Blog

ทศพิธราชธรรม หรือ เรียกสั้นๆ ว่า ราชธรรม 10 เป็นคุณธรรมที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงยึดเป็นหลักปฏิบัติและบำเพ็ญตลอดรัชสมัยของพระองค์  เพื่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศ และ เพื่อให้ประโยชน์สุขเกิดแก่ประชาชนของพระองค์ทุกคนอย่างเป็นธรรมและทั่วหน้า  พระองค์ท่านจึงเป็นศูนย์รวมจิตใจ เป็นที่รัก และเป็นพ่อของคนไทยทั้งแผ่นดิน ตลอดพระชนม์ชีพพระองค์ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีที่สุดในการบำเพ็ญทศพิธราชธรรม และ ได้ทรงพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ผลแห่งการบำเพ็ญ ดีเพียงใด.. เรามาเดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาท ด้วยการน้อมนำ ทศพิธราชธรรม ไปบำเพ็ญ ปฏิบัติกันเถิด

ผม (และเชื่อว่าอีกหลายๆ คน) เข้าใจผิดมาตลอดว่า ทศพิธราชธรรม มีไว้สำหรับพระมหากษัตริย์เท่านั้น แต่ในความจริงแล้วไม่ใช่เลย  คุณธรรมทั้ง 10 ข้อนี้เป็นข้อปฏิบัติที่ผู้นำ ผู้บริหาร หรือหัวหน้าตั้งแต่ระดับครอบครัวไปถึงระดับชาติจำเป็นต้องมี

หากผู้นำใดมีคุณธรรมทั้ง 10 ข้อนี้ ก็จะสามารถพัฒนาองค์กรหรือสังคมนั้นๆ ให้เจริญก้าวหน้ายิ่ง ๆ ขึ้นไป อีกทั้งยังเป็นที่ชื่นชม เป็นที่ยอมรับ และเป็นที่เคารพจากคนในองค์กรหรือสังคม

ในทางตรงข้าม..ผู้นำที่ขาดซึ่งคุณธรรมเหล่านี้  มีแต่นำพาองค์กรไปสู่ความสับสัน วุ่นวายและล่มสลายในที่สุด

ทศพิธราชธรรม ก็คือ 10 ข้อปฏิบัติเพื่อการเป็นผู้นำที่ดี นั่นเอง

ทศพิธราชธรรม

พระสูตร ขุททกนิกายชาดก ในพุทธศาสนา ระบุไว้ว่าผู้นำที่ดีต้องมี ทศพิธราชธรรม หรือ คุณธรรม 10 ประการ ดังนี้

1. ทานํ หรือ ทาน

คือ การให้ การสละทรัพย์ สิ่งของ การช่วยเหลือผู้ด้อยกว่า ผู้อ่อนแอกว่า เพื่อให้คนเหล่านั้นพ้นทุกข์ หรือ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น การทำทานไม่ได้แปลว่าการบริจาคทรัพย์เพื่อช่วยเหลือเท่านั้น ทานมี 2 แบบคือ..

อามิสสทาน คือ การให้สิ่งของหรือทรัพย์สิน ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อการแก้ความทุกข์ยากทางกาย ให้ผู้ที่กำลังลำบากสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ หรือ เพื่อให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ธรรมทาน ซึ่งถือเป็นทานอันเลิศทางพระพุทธศาสนา คือ การแก้ความทุกข์ทางจิตใจ ทำให้ใจเป็นสุขและตั้งอยู่ในความดีงาม เช่นการพูดปลอบใจ หรือ ให้กำลังใจกับผู้ที่กำลังเป็นทุกข์ ตกอยู่ในความเศร้าโศกเสียใจ

คุณธรรมข้อนี้เราเห็นได้ชัดตลอดระยะเวลา 70 ปีที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรามหาภูมิพลทรงครองราชย์ เราเห็นได้ว่าพระองค์ท่านมีแต่ให้ กับ ให้ ให้ประชาชนของพระองค์ท่าน แม้แต่ในยามที่เกิดภัยพิบัติ หน่วยให้ความช่วยเหลือของพระองค์ท่านจะเข้าไปช่วยประชาชนก่อนหน่วยงานใดๆ เสมอ

ทศพิธราชธรรรม - ทาน(ขอขอบคุณภาพจาก www.chaipat.or.th)

การที่จะเป็นผู้นำที่ดี ต้องเป็นผู้ให้ ไม่ว่าจะเป็น การให้ทรัพย์สินเพื่อช่วยเหลือยามที่ลูกน้องเดือดร้อน หรือ จะให้คำแนะนำในการทำงานและเรื่องส่วนตัว หรือ ให้โอกาสที่จะก้าวหน้า โดยเท่าเทียมกัน ไม่มีการแบ่งพรรคแบ่งพวก ผู้นำนั้นจะให้เป็นที่รักและเคารพจากลูกน้อง ปราศจากคลื่นใต้น้ำ เราสามารถทำงานได้อย่างสบายใจไม่ต้องคอยระวังการเลื่อยขาโต๊ะ หรือ แทงข้างหลัง เพราะ ทาน จะช่วยให้เกิดความโอบอ้อมอารี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การแก่งแย่งชิงดีจึงไม่เกิดขึ้น

คุณธรรม ข้อหนึ่งที่ยังมีอยู่อย่างบริบูรณ์ในจิตใจของคนไทยก็คือ การให้ การให้นี้ไม่ว่าจะให้สิ่งใดแก่ผู้ใดโดยสถานใดก็ตาม เป็นสิ่งที่พึงประสงค์อย่างยิ่ง เพราะเป็นเครื่องประสานไมตรีอย่างสำคัญ ระหว่างบุคคลกับบุคคลและให้สังคมมี ความมั่นคงเป็นปึกแผ่นด้วยสามัคคีธรรม

พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่
๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๕

2. สีลํ หรือ ศีล

คือ ความประพฤติที่ดีงาม ทั้ง กาย วาจา และใจ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงประพฤติอยู่ในศีลโดยบริสุทธิ์ กล่าวคือ ทรงประพฤติพระราชจริยาในทางพระวรกายและในทางพระวาจาให้สะอาดงดงามถูกต้องอยู่เป็นนิจ ไม่เคยบกพร่อง ไม่ว่าจะเป็นศีลในทางศาสนา หรือศีลในการปกครองก็ตาม

ศีลในทางศาสนา อย่างน้อยคือศีลห้าอันเป็นศีลหรือกฎหมายที่ใช้ในการปกครองแผ่นดินมาตั้งแต่อดีตก่อนพุทธกาลนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงสมาทานรักษาอย่างเคร่งครัด

ส่วนในด้านศีลในการปกครอง คือ การประพฤติตามกฎหมายและจารีตประเพณีอันดีงามนั้น ไม่เคยปรากฎเลยว่าพระองค์ทรงใช้พระราชอำนาจเหนือกฎหมาย และไม่เคยมีแม้แต่สักครั้งเดียวที่จะทรงละทิ้งจารีตประเพณีอันดีงามของชาติและของพระราชวงศ์

 

ทศพิธราชธรรม-ศีล

(ขอขอบคุณภาพ จาก http://fatherofthelandbynamfon.blogspot.com)

สำหรับผู้บริหารที่อยู่ในตำแหน่งสูงๆ คุณกำลังตกเป็นเป้าของทุกคนในองค์กรทั้งด้านดีและด้านไม่ดี ถ้าผู้นำทำดี ทำตามนโยบายและทำตามกฏเกณฑ์ลูก น้องก็จะชื่นชมและถือเป็นแบบอย่างและทำตามโดยปริยาย แต่หากผู้นำทำผิดกฏเกณฑ์ หรือ ทุจริตคอรัปชั่นส์ ลูกน้องก็จะทำตามและให้เหตุผลว่า ทำตามหัวหน้า

ศีลจึงเป็นคุณธรรมที่สำคัญมากที่สุดสำหรับคนที่ผู้นำ

จิตใจและความประพฤติที่สะอาดและมีระเบียบ เป็นรากฐานสำคัญของชีวิตจิตใจทั้งความประพฤติดังนั้นใช่จะเกิดมีขึ้นเองได้ หากแต่จำเป็นต้องฝึกหัดอบรมและสนับสนุนส่งเสริมกันอย่างจริงจังสม่ำเสมอ นับตั้งแต่บุคคลเกิด ดังที่มนุษย์ไม่ว่าชาติใดภาษาใด ได้เฝ้าพยายามกระทำสืบต่อกันมาทุกยุคทุกสมัย ทั้งเพื่อให้สามารถรักษาตัวและมีความสุข ความสำเร็จในการครองชีวิต ทั้งให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ ด้วยความผาสุขสงบ

พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
พระราชทานเพื่อเชิญไปอ่านในพิธีเปิดการสัมมนาของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย
เรื่อง การพัฒนาสังคมในด้านศีลธรรมและจิตใจ
๑๕ ธันวาคม ๒๕๑๖

3. ปริจาคํ หรือ บริจาค

คือ การเสียสละความสุขสวนตนเพื่อความสุขส่วนรวม พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเสียสละความสุขส่วนพระองค์เพื่อประชาชน ดังคำที่กล่าวกันว่าไม่มีพื้นที่ไหนในประเทศไทยที่พระองค์เสด็จไปไม่ถึง เมื่อเสด็จไปที่ใดก็ตามจะสอบถามถึงความเป็นอยู่ ปัญหาต่างๆ ของคนในพื้นนี้เหล่านั้น และ ทรงหาทางออกของปัญหาเหล่านั้นด้วยพระองค์เอง

เราจึงได้เห็นรูปที่ทรงงานหนักจนพระพักตร์อาบพระเสโท (เหงื่อ) กันจนชินตา และนี่เป็นอีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้พระองค์อยู่ในใจของประชาชน เพราะท่านเสียสละเพื่อคนไทยนั่นเอง
ทศพิธราชธรรม-บริจาค

(ขอขอบคุณภาพจาก www.rploei.go.th)

ผู้ที่เป็นหัวหน้าย่อมมีภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบมาก ต้องดูแลทุกข์สุขของคนในองค์กร ต้องพยายามประสานงานและพยายามหาทางทำให้องค์กรเติบโตก้าวหน้า ผู้ที่เป็นผู้นำจึงจำเป็นต้องอุทิศกำลังกาย กำลังใจ และ กำลังความคิดให้แก่องค์กร

หัวหน้าที่ดีจะต้องหมั่นสอบถาม สารทุกข์สุขดิบของลูกน้อง และคอยสอบถามถึงปัญหาต่างๆ ในการทำงานและให้แนวทางการแก้ปัญหาที่ถูกต้องกับลูกน้อง  

เมื่อตำแหน่งสูงขึ้น ความรับผิดชอบก็มากขึ้น แปลว่ายิ่งต้องเสียสละมากขึ้น ดังนั้นความคิดที่ว่าเมื่อตำแหน่งสูงขึ้นจะสบายขึ้น จึงเป็นความคิดที่ผิดโดยสิ้นเชิง

สังคม ใดก็ตาม ถ้ามีความเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน ด้วยความมุ่งดีมุ่งเจริญต่อกัน สังคมนั้นย่อมเต็มไปด้วยไมตรีจิต มิตรภาพ มีความร่มเย็นเป็นสุข น่าอยู่

พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
เพื่ออัญเชิญลงพิมพ์ในนิตยสารที่ระลึกครบรอบ ๓๖ ปีของสโมสรไลออนส์กรุงเทพฯ
๓๑ มีนาคม ๒๕๓๘

4. อาชฺชวํ หรือ ความซื่อตรง

คือ การสุจริตต่อหน้าที่การงานของตน ต่อมิตรสหาย ต่อองค์กรหรือต่อวิชาชีพของตน เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าจากวันบรมราชาภิเษกจนกระทั่งวันสุดท้ายของพระชนม์ชีพ ไม่เว้นแม้แต่วันที่ทรงพระประชวร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงทำทุกอย่างดังพระปฐมบรมราชโองการว่า  “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”
ทศพิธราชธรรม - ความซื่อตรง

(ขอขอบคุณภาพจาก http://news.truelife.com)

การจะเป็นผู้นำที่ดีจะต้องมีความน่าเชื่อถือ ต้องมีความซื่อสัตย์ต่อองค์กร หน้าที่และวิชาชีพของตน ผู้นำที่เชื่อถือไม่ได้ หลอกลวง ทุจริต ย่อมนำพาตนเองและองค์กรไปสู่ความหายนะ

ถ้าทำงานด้วยความตั้งใจที่จะให้เกิดผลอันยิ่งใหญ่ คือความเป็นปึกแผ่นของประเทศชาติด้วยความสุจริตและด้วยความรู้ความสามารถด้วยจริงใจ ไม่นึกถึงเงินทองหรือนึกถึงผลประโยชน์ใดๆก็เป็นการทำหน้าที่โดยตรงและได้ทำหน้าที่โดยเต็มที่

พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
พระราชทานแก่ ศึกษาธิการจังหวัดทั่วประเทศ
๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๑

5. มทฺทวํ หรือ ความอ่อนโยน

คือ การมีอัธยาศัยอ่อนโยน และความสามารถโอนอ่อนผ่อนตาม น้อมไป หรือเปลี่ยนไปในทางแห่งความดี ทำให้เกิดการผสมผสานกันอย่างดีในทางการงานและบุคคลแก่บุคคลทุกระดับชีวิต  เราคงจำภาพที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชโน้มพระวรกายจนพระพักตร์เกือบจะแนบกับใบหน้าของคุณยายเพื่อรับดอกบัวที่คุณยายนำมาถวายได้ ภาพนั้นเป็นภาพที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่าพระองค์ทรงไม่ถือพระวรกาย และมีความอ่อนโยนทั้งทางกาย วาจาและใจ 

ผู้นำที่ดีต้องมีกิริยาสุภาพ มีวาจาอ่อนหวาน ไม่เย่อหยิ่ง ไม่หยาบคาย มีความนุ่มนวล ผู้คนได้พบได้เห็นก็มีแต่ความสบายใจ แต่ความอ่อนโยนมิได้หมายความว่าอ่อนแอ ความอ่อนโยนนั้นแฝงไว้ด้วยความสง่างามได้ นักปกครองที่ดีจะต้องมีทั้งความอ่อนโยนและเข้มแข็งในเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ เพราะความเข้มแข็งมิใช่ความแข็งกระด้าง ความอ่อนโยนเป็นลักษณะที่สำคัญของนักปกครอง เพราะช่วยให้ผู้คนเกิดความรัก ความชื่นชมยินดี ที่จะให้ความร่วมมือในกิจการต่าง ๆ นักปกครองที่หยาบกระด้างพูดจากดูถูกเหยียดหยามคน แม้จะมีความสามารถและตั้งใจทำงาน แต่ก็ไม่อาจโน้มน้าวใจให้คนอื่น ร่วมมือได้มากเท่าที่ควร

คนเราอยู่คนเดียวไม่ได้ จะต้องอยู่เป็นหมู่คณะ และถ้าหมู่คณะนั้นมีความสามัคคี คือเห็นอกเห็นใจ ซึ่งกันและกัน ช่วยเหลือในทุกเมื่อ ช่วยกันคิดว่าสิ่งใดควร สิ่งใดไม่สมควร สิ่งใดที่จะทำให้นำมาสู่ความเจริญ ความมั่นคง ความสุขก็ทำ สิ่งใดที่นำมาซึ่งหายนะหรือเสียหายเว้น และช่วยกันปฏิบัติทั้งหน้าที่ทางกายทั้งหน้าที่ทางใจ

พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ในพิธีพระราชทานธงประจำรุ่นลูกเสือชาวบ้าน จ.สระบุรี
16 เมษายน 2519

6. ตป หรือ ความเพียร

คือความเพียรพยายามในการกำจัดอบายมุขและสิ่งชั่วร้ายทั้งหลายไม่ให้มาครอบงำจิตใจ มีวินัยกับตนเอง ไม่หลงในความสุข ความสำราญจนเสียการงาน เป็นคนที่มีชีวิตเรียบง่าย ไม่มัวเมากับ รวมถึงความเพียรพยายามในการทำงานที่รับผิดชอบอย่างไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคทั้งมวล ดั่งพระราชนิพนธ์  “พระมหาชนก” ที่ว่ายน้ำอยู่ในมหาสมุทร 7 วัน 7 คืน ถึงแม่จะไม่เห็นฝั่งว่าอยู่อีกไกลขนาดไหน แต่พระมหาชนกตระหนักดีว่าหนทางเดียวแห่งการรอดชีวิตคือ ความเพียรที่จะว่ายน้ำต่อไป ถึงแม้จะไม่เห็นฝั่ง เมื่อใดที่หยุดว่าย เมื่อนั้นก็คือจุดจบของชีวิต
ทศพิธราชธรรม-ความเพียร

(ขอขอบคุณภาพจาก www.komkid.com)

นักปกครองที่ดีจะต้องระลึกอยู่เสมอว่าตนมีหน้าที่อะไร มีความรับผิดชอบ ต่อประชาชนอย่างไร ต้องมุ่งมั่นต่อหน้าที่ มิใช่มุ่งมั่นต่อความสำราญ ปุถุชนโดยทั่วไปนั้นบางครั้งอาจต่อสู้กับสิ่งเย้ายวนได้แล้ว สังคมจะขาดหลักยึดเหนี่ยว และไม่อาจก้าวหน้าไปสู่ความเจริญได้ ถ้านักปกครองทำให้เห็นเป็นตัวอย่างได้ว่า หน้าที่สำคัญกว่าความสุขสำราญ  ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใหญ่น้อยที่เกิดขึ้น ทุกอย่างสามารถสำเร็จได้ด้วยความเพียร องค์กรนั้นก็จะเจริญก้าวหน้า สังคมก็จะเป็นสุข

การดำรงชีวิตที่ดีจะต้องปรับปรุงตัวตลอดเวลา การปรับปรุงตัวจะต้องมีความเพียรและความอดทน เป็นที่ตั้ง ถ้าคนเราไม่หมั่นเพียร ไม่มีความอดทน ก็อาจจะท้อใจไปโดยง่าย เมื่อท้อใจไปแล้ว ไม่มีทางที่จะมีชีวิตเจริญรุ่งเรืองแน่ๆ 

พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
พระราชทานแก่ครูและนักเรียน โรงเรียนจิตรลดา
27 มีนาคม 2523

7. อกฺโกธํ หรือ ความไม่โกรธ

คือ การไม่แสดงอาการโกรธ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงโดนผู้ไม่หวังดีกล่าวโจมตีตลอดเวลา พระองค์ท่านนอกจากจะไม่ตอบโต้แล้ว ยังทรงมีพระเมตตาให้อภัยกับบุคลเหล่านั้นทุกครั้งไป
ทศพิธราชธรรม-ความไม่โกรธ

(ขอขอบคุณภาพจาก เพจ น้ำพระทัยของในหลวง facebook.com)

ผู้นำที่ดีต้องไม่หวั่นไหวกับคำครหา นินทา มันเป็นเรื่องปกติของคนที่เป็นหัวหน้าที่จะถูกวิพากษณ์วิจารณ์ ทั้งในทางที่ดีและไม่ดี ทั้งในแง่บวกและแง่ลบ ทั้งเรื่องจริงและไม่จริง เมื่อใดที่ได้ยินสิ่งเหล่านี้ ขอให้มีสติ รับฟังด้วยใจที่สงบ อย่าใช้อารมณ์ตอบโต้ไปอย่างเด็ดขาด เพราะเมื่อเราโกรธ เราจะอยู่ในสภาวะขาดสติ ทำให้ไม่สามารถแก้ใขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้นำที่นิ่ง และใจเย็นจะเป็นที่น่าเกรงขาม มีแต่คนเคารพนับถือ

พระมหากษัตริย์ไม่เคยบอกให้เข้าคุก ตั้งแต่สมัยรัชกาลก่อนๆ เป็นกบฏ ก็ยังไม่จับใส่คุก ไม่ลงโทษ รัชกาลที่ 6 ท่านไม่ลงโทษ ไม่ได้ลงโทษผู้ที่เป็นกบฏ มาจนถึงต่อมา รัชกาลที่ 9 ใครเป็นกบฏ ก็ไม่เคยมีแท้ๆ ที่จริงก็ทำแบบเดียวกันไม่ให้เข้าคุก ให้ปล่อย หรือถ้าเข้าคุกแล้วก็ให้ปล่อย ถ้าไม่เข้าก็ไม่ฟ้อง เพราะเดือดร้อนผู้ที่ถูกด่า เป็นคนเดือดร้อน

พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายชัยมงคล ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิตฯ
๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๘

8. อวิหิงสา หรือ ความไม่เบียดเบียน

คือ การดำเนินชีวิตไปตามทางสายกลาง ไม่เอาปรียบ ไม่ใช้อำนาจในทางที่ผิด หรือการออกกฏระเบียบที่ไม่ยุติธรรม เพื่อให้ประโยชน์กับตนเองและพวกพ้อง  

ในการบำเพ็ญอวิหิงสาบารมีนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงบำเพ็ญได้โดยบริสุทธิ์ทุกสถาน ไม่ว่าจะเป็นทรงพระวรกาย พระวาจา พระราชหฤทัย และไม่ว่าจะเป็นการอันทรงปฏิบัติต่อมวลมนุษย์หรือสรรพสัตว์ใด ๆ แม้การนั้นจะยังความสะดวกสบายมาสู่พระองค์ แต่สร้างความยากลำบากแก่ประชาชนแล้ว พระองค์จะทรงงดเว้นเสีย โดยทรงยอมลำบากตรากตรำพระวรกายของพระองค์เองแทน

ทศพิธราชธรรม - ความไม่เบียดเบียน

(ขอขอบคุณภาพจาก www.thaiembassy.ca )

ผู้นำที่ดีต้องไม่กดขี่ห่มเหงคนอื่น ไม่หลงระเริงในอำนาจ องค์กรที่มีผู้นำชอบเบียดเบียน เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น จะมีแต่ความยุ่งเหยิง ระส่ำระสาย ผู้คนอาจทนไม่ได้และรวมตัวกันใช้ความรุนแรงโต้ตอบ การที่สมาชิกของสังคมเบียดเบียนกันเองนั้น สังคมก็ไม่เป็นปกติสุขอยู่แล้ว ถ้าหัวหน้าหรือนักปกครองเป็นผู้กดขี่ห่มเหงเสียเอง ความเดือดร้อนก็ยิ่งจะกระจายไปทุกแห่ง เนื่องจากมีอำนาจในมือ จึงข่มเหงคนได้ในวงกว้าง อำนาจของหัวหน้าหรือนักปกครองนั้นมีไว้เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขของคนอื่น ควรใช้อำนาจนั้นด้วยความเมตตากรุณา สังคมจึงจะสงบสุข

ความสุขความเจริญอันแท้จริงนั้น หมายถึง ความสุขความเจริญที่บุคคลแสวงหามาได้ด้วยความเป็นธรรม ทั้งในเจตนาและการกระทำ ไม่ใช่ได้มาด้วยความบังเอิญหรือด้วยการแก่งแย่งเบียดบังมาจากผู้อื่น

พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ในพระราชพิธีกาญจนาภิเษกทรงครองราชย์ครบ ๕๐ ปี ๒๕๓๙

9. ขนฺติ หรือ ความอดทน

คือ ความสามารถทนต่องานหนักได้ สามารถเผชิญกับความยากลำบากได้อย่างเข็มแข็ง เมื่อพบอุปสรรคในการทำงาน ก็ยิ่งเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวไม่ท้อแท้ และอีกความหมายหนึ่งคือ ทนต่อคำเสียดสีถากถางได้ ไม่กล่าวคำรุนแรงตอบ ไม่บ่นจุกจิกให้เป็นที่รำคาญของคนใกล้เคียง ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ว่าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเป็นผู้มีขันติธรรมอย่างหาผู้มาเสมอเหมือนมิได้ 

-ทรงอดทนต่อโทสะ จากการเบียดเบียนหยามดูหมิ่น จากผู้ไม่หวังดีทั้งในและนอกประเทศ ไม่ทรงออกมาตอบโต้กับคนเหล่านั้นเลย

-ทรงอดทนต่อโลภะ จากความอยากได้ทุกประการโดยสิ้นเชิง ไม่ทรงเคยหวังจะได้อะไรจากใคร นอกจากหวังให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีและมีความสุข

-ทรงอดทนต่อโมหะ คือความหลงในความสุขสบาย แต่ทรงเสด็จไปยังถิ่นทุรกันดารและทรงงานหนักตลอดชีวิต

ทศพิธราชธรรม - ขันติ

ชีวิตคนเราเต็มไปด้วยอุปสรรค มีแต่ผู้ที่อดทน ไม่ยอมแพ้ให้กับอุปสรรคเท่านั้นที่จะประสบความสำเร็จ ผู้นำที่มีความอดทนนั้นย่อมเป็นผู้ที่ได้รับความชื่นชมจากคนรอบข้าง มีแต่คนอยากมาร่วมงานด้วย เพราะรู้สึกอบอุ่นใจในการร่วมงาน และรู้สึกมั่นใจว่าผู้นำจะสามารถนำไปสู่ความสำเร็จได้ ผู้นำที่อ่อนแอขี้บ่น และทนลำบากไม่ได้นั้น จะไม่ได้รับความไว้วางใจและความเลื่อมใสจากผู้ที่อยู่ในความดูแลเลย

ความเข้มแข็งในจิตใจนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่จะต้องฝึกฝนแต่เล็กเพราะว่าต่อไป ถ้ามีชีวิตที่ลำบาก ไปประสบอุปสรรคใดๆ ถ้าไม่มีความเข้มแข็ง ไม่มีความรู้ ไม่มีทางที่จะผ่านอุปสรรคนั้นได้ เพราะว่าถ้าไม่เจออุปสรรคอะไร ก็ไม่มีอะไรที่จะมาช่วยเราได้แต่ถ้ามีความรู้ มีอัธยาศัยที่ดี และมีความเข้มแข็ง ในกาย ในใจ ก็สามารถที่จะผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ นั้นได้

พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
พระราชทานแก่คณะครูและนักเรียนโรงเรียนราชวินิต
31 ตุลาคม 2518

10. อวิโรธนํ หรือ ความเที่ยงธรรม

คือ ความหนักแน่น ยึดความถูกต้อง ยึดมั่นในความเที่ยงธรรม หรือ ยุติธรรม และนิติธรรม ซึ่งหมายถึง ระเบียบแบบแผน หลักการปกครอง และขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม

นับเป็นบุญนับเป็นบุญของชาวไทยเป็นอย่างยิ่งที่ได้อยู่ภายใต้เบื้องพระยุคลบาล แห่งพระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  พระมหากษัตริยาธิราชผู้ทรงบำเพ็ญอวิโรธนะได้อย่างสมบูรณ์ยิ่ง  ทรงปฏิบัติพระองค์ถูกต้องตามขัตติยราชประเพณีทุกประการ ทรงปฏิบัติพระองค์ได้อย่างงดงามไม่มีความบกพร่องให้เป็นที่เสื่อมเสียพระเกียรติยศได้เลย ในพระราชฐานะแห่งองค์พระประมุขของชาติไทยในระบอบประชาธิปไตย พระองค์ได้ทรงดำริอยู่ในความยุติธรรม ทรงเป็นหลักชัยของพรรคการเมืองทุกพรรคและประชาชนทุกคน

ทศพิธราชธรรม-อวิโรธนะ

(ขอขอบคุณภาพจาก http://oknation.nationtv.tv) 

ผู้นำที่ดีย่อมต้องมีความยุติธรรมกับลูกน้องและเพื่อนร่วมงาน ไม่ควรมีระบบ “ตอบแทนบุญคุณ”  หรือ “เด็กใครเด็กมัน” นอกจากนั้นผู้นำที่ดีจะต้องไม่เอนเอียงกับคำนินทา ไม่ใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่น และไม่ยินดีกับการประจบสอพลอ 

ความเจริญของคนทั้งหลาย ย่อมเกิดมาจากประพฤติชอบและการหาเลี้ยงชีพชอบ เป็นหลักสำคัญ ผู้ที่จะสามารถประพฤติชอบและหาเลี้ยงชีพชอบได้ด้วยนั้น ย่อมจะมีทั้งวิชาความรู้ ทั้งหลักธรรมทางศาสนา เพราะสิ่งแรกเป็นปัจจัยสำหรับใช้กระทำการทำงาน สิ่งหลังเป็นปัจจัยสำหรับส่งเสริมความประพฤติ และการปฏิบัติงานให้ชอบคือให้ถูกต้องและเป็นธรรม

พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
พระราชทานแก่ครูโรงเรียนราษฎร์สอนศาสนาอิสลาม 4 จังหวัดภาคใต้ จังหวัดปัตตานี
24 สิงหาคม 2519

คงเห็นกันได้ว่า ทศพิธราชธรรม เป็นอะไรที่ง่ายๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน สามารถปฏิบัติเองได้ง่ายๆ ตลอดเวลา ถ้าองค์กรใดมีผู้นำที่ยึด ทศพิธราชธรรม เป็นหลักปฏิบัติในการบริหารจัดการ และการดำเนินชีวิต องค์กรนั้นย่อมมีแต่ความเจริญก้าวหน้า เป็นองค์กรที่เต็มไปด้วยความสุข ดั่งเช่นประเทศไทยในช่วงวลา 70 ปีที่ผ่านมา เรามีแต่ความสงบสุข ในยามที่มีภัยวิกฤต หลายครั้งหลายคราวที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเป็นผู้ทำให้ประชาชนและชาติไทยผ่านพ้นวิกฤตเหล่านั้นมาได้

คนไทยโชคดีและมีบุญมากๆ ที่ได้พระมหากษัตริย์ผู้ดำรงพระองค์อยู่ใน ทศพิธราชธรรม อย่างสมบูรณ์แบบ ตลอดรัชสมัยที่พระองค์ทรงปกครองประเทศไทยเป็นไปตามพระปฐมบรมราชโองการที่ว่า…

เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม

 

ที่มา : http://www.dhammajak.net/ratchathum/rat01.htm

http://www.dgr.go.th/transparent/pdf/oja.pdf

http://www.br.ac.th/CAI/Supaporn/Unit5_2_1_10.html

http://www.cca.chula.ac.th/protocol/organizations-individuals.html

http://www.siamrath.co.th/n/4207





Leave a Reply








สวัสดี..ครับ

Search

Tag Cloud

#Responsive Web #User Interface #ประสบการณ์การใช้งาน Digital Marketing F. Hilaire OST. ฟ. ฮีแลร์ OST. ฟ. ฮีแลร์ ครูฝรั่งแห่งสยามประเทศ SEM SEO SMM UI User Experience UX กลยุทธ์ การออกแบบเว็บที่ดี การออกแบบเว็บไซต์ การออกแบบเว็บไซต์ที่ดี การเลี้ยงปลาเสือตอ ความหวังในการเพาะพันธุ์ ปลาเสือตอ ความเป็นมาของปลาเสือตอ คุณลักษณะของเว็บไซต์ที่ดี จำนวนผู้ใช้งานมือถือ จำนวนผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ต ดรุณศึกษา ประสบการณ์ชีวิต ปลาเสือตอ ปลาเสือตอพันธุ์ไทย ปลาเสือตอลายคู่ ปลาเสือตอลายใหญ่ ปลาเสือตอเขมร ฝึกพูดภาษาอังกฤษ พระมหาชนก ฟ.ฮีแลร์ ครูฝรั่งแห่งสยามประเทศ ภาพยนตร์ ฟ. ฮีแลร์ วิธีดูปลาเสือตอ วิธีเพิ่ม UX วิธีเลี้ยงปลาเสือตอ ศาสนา ศาสนาพุทธ หนัง ฟ. ฮีแลร์ องค์ประกอบของเว็บไซต์ที่ดี ฮวงจุ้ย ฮวงจุ้ยที่ทำงาน เหรียญพระมหาชนก โรงเรียนอัสสัมชัญ