญ่ 7 ขีดจึงถูกกว่า 6 ขีด โดยปริยาย

เสือตอลายใหญ่ 6 ขีดและ 7 ขีด

เรามาดูกันต่อว่าชาวญี่ปุ่นมีความหลงใหลกับเสือตอขนาดไหน ดูจากการทำข้อมูลของชาวญี่ปุ่นยังคงเชื่อว่าปลาเสือตอลายใหญ่หรือ Siamese Tiger fish พบใด้ในแถบภาคกลางของประเทศไทยเท่านั้นและลายคู่จะพบได้แต่ในอินโดเนเซีย โดยความเป็นจริงแล้ว ปลาเสือตอลายใหญ่จากเขมรหรือเวียดนามก็ไม่ได้มีความสวยยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย หรือจะบอกก็ได้ว่าเป็นสายพันธุ์เดียวกัน

ปลาเสือตอแบ่งตามถิ่นกำเนิด

ดูจากราคาปลาขนาดใหญ่ที่ญี่ปุ่นจำหน่ายได้ตั้งราคาถึง 1,500,000 เยน คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 450,000 บาทราคาเท่ากับปลาทองมาเลย์ที่อยู่ข้างๆที่เขาจำหน่ายอยู่ ส่วนปลาที่มีขนาดเล็กก็จะราคาย่อมเยาพอที่จะซื้อได้

นอกจากประเทศญี่ปุ่นแล้ว ปลาเสือตอยังได้รับความนิยมจากนักสะสมปลาหายากอีกหลายประเทศ เช่น ประเทศไต้หวัน , สิงคโปร์ , อังกฤษ , อเมริกา ฯลฯ โดยชาวต่างชาติก็ได้จำแนกปลาเสือตอตามชื่อทางวิทยาศาสตร์ หรือ ใช้คำย่อเช่น ST ( Simaese tiger fish ) เสือตอลายใหญ่ไทย หรือ NGT ( Newguini tiger fish ) เสือตอปาปัวนิวกีนี และ NTT (Northern Thailand Tiger fish) คือ ปลาเสือตอลายเล็ก เป็นต้น แม้แต่ปลาเสือตอลายเสียยังมีการจำแนกออกอย่างชัดเจน ตามตารางที่แสดงให้เห็น

สำหรับตลาดปลาสวยงามตอนนี้ยังมีปลาเสือตอให้เห็นก็แต่เพียงปลาเสือตออินโดเนเซีย และ ปลาเสือตอลายเล็ก ที่ราคาปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วคาดว่าปลาคงมีจำนวนน้อยลงจากแหล่งน้ำธรรมชาติ เพราะราคาขายเพิ่มขึ้นประมาณ 50 % ต่อครั้งและขนาดปลาที่เล็กลงๆ โดยสายพันธุ์ปลาเสือตออินโดแล้วต้องเป็นลายคู่เท่านั้น ลายใหญ่ที่เห็นนำมาขายคือการคัดแยกจากพ่อค้าอีกทีเพื่อหวังผลทางราคา โดยค่านิยมที่ยึดติดกันมานาน ซึ่งความเห็นนี้เป็นความเห็นของกระผมเอง

ประเภทของปลาเสือตอ

เมื่อเปรียบเทียบปลาเสือตอลายใหญ่อินโดฯกับเสือตอลายใหญ่สายพันธุ์ไทยหรือเขมรก็ไม่ได้ใกล้เคียงกันเลยแม้แต่ ลวดลาย หรือ สีสัน รวมทั้งอุปนิสัยของปลาเสือตออินโดที่ค่อนข้างขี้อาย ชอบหลบตอ หรือ มุมตู้ ทำความคุ้นเคยกับผู้เลี้ยงยาก ไม่อ้อนขออาหารเก่งเหมือนปลาเขมร , สีของปลาที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลามีจำนวนน้อยมากที่สีจะนิ่ง หรือ คงที่ตลอดตั้งแต่เล็กจนโต
ผมเคยสอบถามจากร้านนำเข้าปลาชื่อดัง ว่า ปลาเสือตออินโดฯเป็นปลาที่เพาะพันธุ์เองหรือจับจากธรรมชาติ คำตอบคือ “จับจากธรรมชาติ “ ซึ่งผมไม่ได้ภูมิใจกับการที่ได้รับปลาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ หากคำตอบนี้เป็นความจริง และ จากขนาดปลาที่นำมาจำหน่ายเชื่อว่า ปลาเสือตออินโดฯ ต้องสูญพันธุ์อย่างแน่นอน

หวังว่าบทความนี้คงทำให้ผู้อ่านได้เห็นภาพความเป็นมาและจะเป็นไปของปลาเสือตอได้ดี และรับรู้ถึงอำนาจค่านิยมของมนุษย์เราที่ตั้งมูลค่าให้กับสัตว์หรือสิ่งของจนทำให้เกิดการใช้ไปอย่างสิ้นเปลือง จนไม่เหลือไว้ให้เห็นอีก ตัวอย่างของปลาเสือตอนี้ถึงแม้จะมีการเพาะพันธุ์ได้สำเร็จแต่ก็ไม่สามารถอนุบาลปลาให้ได้เกินกว่า 1 ซม. ปลาที่ได้ก็ตายหมดเพราะ “ธรรมชาติคือสิ่งที่มนุษย์ไม่สามารถเอาชนะได้ ! “ ………………….

 เช้านี้ผมได้กลับมาอ่านกระทู้บทความที่ได้ลงไปแล้วทำให้ยิ่งมีความสุขมากขึ้นกับสิ่งที่ผมรัก คือ การเลี้ยงปลาโดยเฉพาะปลาเสือตอ ใจจริงผมอยากจะพิมพ์ไว้ที่ประโยคสุดท้ายว่า “ เพื่อระลึกถึงการจากไปของปลาเสือตอพันธุ์ไทย “ ที่คงไม่มีวันกลับมาให้เห็นอีก ก็เกรงว่าสำนวนจะลิเก เกินไป แต่ความตั้งใจก็อยากจะสื่อแบบนั้นจริงๆ ก่อนหน้านี้ผมเป็นอีกคนที่บ้าในวัตถุคือการขี่มอเตอร์ไซค์ซูเปอร์ไบค์ หรือ การชอบตกปลา เป็นชีวิตจิตใจ ซึ่งมองย้อนกลับไปมันให้ ความสุขและสะใจกับผมเพียงคนเดียว พอได้มาลองเลี้ยงปลาแล้วรู้สึกคนในครอบครัวต่างก็ให้ความสนใจกับงานอดิเรกอันใหม่ของผมนี้ รวมทั้งเพื่อนๆสนิทที่มาแวะเยี่ยมเยียนต่างก็สนใจและขอคำปรึกษากับผม เชื่อไหมว่ามีหลายคนหันมาเลี้ยงปลาตามผม โดย ในจำนวนหลายๆคนไม่มีวี่แววที่จะชอบเลี้ยงปลาเลย แต่กลับรักและสนใจปลามากกว่าคนอื่นๆในกลุ่ม

หากท่านใดจะนำบทความนี้ไปลงในที่ใดผมไม่ขอสงวนนะครับ เพราะบทความนี่มีเจตนา

“ เพื่อระลึกถึงการจากไปปลาเสือตอพันธุ์ไทย “

ภาพวาดปลาเสือตอไทย

ขอขอบคุณ : เจ้าของบทความ คุณ Ninja ZX9 ครับ




2 Comments:

  1. […] ตามบทความ เพื่อระลึกถึงการจากไป ปลาเสือตอพัน… ที่เคย share […]


Leave a Reply