About me

Nirundon Tanongsakmontri – นิรันดร ทนงศักดิ์มนตรี

Profile อย่างละเอียด

ดาวน์โหลด Resum’e  (PDF format)

ติดต่อโดยตรงได้ที่ Contact me

นิรันดร ทนงศักดิ์มนตรี

They said :

ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ

July 21, 2012
บุคคลที่ผมชื่นชม และเป็นตัวอย่างที่ผมนับถือ 

พีนิด นิรันดร ทนงศักดิ์มนตรี หัวหน้าผมที่ Hutch

หัวหน้าที่สอนอะไรผมหลายๆ อย่าง สอนให้ผมรู้จักการเป็น “หัวหน้า” ของคนและการมีความเป็นตัวของตัวเอง และต้อง “สนุก” ในการทำงานร่วมกับทีมงาน

Tarad.com

My Recent Projects :

Sivadon Distribution Co.,ltd

Context : E-Business Consultation & Implementation Background : Sivadon Distribution ...
Read More

TommyTopCoach.com

Concepts : TommyTopCoach.com คือศูนย์การฝึกอบรบพัฒนาบุคคลากรและบริการด้าน "Coach" ในกรณีนี้ Brand คือตัวบุคคลดังนั้นเนื้อหาของเว็บไซท์จึงต้องชูตัวบุคลเป็นหลัก เนื้อหาจะแบ่งเป็นสามส่วนหลักๆ คือ ...
Read More

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

GMM GRAMMY

ที่มา : manager.co.th

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 3 มกราคม 2552 07:06 น.

 

Image.aspxเจาะภารกิจ GMM Cyber Media โพซิชันนิ่งใหม่ของ www.gmember.com กับเป้าหมายการเป็นเว็บไซต์ท็อปไฟว์ของเมืองไทยภายในปี 2552 ด้วย 4 กลยุทธ์ More, Before, Different และ Exclusive

นาย นิรันดร ทนงศักดิ์มนตรี ผู้อำนวยการอาวุโส หน่วยธุรกิจจีเอ็มเอ็ม ดิจิตอล โดเมน บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า www.gmember.com เกิดขึ้นเมื่อ 5 ปีที่แล้ว เพื่อรองรับกระแสดาวน์โหลดริงโทนที่กำลังบูมในช่วงนั้น แต่กาลเวลาเปลี่ยนไป ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง

ปัจจุบันได้พัฒนา www.gmember.com ให้เป็น GMM Cyber Media เพื่อเป็นสื่อช่องทางใหม่สำหรับโปรโมตทุกคอนเทนต์ของจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ และเพื่อเป็นสื่อทางเลือกใหม่ให้คู่ค้าสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ที่มีฐานลูกค้าเดียวกับจีเมมเบอร์ คือ มีไลฟ์สไตล์ชื่นชอบท่องอินเทอร์เน็ตซึ่งส่วนใหญ่อายุระหว่าง 15-35 ปี

GMM Cyber Media ใช้กลยุทธ์ More, Before, Different และ Exclusive ทั้งด้านคอนเทนต์และโปรโมชันให้แก่กลุ่มเป้าหมาย B2B (Business to Business)) และ B2C (Business to Consumer) เพื่อสร้างความแตกต่างจากเว็บไซต์อื่น

“ทุกวันนี้จีเมมเบอร์เป็นเหมือนเกตเวย์ เพื่อโปรโมตทุกคอนเทนต์ของจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ตัวอย่างเช่น ละครที่เมื่อคืนไม่ได้ดู ก็สามารถคลิกเข้ามาที่ www.gmember.com เพื่อดูย้อนหลังอย่างน้อย 3 ตอนสุดท้ายที่ได้ออกอากาศทางทีวีได้ หรือเบื้องหลังการถ่ายทำละคร ตลอดจนฉากหลุดที่อันซีนก็สามารถคลิกเข้ามาดูที่นี่ได้”

กลยุทธ์ที่ทำให้ด้านคอนเทนต์ของเว็บไซต์จีเมมเบอร์ More, Before, Different และ Exclusive มากกว่าเว็บไซต์อื่น คือ การนำสื่อที่มีอยู่ในมือมาผสมผสาน (Integrate) ได้แก่ สื่อ ออนไลน์ อาทิ แบนเนอร์, สื่อ ออนแอร์ อาทิ รายการทีวีและรายการวิทยุ, สื่อ ออนกราวนด์ (on ground) อาทิ คอนเสิร์ต จัดกิจกรรมโรดโชว์ต่างๆ และสื่อ ออน เดอะ มูฟ (on The move) อาทิ สื่อสิ่งพิมพ์ ปกซีดี มือถือ ทำให้การโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าหรือบริการไปยังกลุ่มเป้าหมายมีประสิทธิภาพสูงสุด และสามารถวัดผลได้อย่างชัดเจน เพราะบริษัทฯ มีการเก็บฐานข้อมูลและพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

รวมทั้งการอินทิเกรตคอนเทนต์ในเครือจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ทำให้สามารถเลือกรับชมคอนเทนต์ได้หลากหลายประเภทอย่างง่ายและสะดวกมากขึ้น ได้แก่ เพลง มิวสิกวิดีโอ ภาพยนตร์ ละคร และคอนเทนต์พิเศษที่หาดูได้ที่นี่เพียงที่เดียว จากเดิมสามารถรับชมเฉพาะคอนเทนต์เพลงอย่างเดียว ซึ่งบริษัทฯ มั่นใจว่า www.gmember.com จะเป็นนิวมีเดียที่มีศักยภาพกับคู่ค้า (B2B) ที่มีกลุ่มเป้าหมายเดียวกับจีเมมเบอร์ เพราะบริษัทฯ ได้ผสมผสานระหว่างสื่อเก่าและสื่อใหม่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

นอกจากนี้ ยังมีการสื่อสารระหว่างเว็บไซต์และผู้เข้ามาเยี่ยมชม (Interactive) โดยแบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ 2.1 การจัดกิจกรรมออนไลน์ เช่น เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้ามาเยี่ยมชมได้ comment, blog, webboard, โหวตเพลงหรือศิลปินยอดนิยม, การประกวดการร้องเพลง, การร่วมสนุกกับศิลปิน เป็นต้น 2.2 การจัดกิจกรรมออนกราวนด์ เช่น Meet&Greet ใกล้ชิดกับศิลปินจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่, ศิลปินจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ไปเยี่ยมแบบเซอร์ไพรส์, ตามติดชีวิตศิลปินจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่

ขณะที่กลยุทธ์ที่ทำให้ด้านโปรโมชันของเว็บไซต์จีเมมเบอร์ More, Before, Different และ Exclusive มากกว่าเว็บไซต์อื่น คือ การจัดแคมเปญ Wonderful Bonus ตลอดปี 2552 เพียงแค่สมัครเป็นสมาชิก Gmember เพื่อลุ้นรับรางวัลทุกวัน อาทิ MP3 มือถือ ซีดี กิฟต์เซ็ตต่างๆ หรือลุ้นรับรางวัลทุกเดือน อาทิ โน้ตบุ๊ก บัตรคอนเสิร์ตต่างๆ เพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง (Brand awareness) ทำให้เกิดการขยายฐานสมาชิกใหม่ และเพื่อสร้างความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) ทำให้รักษาฐานสมาชิกเดิม อีกทั้งกระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายเข้ามาเยี่ยมชมบ่อยและถี่มากขึ้น

สำหรับเป้าหมายของนิรันดรในการพัฒนาเว็บไซต์ให้เป็น GMM Cyber Media ในครั้งนี้ จะทำให้จีเมมเบอร์ขยับเป็นเว็บไซต์ท็อปไฟว์ของเมืองไทยภายในปี 2552 มีผู้เข้าเยี่ยมชมเพิ่มเป็น 3 แสนคนต่อวัน คิดเป็นอัตราเติบโต 300% เมื่อเทียบกับปัจจุบันที่มีผู้เข้าเยี่ยมชม 1แสนคนต่อวัน ขณะที่เชื่อว่าสิ้นปี 2552 จะมีผู้สนใจสมัครเป็นสมาชิกจีเมมเบอร์เพิ่มเป็น 1 ล้านราย คิดเป็นอัตราเติบโต 100% เมื่อเทียบกับปัจจุบันที่มีจำนวนสมาชิก 5 แสนราย

55828n_L

ที่มา : http://www.positioningmag.com

Tue, 2008-07-01 10:04

นายปรเมศร์ เหรียญเจริญสุข Marketing Manager บริษัท Copperwired จำกัด ตัวแทน “iStudio” และนายนิรันดร ทนงศักดิ์มนตรี Senior Director สายงาน Digital Business บริษัท GMM Grammy จำกัด (มหาชน) โชว์การ์ด iKey for iPod โปรโมชั่นสุดพิเศษ “โหลดไม่อั้น มันส์ทังปี” ที่สองค่ายยักษ์ใหญ่แห่งวงการเอนเตอร์เทนเมนท์ ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค ในยุคปัจจุบันอย่างตรงจุด ด้วยกลยุทธ์การทำตลาดแบบ “Subsidize Model” ที่เน้นสร้างสัมพันธภาพทางธุรกิจกับคู่ค้าระดับแถวหน้าอย่าง iPod ที่มียอดขายกว่า 170 ล้านเครื่องทั่วโลก พิศษ! เพียงซื้อ iPod Nano, iPod Classic หรือ iPod Touch ตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 มิ.ย. 2551 สามารถรับโปรโมชั่นนี้ ฟรี! ทันที แล้วคุณจะไม่พลาดทุกความสนุกกับการฟังเพลงแบบไร้ขีดจำกัด

วันที่ 8 ธันวาคม 2552 02:00

ตลาดออนไลน์หนุนธุรกิจเพลง แกรมมี่-อาร์เอส หวังปีหน้าโต20%

โดย: กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

เว็บ เวนส์เดย์ ประเทศไทย จัดเสวนาหัวข้อ “Thailand Digital Music Industry Review & Outlook” การทำตลาดบนสื่อดิจิทัลในอุตสาหกรรมเพลงให้ประสบความสำเร็จ พร้อมโอกาสการเติบโตในปี 2553 โดยมีค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ทั้งในประเทศไทยและอินเตอร์ มาให้มุมมองการทำตลาดเพลงออนไลน์ที่อยู่ในทิศทาง “ขาขึ้น”

นายวรพจน์ นิ่มวิจิตร ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานดิจิทัล บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าอุตสาหกรรมเพลงยุคสื่อดิจิทัล ผ่านออนไลน์และโทรศัพท์มือถือ ล้วนเป็นช่องทางที่สร้างโอกาสเติบโตให้ธุรกิจเมื่อเทียบการขายแผ่นซีดี (Physical Product) จากไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่ต้องการฟังเพลงแบบซิงเกิล ผ่านการดาวน์โหลด ที่ทั้งสะดวก รวดเร็วและคุณภาพสูง ไม่ใช่การซื้ออัลบั้มแบบในอดีตอีกต่อไป พฤติกรรมดังกล่าวยิ่งขยายตัวมากขึ้นตามการพัฒนาของเทคโนโลยีในโลกดิจิทัล

ปัจจุบันรายได้จากธุรกิจเพลงของอาร์เอส มาจากช่องทางดิจิทัล เป็นสัดส่วน 2 ใน 3 ขณะที่ 3 ปีก่อนสัดส่วนดังกล่าวจะมาจากการขยายสินค้าซีดีและวีซีดี ถึงสิ้นปีนี้กลุ่มดิจิทัลของอาร์เอสยังเติบโตในระดับ 20-25% และปีหน้าเชื่อว่ายังเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 20%

“การเติบโตของกลุ่มดิจิทัล ไม่ได้ทำให้รายได้ธุรกิจเพลงของอาร์เอสลดลง แม้จะมีค่าบริการถูกกว่าการขายแผ่นซีดี แต่ยอดการดาวน์โหลดเพลงฮิต มีโอกาสเห็นตัวเลขระดับล้านครั้ง แต่คงไม่มีโอกาสเห็นตัวเลขนี้ในยอดขายแผ่นซีดีอีกต่อไป”
รายได้ธุรกิจดิจิทัล 3 ไตรมาสของอาร์เอสปีนี้อยู่ที่ 303 ล้านบาท มีเป้าหมายสิ้นปี 2552 ที่ 500 ล้านบาท จากธุรกิจโทรศัพท์มือถือ  420 ล้านบาท และธุรกิจออนไลน์  80 ล้านบาท  หรือเติบโตประมาณ 20% ส่วนปี 2553 เชื่อว่าจะเติบโตระดับ 20% จากทิศทางการขยายตัวของธุรกิจออนไลน์เองและการให้บริการ 3G

ด้าน “จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่” ค่ายเพลงเบอร์หนึ่งของประเทศไทย นิรันดร ทนงศักดิ์มนตรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาด ธุรกิจดิจิทัล บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าบิซิเนส โมเดล ธุรกิจเพลงในสังคมดิจิทัล มาจาก 3 รูปแบบ คือ การสมัครสมาชิกเพื่อรับบริการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบริการดาวน์โหลด ริงโทน เพลงเต็ม มิวสิควีดิโอ และเพลงรอสาย ผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ (Subscribtion Model) แบบเหมาจ่ายรายเดือน ถือเป็นกลุ่มที่เติบโตสูงสุดในทุกผู้ประกอบการ , รูปแบบการดาวน์โหลดแบบอะลาคาร์ต  และสปอนเซอร์
ปีหน้ารูปแบบการให้บริการธุรกิจเพลงดิจิทัลยังคงเน้นทั้ง 3 บิซิเนส โมเดลเดิม แต่จะมีโปรดักท์ ให้บริการหลากหลาย  โดยยึด Idol หรือตัวศิลปินเป็นจุดศูนย์กลางเพื่อพัฒนาคอนเทนท์ต่างๆ ที่แฟนคลับชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็น คลิปภาพคอนเสิร์ต หรือ กิจกรรมต่างๆ
“ทุกค่ายเพลงในเครือแกรมมี่ ให้ความสำคัญกับธุรกิจเพลงออนไลน์  อีกทั้งการเปิดใช้เครือข่าย 3G และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตธุรกิจเพลงในปีหน้า  แกรมมี่ได้เตรียมนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์แบบดิจิทัล”
การให้บริการคอนเทนท์เพลงผ่านเว็บไซต์และโทรศัพท์มือถือ จะช่วยผลักดันให้ธุรกิจดิจิทัลของแกรมมี่ เติบโตได้ 20-30% ในปีหน้า  โดย สุวัฒน์ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้จัดการ ดิจิทัล บิซิเนส  จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่  ได้วางเป้าหมายรายได้ธุรกิจดิจิทัลปีนี้ 930 ล้านบาท ส่วนปี 2553 คาดการณ์รายได้ 1,100 ล้านบาท

ขณะที่ รณพงศ์ คำนวณทิพย์ ผู้จัดการทั่วไป ยูนิเวอร์แซล มิวสิค ประเทศไทย กล่าวว่า ยูนิเวอร์แซล ประสบความสำเร็จในการปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจเพลงออนไลน์ในประเทศไทยและอาเซียน ตามการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีและจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต  ในประเทศไทยรายได้จากกลุ่มดิจิทัลเป็นสัดส่วน 1 ใน 3 ของธุรกิจ และมีแนวโน้มเติบโตสูงเป็นตัวเลข 2 หลัก ในปีหน้า ขณะที่การขายสินค้าแผ่นซีดีและวีซีดีในตลาดเพลงสากล ยังได้รับความสนใจในกลุ่มนักสะสม แต่มีตัวเลขการเติบโตต่ำกว่ากลุ่มดิจิทัล

อุตสาหกรรมเพลงมูลค่า 5,000 ล้านบาทในประเทศไทย กำลังก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงบนโลกดิจิทัล  ด้วยถือเป็นธุรกิจที่สร้างกำไรสูงระดับ 60%  ทำให้คอนเทนท์ โปรวายเดอร์ ต่างเดินเกมรุกเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ด้วยต้นทุนต่ำลง

 

The Future of the Music Industry – GMM Digital

 

video_gmmมาถึงฝั่งสุดท้าย อีกหนึ่งผู้เล่นรายใหญ่ตลอดกาลอย่าง GMM Grammy ที่มีการทำตลาด ดิจิตอล อย่างต่อเนื่อง  และในปี 2010 เป็นอีกปีที่ทาง GMM จะรุกตลาดเพิ่มขึ้น ทำให้วงการเพลงดิจิตอลแข่งขันกันเข้มข้นเข้าไปอีก

สัมภาษณ์ คุณนิรันดร ทนงศักดิ์มนตรี, Sr. Digital Marketing Director Digital Business บริษัทจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) จะมาพูดถึงความเสียหายของการละเมิดลิขสิทธ์เพลง ที่จำเป็นต้องหาทางแก้ไข ซึ่งต้องการความร่วมมือจากหลายๆ ฝ่าย รวมถึงผู้บรโภค  เพราะค่าของความเป็นไทยได้หมดไปกับการกระทำของคนไทยเช่นกัน มาดูกันว่า Grammy, RS และ Universal Music จะมีทางแก้อย่างไร  และนอกจากนี้  ทาง Grammy ยังจะมาเล่าถึงแนวทางในการทำธุรกิจเพลงดิจิตอล และรวมไปถึงการบอกแผนการ Social media marketing ที่ทางแกรมมี่เตรียมที่จะมีในปี 2010 นี้  ด้วยเช่นกัน

 

 

ข่าวบันเทิง ThaiPR.net — พฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม 2551 12:08:35 น.
กรุงเทพฯ–14 ส.ค.–

 

ยักษ์ใหญ่แกรมมี่ผุดไอเดียไฮเทคตอบสนองแฟนเพลงพี่เบิร์ดที่พลาดบัตรคอนเสิร์ต “แบบเบิร์ด เบิร์ด โชว์ ครั้งที่9” ด้วยการจัดถ่ายทอดสดผ่าน www.gmember.com สำหรับสมาชิกของ gmember เท่านั้น เพียงสมัครฟรีรับรหัสผ่านเพื่อคลิกเข้าไปชมคอนเสิร์ตออนไลน์ระหว่างวันที่ 22 และ 23 สิงหาคม ศกนี้ หวังเป็นอีกช่องทางให้แฟนๆ ได้ร่วมชื่นชมศิลปินคนโปรดร่วมกับผู้ชมในอิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี พร้อมรับสิทธิพิเศษอีกมากมายจากการร่วมเป็นสมาชิกของเว็ปไซต์ เนื่องจากมีแฟนเพลงของพี่เบิร์ดเป็นจำนวนมากที่ไม่สามารถหาซี้อบัตรคอนเสิร์ตแบบเบิร์ด เบิร์ดได้ และรอบการแสดงก็ไม่สามารถเพิ่มได้อีก ทางบริษัทฯ เห็นโอกาสที่จะตอบแทนแฟนเพลงที่เหนียวแน่นกลุ่มนี้ ด้วยการเปิดให้ชมการแสดงแบบสด ๆ ส่งตรงจาก อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ตั้งแต่ต้นจนจบไปพร้อม ๆ กับผู้ชมในอิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี เพียงแค่สมัครเป็นสมาชิก ของ www.gmember.com โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ และลงชื่อขอรับรหัสผ่านเพื่อเข้าไปรอดูคอนเสิร์ตตั้งแต่ เวลา17.00 น. ในวันที่ 22และ 23 สิงหาคม 2551

 

C6897933-8

 

ร่วมชมคอนเสิร์ตแบบ เบิร์ด เบิร์ด โชว์ ครั้งที่ 9

ที่มา  : http://www.webmaster.or.th

babb bird bird

ชมคอนเสิร์ตแบบ เบิร์ด เบิร์ด โชว์ ครั้งที่ 9 ตอน “MAGIC MEMORIES” ไปพร้อม ๆ กับผู้ชมในอิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี
ถ่ายทอดสดออนไลน์ผ่านทาง http://bbb.gmember.com/live ในวันที่ 22 และ 23 ส.ค.นี้

ลงทะเบียนขอรับรหัสเพื่อชมการถ่ายทอดสดได้ที่
http://www.gmember.com/activity/bbblive/
ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 22 ส.ค.เวลา 14.00 น.

พิเศษ ! ลุ้นรับตุ๊กตาหมีที่ระลึกจากคอนเสิร์ตแบบ เบิร์ด เบิร์ด โชว์ มูลค่า 3,500 บาท 1 รางวัล
และ ตุ๊กตาน้องหมี มูลค่า 240 บาท อีก 10 รางวัล

ร่วมค้นหาอัศจรรย์แห่งความทรงจำและเก็บภาพความประทับใจร่วมกัน
ในคอนเสิร์ตแบบ เบิร์ด เบิร์ด โชว์ ครั้งที่ 9 ตอน “MAGIC MEMORIES”

ล็อกอินเพิ่มเสียงกรี๊ด

แค่หน้าตาดี ร้อง แดนซ์ โชว์ไม่พออีกต่อไปแล้ว แต่ศิลปินยุคนี้ต้องรู้จักบริหารโซเชี่ยลมีเดียให้เข้าถึงแฟนคลับของตัวเองให้ได้ เพราะไม่เช่นนั้นอาจได้ยินเสียงกรี๊ดแค่เบาๆ จากแฟนเพลงเท่านั้น เทรนด์นี้แรงจนทำให้แกรมมี่เข้มข้นกับศิลปินในสังกัดมาแล้วประมาณ 2 ปี และ 3 เดือนที่ผ่านมานักร้องของแกรมมี่ 90 คน จากกว่า 300 คน ก็ได้ลองล็อกอินตั้งแฟนเพจ เช็กเรตติ้งใน Facebook แล้ว ทั้งพี่เบิร์ด พี่ใหม่ และขวัญใจลูกทุ่งอย่าง ไผ่ พงศธร

เป็นปฏิบัติการที่ “นิรันดร ทนงศักดิ์มนตรี” ผู้อำนวยการอาวุโส หน่วยธุรกิจจีเอ็มเอ็ม ดิจิตอล จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ บอกว่าเป็นไปตามทิศทางธุรกิจเพลงที่วางกลยุทธ์ให้ “ศิลปิน” คือศูนย์กลางของธุรกิจมากขึ้น จากเดิมที่เพลงคือโปรดักต์ แล้วกระจายออกไปสู่โปรดักต์ไลน์ต่างๆ เช่น แผ่นซีดี ดาวน์โหลด ไปสื่อทีวี วิทยุ แต่ต่อไปตัวศิลปินคือโปรดักต์ที่จะไปไกลได้ด้วยคอมมูนิตี้ที่เชื่อมต่อกันด้วยการพูดคุย คอมเมนต์ การโพสต์ข้อความ รูปภาพ จนนำมามาสู่การสร้างอีเวนต์ เอ็มวีผ่านสื่อ และคอนเสิร์ต

นี่คือเส้นทางที่แกรมมี่เดินไปโดยวิเคราะห์ตั้งแต่การค้นหากลุ่มลูกค้าเป้าหมายตัวจริงของแกรมมี่ ไปจนถึงกระแสโซเชี่ยลมีเดีย จนถึงการปั้นเครือข่ายสังคมออนไลน์ของตัวเอง “Artist2U”

ฐานใหญ่ของแฟนแกรมมี่คืออายุ 12-23 ปี ซึ่งมีถึง 67% ของแฟนทั้งหมด “นิรันดร” บอกว่ากลุ่มนี้เป็นวัยรุ่นที่ทุกภาวะมีเพลงเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเศร้าหรือสนุกสนานก็ฟังเพลง ฟังได้ทุกที่ตลอดเวลา และอยากเป็นคนพิเศษของศิลปิน การดึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในคอมมูนิตี้ของศิลปินคนนั้นจึงไม่ยาก ด้วยกลุ่มนี้ใช้เน็ต 3-4 ชั่วโมงต่อวัน จึงตอบโจทย์กลยุทธ์ของแกรมมี่เป็นอย่างดี

ตลอดเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาจึงสร้างเครือข่ายให้ศิลปินในค่ายคุยกันเองก่อน เพื่อให้เกิดการบอกต่อ จากนั้นเดือนสิงหาคมจะให้ศิลปินเชิญชวนแฟนคลับมาเป็นวีไอพีในเครือข่ายของตัวเอง ซึ่งตรงกับอินไซท์ของกลุ่มเป้าหมายที่รู้สึกว่าได้ความพิเศษ ที่แม้จะมีเงินก็ไม่สามารถซื้อได้ จากนั้นตั้งแต่เดือนกันยายนจึงจะเปิดตัวเครือข่าย Artist 2 U ให้กับคนทั่วไป โดยผสมผสานกับสื่อเดิมที่แกรมมี่มีอยู่ทั้งวิทยุ ทีวี สิ่งพิมพ์ เพื่อให้ออนไลน์เข้าถึง Mass มากขึ้น

แผนนี้ “นิรันดร” บอกว่าจะทำให้แฟนเพลงเข้าถึงศิลปินง่ายขึ้นจากเดิมเป็นเรื่องยาก รู้ว่าศิลปินจะไปไหน ทำอะไร ทำให้เกิดความผูกพันนำมาสู่กิจกรรมต่างๆ เป็นยุทธวิธีที่เรียกว่า Meet on line แล้ว Greet on Ground ที่จะนำมาซึ่งรายได้อื่นเช่น ค่าสมาชิก ค่าธรรมเนียมการโหลด นอกเหนือจากโมเดลปัจจุบันที่มีรายได้จากสปอนเซอร์เป็นหลัก

กลุ่มอายุแฟนๆ ของแกรมมี่

น้อยกว่า 12 ปี 6%

12-17 ปี 40%

18-23 ปี 27%

24-35 ปี 18%

36-55 ปี 7%

มากกว่า 55 ปี 1%

 

รายได้ธุรกิจเพลง
ปี ค.ศ. ขายแผ่นซีดี * ดิจิตอล (ดาวน์โหลดมือถือ+อินเทอร์เน็ต)**
ปี 2008 1,700 609
ปี 2009 1,394 890
ปี 2010 900 1,000

*ซีดียอดลดลง 15%
**ดิติตอลเพิ่มขึ้น 40%

ตัวอย่างแฟนเพจของศิลปินแกรมมี่ (ณ วันที่ 18 กรกฎาคม 2553)
ศิลปิน จำนวน Like
ต่ายอรทัย 2,430
ไผ่ พงศธร 2,243
พี สะเดิด 1,120
ตั๊กแตน ชลดา 2,343
เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ 2,970
พันซ์ วรกาญจน 4,991 Friends
ใหม่ เจริญปุระ 4,645 Friends

วันที่ 22 มิถุนายน 2552 13:00

แกรมมี่คัดสรรศิลปินผ่านอินเตอร์เน็ต

 

ฮัทช์ จับมือแกรมมี่ เปิดเวทีประกวดร้องเพลงบนอินเตอร์เน็ต ผู้ชนะร่วมออกอัลบั้มกับ ปู แบล็คเฮด, แอนดี้ เข็มพิมุก, เจ เจตริน ฯลฯ

ฮัทช์ ร่วมกับ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เปิดเวที Hutch Talent มอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าฮัทช์ พร้อมสานฝันของผู้มีใจรักและมีพรสวรรค์ด้านร้องเพลง โดยการร่วมสนุกร้องเพลงคาราโอเกะออนไลน์ที่ www.hutchtalent.com ผู้ชนะสองท่าน จะได้เป็นดาวดวงใหม่ในอัลบั้ม Value of Love ร่วมกับศิลปินดังจากแกรมมี่ ชูจุดเด่นของการแข่งขันร้องเพลงบนอินเทอร์เน็ตครั้งแรกในประเทศไทย ที่ผู้แข่งขันสามารถร้องเพลงจากที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้

นายธีรพันธุ์ ศิริสุนทรไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ บริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย จำกัด หรือ ฮัทช์ กล่าวว่า “กิจกรรม Hutch Talent เป็นกิจกรรมที่ฮัทช์จัดขึ้นเพื่อเป็นการขอบคุณและส่งมอบความสุขให้กับลูกค้าฮัทช์โดยเฉพาะ โดยลูกค้าสามารถเข้าร่วมแข่งขันผ่านเว็บไซต์ www.hutchtalent.com ที่มีคลังเพลงคาราโอเกะ มากกว่า 10,000 เพลง จากแกรมมี่ได้ไม่จำกัด

“พร้อมกันนี้ฮัทช์ได้มอบรางวัลพิเศษสุด ให้แก่ผู้ที่ชื่นชอบการร้องเพลง และมีความฝันอยากเป็นศิลปิน โดยโปรดิวเซอร์ของแกรมมี่ จะทำการโปรดิวส์เพลงใหม่ให้กับผู้ชนะในกิจกรรมนี้โดยเฉพาะ และเพลงของผู้ชนะทั้งสองท่านจะถูกนำไปรวมกับเพลงของศิลปินชั้นนำของแกรมมี่อีก 8 คน ในอัลบั้ม Value of Love ซึ่งกำหนด จะวางแผงประมาณปลายปีนี้”

นายธีรพันธุ์ กล่าวเสริมว่า “กิจกรรม Hutch Talent แตกต่างจากเวทีอื่นตรงที่การเข้าร่วมกิจกรรมสามารถทำได้อย่างง่ายๆ ผ่านเว็บไซต์ www.hutchtalent.com ผู้แข่งขันสะดวกร้องเพลงที่ไหน เมื่อไหร่ ก็ได้ อัพโหลดเพลงได้ไม่จำกัด ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง และไม่ต้องผ่านขั้นตอนการประกวดแบบเดิมๆ ถ้ามั่นใจในเสียงและลีลาก็สามารถอัพโหลดคลิปเข้ามาได้เลย และที่สำคัญผู้ชนะได้เป็นศิลปินแน่นอน”

นายนิรันดร ทนงศักดิ์มนตรี ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาดธุรกิจดิจิตอล บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า

“กิจกรรม Hutch Talent เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สอดคล้องกับนโยบายของ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ที่เป็นโทเทิ่ล มิวสิค บิสซิเนส โดยกิจกรรมดังกล่าว เป็นความร่วมมือทั้งด้านเทคโนโลยีและบริการ ที่โปรโมททั้งสินค้าและบริการของทั้งฮัทช์และแกรมมี่ ที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายของเรา เราเชื่อมั่นว่า Hutch Talent จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากทั้งผู้ใช้บริการฮัทช์ และแฟนพันธุ์แท้แกรมมี่ รวมถึงผู้ที่ชื่นชอบในเสียงเพลงทั่วประเทศ”

ผู้ที่เข้าร่วมและชนะการแข่งขันในกิจกรรม Hutch Talent จะได้ร้องเพลงในอัลบัม Value of Love ร่วมกับศิลปินชั้นนำของแกรมมี่ อาทิ ปู แบล็คเฮด แอนดี้ เข็มพิมุก เจ เจตริน แนน วาทิยา โรส ศิรินทิพย์ มิ้น สวรรยา แก้ว Zaza ติ๊ก Playground ซึ่งจะกำหนดออกวางแผงเดือนตุลาคมศกนี้

สำหรับวิธีการ เข้าร่วมกิจกรรม Hutch Talent ผู้ร่วมเข้าแข่งขันสามารถเข้าไปร้องเพลงคาราโอเกะและอัพโหลดคลิปของตัวเองได้ ที่เว็บไซต์ www.hutchtalent.com  ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง การให้คะแนน กรรมการจะคัดเลือกผู้เข้ารอบ จำนวน 40 คน โดย 3 คนแรกที่เข้ารอบ มาจากคะแนนโหวตจากทาง SMS มากที่สุด และอีก 37 คน ที่คัดเลือกโดยคณะกรรมการและ SMS ผ่านทางโทรศัพท์มือถือฮัทช์เท่านั้น

Hutch Talent เปิดให้ผู้สนใจเข้าร่วมแข่งขันรอบแรกตั้งแต่วันที่ 19 มิ.ย.ถึง 3 ส.ค. 52 รอบ 40 คนสุดท้าย ระหว่าง 7 ส.ค. ถึง 17 ส.ค 52 และ รอบ 10 คนสุดท้าย ระหว่างวันที่ 27 ส.ค.ถึง 17 ก.ย 52

โดยจะประกาศผลผู้ชนะ ในงานคอนเสิร์ตใหญ่ วันที่ 3 ตุลาคม 2552 ณ PlayHouse Central World ผู้ชนะ 2 ท่านจะได้ร่วมออกอัลบั้ม “Value of Love” สังกัดแกรมมี่ร่วมกับศิลปินอีก 8 ท่าน รางวัลสำหรับผู้ชนะ  2 ท่านจะได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศ และช่อดอกไม้และรางวัลเงินสดท่านละ 10,000 บาท ผู้เข้ารอบ 10 คนจะได้รับรางวัลเน็ตไร้สาย Hutch MBI ท่านละ 1 เครื่อง

รางวัลสำหรับผู้ร่วมโหวตให้ผู้เข้าแข่งขันมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลมูลค่ากว่า 200,000 บาท
1. ทองคำมูลค่า 10,000 บาท จำนวน 2 รางวัล
2. Meet & Greet กับ ศิลปินแกรมมี่   20 รางวัล
3. โบนัสโทรฟรี มูลค่า 300 บาท 200 รางวัล
4. โบนัสโทรฟรี มูลค่า 50 บาท 500 รางวัล

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Hutch Talent ได้ที่ ร้านฮัทช์ทุกสาขาหรือที่ Contact Hutch 1128 หรือที่เว็บไซต์ www.hutch.co.th หรือ www.hutchtalent.com

————————————————————————

ฮัทช์ จับมือ แกรมมี่ เปิดเวที ‘Hutch Talent’ เฟ้นหานักร้องหน้าใหม่

ที่มา : http://www.kruair.com

hutch-talent

 

เปิดตัวไปเรียบร้อยแล้วสำหรับ ‘Hutch Talent’การ ประกวดร้องเพลงบนอินเทอร์เน็ตครั้งแรกในประเทศไทย ที่จัดขึ้นเมื่ออาทิตย์ก่อน ณ เซ็นทรัล ลาดพร้าว กับกิจกรรมดีๆที่ เฟ้นหาดาวดวงใหม่ผ่านเว็บไซต์ โดยมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าฮัทช์ ที่มีใจรักการร้องเพลง เพียงเข้าไปร่วมสนุกร้องเพลงคาราโอเกะออนไลน์ได้ที่ ww.hutchtalent.com โดยมีผู้ชนะเพียง2ท่านเท่านั้น ที่จะได้ร้องเพลงในอัลบั้ม ‘Value of Love’ร่วมกับศิลปินดังจากแกรมมี่ อาทิ ปู แบล็คเฮด,เจ เจตริน,โรส ศิรินทิพย์,มิ้น สวรรยา และ แก้ว ZaZa เป็นต้น

ภายในงานเปิดตัวครั้งนี้ทางเว็บไซต์ดาราโอเกะ (www.daraoke.com)ได้จัดตู้เพลงให้ผู้สนใจร่วมซ้อมร้องคาราโอเกะ ก่อนจะสมัครลงใน‘Hutch Talent’ กัน ด้วย ต่อจากนั้นผู้บริหารสองท่าน คือ นายธีรพันธุ์ ศิริสุนทรไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ บริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย จำกัด และ นาย นิรันดร ทนงศักดิ์มนตรี ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาดธุรกิจดิจิตอล บริษัท จี เอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน)ออกมากล่าวถึงที่มาที่ไปของโครงการนี้ว่า

“กิจกรรม ‘Hutch Talent’ จัด ขึ้นเพื่อขอบคุณและส่งมอบความสุขให้กับลูกค้าฮัทช์โดยเฉพาะ พร้อมเปิดโอกาสให้ลูกค้าที่ชื่นชอบการร้องเพลง และมีความฝันอยากเป็นศิลปิน เข้าแข่งขันประกวดร้องเพลงผ่านเว็บไซด์ www.hutchtalent.comที่ มีคลังเพลงคาราโอเกะมากกว่า 10,000เพลงจากแกรมมี่ โดยผู้ชนะ2ท่านจะได้ทำการโปรดิวส์เพลงใหม่จากโปรดิวเซอร์ชื่อดังของแกรมมี่ และเพลงของผู้ชนะจะถูกนำไปรวมกับเพลงของศิลปินอีก8คนในอัลบั้ม ‘Value of love’ที่จะวางแผงปลายปีนี้ โดยเชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะได้รับการต้อนรับอย่างดีจากทั้งผู้ใช้บริการฮัท ช์ และแฟนพันธุ์แท้แกรมมี่ที่รักการร้องเพลงทั่วประเทศ”

ด้านตัวแทนศิลปินจากอัลบั้ม’Value of Love’ ไม่ว่าจะเป็น ปู แบล็คเฮด,โรส ศิรินทิพย์,มิ้น สวรรยา และ แนน วทิยา ต่างยกทีมมาร่วมร้องเพลงเพราะๆให้ฟัง ที่เรียกเสียงกริ๊ดกร๊าดจากผู้คนแถวนั้นมากมายเลยทีเดียว ตบท้ายด้วยการแนะนำเคล็ดลับดีๆในการร้องเพลง และเชิญชวนผู้ที่สนใจให้เข้ามาสมัครโครงการนี้อีกด้วย”เป็นโครงการดีๆ ที่ค้นหาคนเก่งที่มีใจรักการร้องเพลงมาประกวดร้องเพลงบนอินเทอร์เน็ต ใครสนใจลองเข้ามาสมัครกันเยอะๆ แล้วจะได้มาร่วมร้องเพลงกับพวกเรา”

สำหรับวิธีการเข้าร่วมกิจกรรม ‘Hutch Talent’ผู้ร่วมแข่งขันสามารถเข้าไปร้องเพลงคาราโอเกะและอัพโหลดคลิปของตัวเองได้ที่ www.hutchtalent.com  ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง โดยเปิดให้ผู้สนใจเข้าร่วมแข่งขันรอบแรกตั้งแต่วันที่ 19มิ.ย.-3ส.ค.52 หรือเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน  www.daraoke.com หรือ  www.hutchtalent.com

————————————————————————

ได้แล้ว 2 ผู้ชนะ “Hutch Talent ร้องโดนใจได้เป็นดาว”

Posted on Thaibusinesspr.com on October 12, 2009

 

Hutch Talent : ในที่สุดการประกวดร้องเพลงบนอินเทอร์เน็ตครั้งแรกในประเทศไทย “Hutch Talent ร้องโดนใจได้เป็นดาว” ที่ร่วมผลักดันโดยฮัทช์และแกรมมี่ ได้ผู้ชนะเป็นที่เรียบร้อย โดย “h11 แอม-วิลาสินี สุพานิชวรภาชน์”” และ “h21 โน๊ต-ปิติ รุ่งเรืองวงษ์” สามารถสร้างประวัติศาสตร์คว้าตำแหน่ง “Hutch Talent ร้องโดนใจได้เป็นดาว” ได้สำเร็จเตรียมออกอัลบั้ม Value of Love ของแกรมมี่ในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยมี นายธีรพันธุ์ ศิริสุนทรไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ บริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย จำกัด หรือ ฮัทช์ และ นายนิรันดร ทนงศักดิ์มนตรี ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาดธุรกิจดิจิตอล บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ร่วมมอบรางวัล นอกจากนี้ยังมีศิลปินในอัลบั้ม Value of Love ของแกรมมี่นำโดย แนน วาทิยา , แอนดี้ เขมพิมุก , โรส ศิรินทิพย์ , มิ้น สวรรยา , แก้ว ซาซ่า และ ปู แบล็คเฮด ร่วมขึ้นคอนเสิร์ต ณ PlayHouse Central World เมื่อเร็วๆ นี้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Hutch Talent ได้ที่ ร้านฮัทช์ทุกสาขาหรือที่ Contact Hutch 1128 หรือที่เว็บไซต์ www.hutch.co.th หรือ www.hutchtalent.com

 

 

Grammy-Hutch-Talent-Concert

SawasdeeShop

ตลาดฮัลโหลVoIPเริ่มคึกคัก สวัสดีช็อปคิกออฟสู้รายใหญ่

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 2 ตุลาคม 2549 09:58 น.

Image.aspxตลาดวีโอไอพี เริ่มมีสีสันหลังกทช.ปล่อยไลเซนส์ “สวัสดีช็อป” เปิดเกมสู้รายใหญ่ ส่ง “สุดสุด” ซอฟต์โฟนวีโอไอพี  พร้อมบรรจุคอนเทนต์ดูทีวี ภาพยนตร์ ดูดวง มุ่งเจาะตลาดวัยรุ่น ส่วนค่าบริการโทร.คิดเริ่มต้น 1 บาทต่อนาที ใช้โมเดลพรีเพด ผ่านออนไลน์-บัตรเติมเงิน คาดสิ้นปีลูกค้าใช้งานไม่น้อยกว่าแสนราย

นายนิรันดร ทนงศักดิ์มนตรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท สวัสดีช็อป ผู้ให้บริการโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต กล่าวว่า ยอดจำนวนผู้ใช้งานโทรศัพท์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต หรือ วีโอไอพี ในเวลาไม่เกิน3ปี จากนี้ จำนวนผู้ใช้งานจะมีสูงถึง5 ล้านราย ควบคู่ไปกับยอดจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง(บรอดแบนด์)  โดยบริการดังกล่าวจะเป็นอีกบริการหนึ่งที่ผู้ใช้ให้ความสนใจ แต่เป็นบริการทางเลือกไม่ใช่บริการที่เข้ามาแทนที่บริการโทรศัพท์พื้นฐาน หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่  ซึ่งเป็นผลมาจากการเปิดการให้บริการสื่อสารเสรีจากนโยบายการกำกับดูแลของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) และการกระตุ้นการใช้งานบรอดแบนด์จากกระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสาร (ไอซีที)

ล่าสุด สวัสดีช็อป ได้เปิดบริการ “สุดสุด” (Sood Sood) ซึ่งเป็นบริการโทรศัพท์ผ่านทางอินเทอร์เน็ต หลังจากที่ได้เปิดบริการ “สวัสดีทอล์ค” ซึ่งเป็นบริการโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ตจากต่างประเทศกลับมาเมืองไทย ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา  ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ สวัสดีช็อป ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 1 จาก กทช.โดยเป็นผู้ให้บริการการโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต (Voice over The Internet หรือ VoIP) ในประเทศไทย

“ทาง สวัสดี ช็อป ได้นำออกให้บริการแก่ผู้ใช้อย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากที่เปิดตัวครั้งแรกในงานไอซีที เอกซ์โป เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีคนสนใจบริการอย่างมากมายจากรูปแบบการใช้งานและโปรแกรมที่นำมาประยุกต์ใช้ โดยใน 4 วัน มีผู้สมัครใช้ถึง 3,500 คน และในปัจจุบันได้มีผู้ใช้งานแล้ว 10,000 ราย”

บริการ “สุดสุด” เป็นโปรแกรมโทรศัพท์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (ซอฟต์โฟน) ที่ใช้งานร่วมกับคอมพิวเตอร์ ที่มีลักษณะแตกต่างจากผู้ให้บริการรายอื่น นอกเหนือจากการใช้งานด้านการโทรศัพท์ จากคอมพิวเตอร์ไปยังคอมพิวเตอร์ (PC-to-PC) และจากเครื่องคอมพิวเตอร์ไปยังหมายเลขโทรศัพท์ปลายทาง (PC-to-Phone) เครือข่ายทั่วโลกแล้ว  “สุดสุด”  ยังมีบริการการส่งข้อความทันใจ (Instant Messaging) การส่งแฟ้มข้อมูล (File Sending)  ดูหน้าจอคอมพิวเตอร์ร่วมกัน (Desktop Sharing) เป็นต้น ซึ่งบริการนี้จะเป็นอีกบริการ ที่จะเข้ามาเจาะตลาดผู้ใช้ในกลุ่มวัยรุ่น คนทำงานเริ่มต้น กลุ่มผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต

สำหรับอัตราค่าบริการใช้งาน ผ่านโปรแกรมในการโทร.ออก รับสาย แบบ PC to PC จะไม่เสียค่าบริการ  และโทร.ออกผ่าน PC ไปยังโทรศัพท์บ้าน มือถือ จะเสียค่าบริการเริ่มต้น 1 บาทต่อนาที และสามารถโทร.ไปยังต่างประเทศปลายทางได้มากถึง 37 ประเทศ อาทิ สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา ฮ่องกง สหราชอาณาจักร และอื่น

นอกจากนี้ บริการในส่วนอื่น นอกเหนือจากบริการโทร.ผ่านโปรแกรมสุดสุดแล้ว สวัสดีช็อป ยังได้มีการนำบริการเสริมเข้ามารองรับในการใช้งานผ่านโปรแกรมด้วย อาทิ การรับชมรายการโทรทัศน์  ภาพยนตร์ออนไลน์ ดูดวง แชตไลน์  เพื่อให้กลุ่มลูกค้า สามารถใช้บริการได้อย่างหลากหลาย

นายนิรันดร กล่าวว่า   บริการสุดสุด ลูกค้าสามารถสมัครและดาวน์โหลดได้ฟรี เพียงแค่เข้าไปยังเว็บไซต์ www.soodsood.com และ ดาวน์โหลดโปรแกรม “สุดสุด” ลงบนเครื่องคอมพิวเตอร์  ซึ่งการใช้งานไม่มีความยุ่งยาก เพียงแค่ลูกค้า ตั้งชื่อการใช้งานด้วยอีเมล์ของตน ตามด้วยรหัสใช้งาน จากที่สมัครไว้  แล้วล็อกอิน ก็จะสามารถใช้งานได้ทันที  ซึ่งบริษัทได้มีโปรโมชันพิเศษสำหรับผู้สมัครใช้บริการ จะได้รับเครดิตค่าโทรศัพท์ฟรีทันที 10 นาที สำหรับโทรไปยังที่ใดก็ได้ทั่วโลก

บริการดังกล่าว ในบางส่วนได้มีค่าใช้จ่าย บริษัทได้เปิดช่องทางผู้ใช้บริการสามารถซื้อเครดิตค่าโทรศัพท์ได้ในอัตราเริ่มต้นที่ 100 บาท ซึ่งสามารถซื้อได้จากทางออนไลน์ และในรูปแบบของบัตรเติมเงินที่กำลังจะมีจำหน่ายทั่วประเทศในอนาคตอันใกล้   โดยจะวางราคาบัตรที่ 100, 250, 500 และ 1,000 บาท และการซื้อบัตรเติมเงิน สวัสดีคาร์ด  ผ่านทางบริการ E-Pay

สวัสดีช็อปวางเป้าหมายบริการสุดสุด ให้มียอดผู้ใช้งานเริ่มต้นภายในสิ้นปีนี้ไม่น้อยกว่า 1 แสนราย และมียอดรายได้จากการใช้บริการไม่ต่ำกว่า 10% โดยปัจจุบันจากยอดที่มีผู้ใช้งาน 1 หมื่นราย มียอดการใช้งานที่เสียค่าบริการรายเดือนต่อ 1 ผู้ใช้ ที่ 180 บาทต่อจาก ยอด 10% ของผู้ใช้งานทั้งหมด ส่วนในปี 2550 บริษัทเชื่อว่า ยอดผู้ใช้จะเพิ่มถึงระดับ 1 ล้านราย และมียอดการใช้งานที่เสียค่าใช้จ่ายจากบริการ 250 บาทต่อเลขหมายต่อเดือน ทั้งจากรายได้ค่าโทร+ค่าบริการเสริมพิเศษ

“การแข่งขันในตลาดบริการวีโอไอพีนั้นมีผู้ให้บริการหลายราย และแข่งขันราคา  ดังนั้น เราต้องหาจุดแข่งขันที่แตกต่างจากรายอื่นผ่านตัวซอฟต์โฟนโดยเราวางตัวเองเป็นผู้ให้บริการ “Communitainment” (Communication + Entertainment) รายแรกในประเทศไทย โดยเป็นการนำคอนเทนต์ เข้ามาแข่งขันสร้างแรงจูงใจใช้บริการและยังใช้เป็นตัวสร้างรายได้เสริม จากบริการจากซอฟท์โฟน”

ภายในปี 2549 จะเปิดบริการเสริมอย่างน้อย 5 บริการ ผ่านโปรแกรมสุดสุด  และ 30 บริการในปี 2550 พร้อมกับสร้างชุมชน SoodSood ผ่านเว็บไซต์ และที่แตกต่างรายอื่น คือเมื่อลูกค้าสมัครใช้งานแล้ว ถึงแม้ไม่ได้มีการเติมเงินใช้งานหรือเงินในบัญชีหมดก็ยังสามารถใช้งานส่วนอื่นต่อได้ โดยไม่มีวันหมดอายุ

ในอนาคตอันใกล้ สวัสดีช็อป จะเปิด “ดีคอลล์” บริการโทรศัพท์ผ่านทางอินเทอร์เน็ตที่สะดวกต่อการใช้งาน เหมาะสำหรับทั้งบุคคลทั่วไป และบริษัท หรือลูกค้าที่ต้องใช้โทรศัพท์จำนวนมาก นอกจากนั้น บริษัทฯ กำลังอยู่ในระหว่างการขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม แบบที่ 3 และใบอนุญาตในการจำหน่ายบัตรโทรศัพท์ จาก กทช. ด้วย

วีโอไอพีแบบ ‘soodsood’

เอกรัตน์ สาธุธรรม

ที่มา : กรุงเทพฯธุรกิจ

 
“วีโอไอพี” (VOIP) หรือโทรศัพท์ผ่านเน็ต กลายเป็นบริการที่ได้รับการพูดถึงอย่างมากในแวดวงเทคโนโลยี ด้วยค่าโทรที่ถูกกว่าการโทรปกติกว่าครึ่ง ไม่แปลกเลยที่บรรดาผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรวมไปถึงโอเปอเรเตอร์มือถือในบ้านเรา จ่อคิวเปิดบริการที่ว่ากันอย่างคึกคัก “สวัสดีช้อป จำกัด” บริษัทที่สร้างชื่อมาจากธุรกิจ “อี-คอมเมิร์ซ” วันนี้ไม่ขอตกกระแสเหล่าพี่เบิ้มในวงการไอทีสื่อสาร เปิดบริการวีโอไอพีเป็นที่เรียบร้อยผ่านเวบไซต์ชื่อเก๋ไก๋ www.soodsood.com (สุดสุดดอทคอม)
“นิรันดร ทนงศักดิ์มนตรี” ซีโอโอ บริษัทสวัสดีช้อป จำกัด เล่าว่า สุดสุดดอทคอมเป็นเวบไซต์ที่ให้บริการวีโอไอพีอย่างเต็มรูปแบบ โดยให้บริการใน 2 ประเภทหลัก คือ “พีซีทูพีซี” และ “พีซีทูโฟน” มีกลุ่มเป้าหมายเป็นวัยรุ่น นักเรียน นักศึกษาอายุระหว่าง 15-25 ปี และกลุ่มคนวัยทำงาน

“สุดสุดดอทคอมเป็นหนึ่งในธุรกิจของสวัสดีช้อป จำกัด ที่ก่อนหน้านี้ทำธุรกิจด้านอี-คอมเมิร์ซ แต่วันนี้เราเห็นว่าบริการวีโอไอพีเป็นกระแสโลก เป็นเหมือนไฟลต์บังคับให้ผู้ที่อยู่ในวงการนี้ต้องเดินไป โดยสุดสุดดอทคอม ได้รับใบอนุญาตประเภท1 จากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทช.)” นิรันดร เล่า

เขาบอกว่า สุดสุดดอทคอมเป็นผู้ให้บริการส่งข้อความเสียงแบบทันที ซึ่งเป็นพัฒนาการอีกขั้นหนึ่งของบริการส่งข้อความทันใจ เทคโนโลยีของสุดสุดดอทคอม มีความร่วมมือกับบริษัท TelTel (www.teltel.com) ผู้นำทางด้านบริการโทรศัพท์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยใช้มาตรฐานแบบเปิดที่เรียกว่า SIP (Session Initiation Protocol) ในการสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ทำให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์สามารถพัฒนาสินค้า และบริการเพื่อเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบริการสุดสุดดอทคอมในอนาคตได้

“เป้าหมายของเราค่อนข้างจะเป็นวัยรุ่นนิดหนึ่งอายุประมาณ 15-25 ปีซึ่งวัยนี้จะเป็นวัยที่ชอบใช้อินเทอร์เน็ต แชท กับเพื่อน ใช้ชีวิตบนเน็ต กลุ่มเป้าหมายนี้จะเหมาะกับบริการพีซีทูพีซี เพราะเป็นการใช้ฟรี คิดเป็น 80% ของกลุ่มลูกค้า ส่วนที่เหลือก็จะเป็นกลุ่มวัยทำงาน เป็นอีกกลุ่มลูกค้าสำคัญ จะเหมาะกับบริการพีซีทูโฟน กลุ่มหลังนี้จะเป็นกลุ่มที่ใช้งานจริง ทั้งโทรไปต่างประเทศ โทรทางไกล” เขา เล่า

นิรันดร บอกว่า สำหรับบริการพีซีทูโฟน ลูกค้าจะต้องซื้อบัตรเติมเงินเพื่อไว้ใช้โทร โดยต้องเติมเงินผ่านหน้าจอของสุดสุดดอทคอม วิธีการใช้ก็จะคล้ายกับการใช้บัตรเติมเงินในโทรศัพท์มือถือ บัตรที่ว่ามีตั้งแต่มูลค่า 100,250,และสูงสุด 1,000 บาท ซึ่งจะไม่มีวันหมดอายุการใช้งาน

“ถ้าถามถึงทิศทางธุรกิจ เราก็เหมือนกับ สไกป์, เอ็มเอสเอ็น, กูเกิล แต่เราคงต้องมีอะไรไปแข่งกับเขาให้มากกว่านี้ โดยจะเน้นไปที่บริการเสริมที่ต่อยอดจากบริการวีโอไอพีที่เราทำ ยกตัวอย่าง ขณะนี้เรากำลังไปเจรจากับทางค่ายเพลงว่า ให้ลูกค้าที่มีบัตรเติมเงินของสุดๆ ใช้ซื้อเพลงผ่านอินเทอร์เน็ตได้ หรือไปคุยกับคนทำริงโทน สกรีนเซอร์เวอร์ ที่ลูกค้าสามารถซื้อคอนเทนท์เหล่านี้ผ่านบัตรเติมเงินของสุดๆ ได้ เป็นต้น”

ซีโอโอ สวัสดีช้อป ยังบอกด้วยว่า หลังจากเปิดตัวเวบไซต์สุดสุดดอทคอมไปเมื่องาน “ไอซีที เอ็กซ์โป” ที่ผ่านมา ปรากกฏว่า ได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นจำนวนมาก ทั้งในกลุ่มวัยรุ่น คนทำงาน โดยหลังจากนี้บริษัทจะเริ่มทำโรดโชว์ไปยังสถาบันการศึกษา ส่วนบริการพีซีทูโฟนที่ต้องใช้บัตรเติมเงิน จะเริ่มเปิดขายบัตรผ่านเวบในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้

“ผมมองว่าแนวโน้มในอนาคตของวีโอไอพี มันต้องเดินไปข้างหน้าแน่นอน อย่างที่บอกว่า มันเป็นกระแสโลกไอเอสพีทุกรายต้องทำอยู่แล้ว ทุกคนกระโดดลงมาทำแน่นอน เมื่อผู้ให้บริการมากขึ้น มีการ educate ตลาดมากขึ้น แน่นอนจำนวนคนใช้ย่อมเพิ่มขึ้นตามไปด้วยวันนี้คนใช้อินเทอร์เน็ตมีประมาณ 10 ล้านคน ผมเชื่อว่าปลายปีนี้ ต้องมีสัก 1 ล้านคนที่ใช้วีโอไอพี” นิรันดร บอกอย่างมั่นใจ

สำหรับสุดสุดดอทคอม เขาบอกว่า ปลายปีนี้ขอให้ชื่นใจสัก 100,000 ราย ก็ถือเป็นทิศทางที่ดีแล้ว โดยบริการที่จะได้รับความนิยมมากน่าจะเป็นบริการวีโอไอพีแบบ “พีซีทูพีซี”

นิรันดร ยังเล่าถึงธุรกิจของสวัสดีช้อปว่า วันนี้ภาพธุรกิจเปลี่ยนไปแล้วจาก “อี-คอมเมิร์ซ” มาเป็น “ผู้ให้บริการวีโอไอพี” อย่างเต็มตัว

“สุดสุดเป็นบริการหนึ่งในสวัสดีช้อป โดยภาพรวมของสวัสดีช้อป ต้องบอกว่าเราเปลี่ยน เปลี่ยนจากอี-คอมเมิร์ซ มาเป็นวีโอไอพี ธุรกิจหลักของเรานับจากนี้คือ วีโอไอพี แต่จะมีแบรนด์ใหม่ๆ ที่มาจากเทคโนโลยีนี้เพิ่มขึ้น เรามีโครงสร้างทางธุรกิจอยู่แล้ว บริการที่ออกมาก็จะใช้โครงสร้างพื้นฐานเดิม แต่ให้บริการที่แตกต่างออกไป”

ซีโอโอ สวัสดีช้อป บอกว่า ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้บริการวีโอไอพี ประสบความสำเร็จในไทย อยู่ที่การ educate ตลาด เพราะยังมีคนไทยอีกมาก ที่ไม่รู้ว่าวีโอไอพีให้อะไรกับเขา ช่วยอะไรได้บ้างแน่นอนว่าไทยต้องผ่านตรงนี้ไปให้ได้ อย่างน้อยต้องใช้เวลาประมาณ 2 ปี

“เรื่องราคา อัตราค่าโทรเป็นสิ่งสำคัญ โทรไปอเมริกา อังกฤษ ราคาเท่าไหร่ คนที่มีบริการวีโอไอพีที่ถูกกว่าย่อมได้เปรียบ ที่สำคัญเรื่องของคุณภาพเสียงต้องดี ต้องชัดเหมือนกับคุยผ่านโทรศัพท์บ้าน หรือโทรศัพท์มือถือ ผมเชื่อว่ามูลค่าตลาดของวีโอไอพี ผมมองอย่างนี้ ถ้ามีคนใช้ 1 ล้านคน 10% คือ ประมาณ 1 แสนคน ขอให้ใช้บริการวีโอไอพีเดือนละ 100 บาท ปีหนึ่งก็จะอยู่ที่ 120 ล้านบาท”

เมื่อถามว่า ทำไมถึงตั้งชื่อว่า “สุดสุดดอทคอม” นิรันดร บอกว่า ชื่อมันใช่ คือบริการในสุดสุดดอทคอมนั้นต้องถูกสุด ดีสุด อะไรที่เป็นสุดสุด ในอนาคตจะมารวมอยู่ในเวบนี้ทั้งหมด..

Hutch

ฮัทช์สร้าง“Broadband Society” หวังกินยาว
โดย ผู้จัดการออนไลน์    23 มีนาคม 2548 20:34 น.

ฮัทช์ ชูแนวคิดต้องการเป็นผู้สร้าง Broadband Society มากกว่าการเป็นเพียงผู้ค้าอุปกรณ์  จับกระแสความอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่ยังคงมาแรง ขยายฐานลูกค้าไวร์เลสบรอดแบนด์จากปีที่ผ่านมา 6,000 รายสู่ เป้าหมาย 30,000 รายในสิ้นปี 48 พร้อมเปิดตัว “แอร์พลัส” โมเด็มบรอดแบนด์ไร้สาย ให้เชื่อมต่อทุกที่ทั่วกทม. และ 25 จังหวัด ทั้งโน๊ตบุกและพีซี สนองนโยบายเป็นผู้ขยายตลาด เปิดกว้าง ไม่ปิดกั้นดีไวซ์จากผู้ค้าทุกยี่ห้อรับเข้าสู่ระบบ

นายนิรันดร ทนงศักดิ์มนตรี ผู้อำนวยการลูกค้าองค์กรธุรกิจ บริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย จำกัด  กล่าวว่า ความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตในปัจจุบันขยายตัวมากขึ้น เห็นได้จากตัวเลขในปี 2534 ประชากรผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมีประมาณ 3 แสนคน  และเพิ่มขึ้นเป็น 7 ล้านคนในปี 2547 โดยในปี 2548 ประมาณการว่าผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจะเพิ่มขึ้นเป็น 10 ล้านคน โดยในจำนวนนี้คาดว่าจะเป็นตลาดของอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงหรือบรอดแบนด์ประมาณ 5 แสนคน จากปี 2547 มีประมาณ 2 แสนคนโดยมีอัตราการเติบโตประมาณ 250%

“การขยายตัวของความต้องการอินเทอร์เน็ตยังคงมีอยู่ ขณะเดียวกันกับโครงสร้างพื้นฐานการรองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงยังไม่อำนวยมากนัก  ไม่ว่าจะเป็นศักยภาพการเชื่อมต่อการใช้งานอย่างคุณภาพเหมือนใช้งานที่บ้าน หรือแม้แต่การใช้งานในขณะเคลื่อนที่”

กลุ่มเป้าหมายหลักของบรอดแบนด์ความเร็วสูงคือ นักเรียน-นักศึกษาในรูปแบบ  e-learning ที่ต้องใช้บรอดแบนด์ในการเชื่อมต่อ  อีกกลุ่มเป็นนักธุรกิจที่ต้องการเข้าถึงข้อมูลทางธุรกิจที่สำคัญ เน้นการใช้งานในขณะเดินทาง และกลุ่มพนักงานบริษัทที่ต้องการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตกับที่ทำงาน  หรือผู้จัดงานเอ็กซ์บิชันที่ต้องโชว์การทำงาน  รวมทั้งองค์กรธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย จากการที่ต้องเสียค่าอินเทอร์เน็ตตามจำนวนการใช้งานจริงในแต่ละเดือนเป็นปริมาณมาก

นายนิรันดร กล่าวว่า ปัจจุบัน ฮัทช์ มีฐานลูกค้าผู้ใช้บริการตามตัวเลขในตลาดหลักทรัพย์ ณ สิ้นปี 2547 ที่ประมาณ  6.15 แสน ส่วนตัวเลขการสื่อสารที่ ประมาณ 8 แสนราย เป้าหมายของฮัทช์ในปีนี้ นอกจากการขยายเลขหมายผู้ใช้บริการให้มากที่สุด หรือทำให้ได้ทั้งหมดจากประมาณผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือที่จะเพิ่มในปีนี้ที่ 4 ล้านเลขหมายแล้ว และฮัทช์ ยังต้องการขยายตลาดบรอดแบนด์ในลักษณะเป็นผู้สร้างให้เกิด Broadband Society มากกว่าการเป็นเพียงผู้ขายสินค้า

“ที่ผ่านมาฮัทช์มีฐานลูกค้าไวร์เลส บรอดแบนด์ประมาณ 6,000 ราย ตั้งเป้าในปี 2548 ที่  30,000ราย จากตลาดรวมไวร์เลสบรอดแบนด์ในปี 2548 ประมาณ  3 แสนราย”

การที่ฮัทช์ตั้งเป้าว่าจะขยายฐานลูกค้าผู้ใช้บริการไวร์เลสบรอดแบนด์ได้มากกว่า 3 เท่า เป็นเพราะความมั่นในภายหลังการเปิดตัวแอร์การ์ดรุ่นเดิมเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา โดยใช้เวลาเพียง 2 เดือนสินค้าหมด  พร้อมกันนี้ ฮัทช์เปิดตัว “แอร์พลัส” โมเด็มบรอดแบนด์ไร้สาย (Airplus  Wireless Broad USB Modem)  ในราคา 5,900 บาท 2 แพกเกจให้เลือก 1.ใช้อินเทอร์เน็ตได้ทุกที่ไม่ว่าที่บ้านหรือนอกบ้าน ไม่จำกัดชั่วโมง ไม่จำกัดเมกะไบต์ในราคา 999 บาท ต่อเดือนหรือแพกเกจที่ 2.ราคา 499 บาท สำหรับท่องอินเทอร์เน็ต 200 เมกะไบต์

“แอร์พลัส” เป็นความลงตัวของผู้ต้องการใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในปัจจุบันเพราะสามารถลดข้อจำกัดของช่องทางในการเชื่อมต่อเข้าสู่อินเทอร์เน็ตทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น ปัญหาของโทรศัพท์พื้นฐานที่ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้, ADSL เป็นการเชื่อมต่อทางสาย, หรือแม้แต่ ฮอตสปอต ไว-ไฟที่เคลื่อนที่จำกัด จุดใดจุดหนึ่งเท่านั้น แต่ แอร์พลัส  จะให้ผู้ใช้เชื่อมโยงเข้าสู่อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 153 กิโลบิต/วินาที เร็วกกว่า โมเด็มทั่วไปถึง 3 เท่า หรือมีความเร็วเท่ากับอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ที่ใช้ ADSL  128 กิโลบิต/วินาที

นอกจากนี้ ยังสามารถใช้งานได้ทั้งกับโน้ตบุ๊ก หรือ คอมพิวเตอร์พิซีทั่วไป   โดยสามารถใช้งานได้ทั้งในกรุงเทพฯและพื้นที่ภาคกลาง 25 จังหวัดที่เครือข่ายฮัทช์ครอบคลุมถึง  พร้อมกันนี้ ยังสามารถใช้งานในฟังก์ชันของโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้เพราะมีซิมฝั่งอยู่ด้วย โดยเสียค่าบริการนาทีละ 2 บาท แยกจากแพกเกจ

จากเป้าหมายที่ต้องการขยายตลาดเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการไวร์เลสบรอดแบนด์ให้มากที่สุด ฮัทช์ เปิดกว้างสำหรับตัวแทนจำหน่ายทุกราย สามารถนำเข้า “ดีไวซ์” หรือ “แอร์พลัส” ที่สามารถใช้งานในเครือข่ายฮัทช์ได้  เข้ามาทำตลาดได้ โดยนำมาให้ฮัทช์เป็นผู้ตรวจสอบและเข้าระบบ ทั้งนี้ ฮัทช์ก็จะมีรายได้เป็นค่าบริการค่าเดือนทั้ง 2 แพกเกจแล้วแต่ลูกค้าเลือก

ช่วงแรกของการเปิดตัวฮัทช์ จำหน่ายแอร์พลัสผ่าน ฮัทช์ ช้อป และไอที ซิตี้ ซึ่งมีสาขา 21 แห่งทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด ช่วงโปรโมชันลูกค้าที่ซื้อโน้ตบุ๊กหรือพีซีที่ ไอทีซิตี้ถึง 30 เมษายน นี้ ซื้อแอร์พลัสได้ในราคา 4,900 บาท

ฮัทช์เปิดตัว “แอร์พลัส” สุดยอดนวัตกรรม “อินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง” ที่ให้ความสะดวก รวดเร็ว ในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในทุกที่ ทุกเวลา

ด้วยแพคเก็จสุดคุ้มเพียง 999 บาทต่อเดือน บริการบรอดแบนด์ไร้สายจากฮัทช์ ผู้ใช้สามารถท่องโลกอินเทอร์เน็ตแบบจุใจไม่จำกัดเมกะไบต์ ไม่จำกัดชั่วโมง ได้ทุกที่ ทุกเวลา ในเครือข่าย CDMA2000 1X

กรุงเทพฯ – 23 มีนาคม 2548 บริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย จำกัด ผู้ให้บริการด้านการตลาดระบบสื่อสารไร้สายดิจิตอล CDMA2000 1X ภายใต้แบรนด์ “ฮัทช์” เปิดตัว “แอร์พลัส โมเด็มบรอดแบนด์ไร้สายล่าสุดสู่ตลาด (AirPlus Wireless Broadband USB Modem)” เพื่อให้นักท่องเน็ตสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วยความเร็ว 153 กิโลบิต/วินาที แบบจุใจได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่จำกัดเมกะไบต์ ไม่จำกัดชั่วโมง ในราคาแพคเก็จสุดคุ้มเพียง 999 บาทต่อเดือน

นายนิรันดร ทนงศักดิ์มนตรี ผู้อำนวยการฝ่ายลูกค้าองค์กรธุรกิจ บริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย จำกัด กล่าวว่า “เพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นของลูกค้าในตลาดอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ไร้สายในประเทศไทย ฮัทช์ จึงได้เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ “แอร์พลัส” ซึ่งเป็นโมเด็มเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ไร้สายที่ให้ความคุ้มค่า คุ้มราคา และด้วยสมรรถนะที่ล้ำหน้าของระบบ CDMA2000 1X ฮัทช์มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการพัฒนา “สังคมอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง” และสร้างโอกาสให้ตลาดนี้ให้เติบโตมากขึ้น”

“แอร์พลัส” ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้อย่างรวดเร็วด้วยเครือข่ายที่ครอบคลุมพื้นที่กว้างไกลกว่า ไม่ต้องพึงพาจุด ฮ็อตสปอต ไว-ไฟ (Wi-Fi Hot Spot) หรือ ADSL” สามารถดาวน์โหลดไฟล์และรูปภาพผ่านพอร์ตยูเอสบี โดยใช้ได้ทั้งคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ และโน้ตบุ๊ค

ด้วยเทคโนโลยีล้ำหน้าของเครือข่าย CDMA2000 1X “แอร์พลัส” ให้ความเร็วสูงสุดถึง 153 กิโลบิต/วินาที ซึ่งเร็วกว่าโมเด็มทั่วไปถึง 3 เท่า หรือมีความเร็วเท่ากันกับอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ที่ใช้ ASDL 128 กิโลบิตต่อวินาที โดยลูกค้าสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ทั้งในเขตกรุงเทพมหานคร และพื้นที่ภาคกลางทั้ง 25 จังหวัด

ฮัทช์ เปิดตัว “แอร์พลัส” ในราคา 5,900 บาท พร้อมทั้งมี โปรโมชั่นให้เลือก 2 แพคเก็จ คือ แพคเก็จสุดคุ้มเพียง 999 บาท ต่อเดือน ให้เพลิดเพลินในโลกอินเทอร์เน็ตได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยไม่จำกัดเมกะไบต์ และไม่จำกัดชั่วโมง หรือแพคเก็จ 499 บาทต่อเดือน สำหรับท่องอินเทอร์เน็ตแบบคุ้มค่าได้ถึง 200 เมกะไบต์ โดยแพคเก็จสุดคุ้มนี้เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 31 ธันวาคมศกนี้

นายนิรันดร กล่าวเสริมว่า “ฮัทช์ จะจำหน่าย “แอร์พลัส” ผ่านร้าน “ฮัทช์ ช้อป” และ ไอที ซิตี้ ซึ่งแป็นซูเปอร์สโตร์ด้านไอทีชั้นนำ ที่มีสาขา 21 แห่ง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด พิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค หรือ พีซี ที่ ไอที ซิตี้ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 เมษายน ศกนี้ จะสามารถซื้อ “แอร์พลัส” ได้ในราคาพิเศษเพียง 4,900 บาท เท่านั้น เรามั่นใจว่า ด้วย“แอร์พลัส” และ แพคเก็จค่าบริการที่ความคุ้มค่าเช่นนี้ เราจะสามารถทำให้คนไทยได้เป็นเจ้าของและใช้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงได้ง่ายขึ้น โดยจุดมุ่งหมายสูงสุดของฮัทช์ คือ การสร้างสังคมอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงในประเทศไทย”

ท่านที่สนใจสามารถเปิดรับประสบการณ์ใหม่เกี่ยวกับ “แอร์พลัส” ได้ที่โซน Wireless Broadband Society ในร้านฮัทช์ ซ็อป และ ไอที ซิตี้ ทุกสาขา หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Contact Hutch 1128 หรือ www.hutch.co.th สำหรับลูกค้าองค์กร สามารถติดต่อตรงได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-22888721

ที่มา : http://www.mxphone.net/997-997/

 

ฮัทช์ รุกเปิดแคมเปญ ไวร์เลส บรอดแบนด์ โซไซตี้

ฮัทช์ รุกเปิดแคมเปญ ไวร์เลส บรอดแบนด์ โซไซตี้ news
ฮัทช์ รุกเปิดแคมเปญ ไวร์เลส บรอดแบนด์ โซไซตี้ กระตุ้นการใช้อินเทอร์เน็ต ไร้สายความเร็วสูงผ่านเครือข่าย ซีดีเอ็มเอ 25 จังหวัดบริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย จำกัด ผู้ทำการตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ไร้สายความเร็วสูงในระบบ CDMA20001X ตอกย้ำประสิทธิภาพของเครือข่ายฮัทช์ที่ครอบคลุมพื้นที่ 25 จังหวัดทั่วไทยกับการเปิดตัวแคมเปญใหม่ “ไวร์เลส บรอดแบนด์ โซไซตี้” บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง ที่จะทำให้การรับส่งข้อมูลเป็นไปได้อย่างรวดเร็วด้วยความเร็วสูงถึง 153 กิโลบิตต่อวินาที ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้บริการสามารถใช้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงได้ทุกที่ ทุกเวลา
ในภาพ: พิรุณ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานผลิตภัณฑ์และบริการ (ที่ 1 จากขวา) นิรันดร ทนงศักดิ์มนตรี, รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ธุรกิจ (ที่ 1 จากซ้าย) ไชยวัฒน์ อุดมศรีรุ่งเรือง ผู้ช่วยรองประธานฝ่ายกลยุทธ์การตลาดและการวางแผน (ที่ 2 จากซ้าย) บริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย จำกัด พร้อมด้วย ร.ท. หญิง ลัลนารี พุธานานนท์ (ที่ 3 จากซ้าย) นนทวัฒน์ พรมจินดา (ที่ 4 จากซ้าย) และ ศศวิมล ณ ระนอง (ที่ 5 จากซ้าย) ในงานแถลงข่าวเปิดตัว Hutch Wireless Broadband Society ณ ร้านกาแฟดอยตุง สวนลุมไนท์บาซาร์ เมื่อเร็วๆนี้