ตลาดออนไลน์หนุนธุรกิจเพลง แกรมมี่-อาร์เอส หวังปีหน้าโต20%

วันที่ 8 ธันวาคม 2552 02:00

ตลาดออนไลน์หนุนธุรกิจเพลง แกรมมี่-อาร์เอส หวังปีหน้าโต20%

โดย: กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

เว็บ เวนส์เดย์ ประเทศไทย จัดเสวนาหัวข้อ “Thailand Digital Music Industry Review & Outlook” การทำตลาดบนสื่อดิจิทัลในอุตสาหกรรมเพลงให้ประสบความสำเร็จ พร้อมโอกาสการเติบโตในปี 2553 โดยมีค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ทั้งในประเทศไทยและอินเตอร์ มาให้มุมมองการทำตลาดเพลงออนไลน์ที่อยู่ในทิศทาง “ขาขึ้น”

นายวรพจน์ นิ่มวิจิตร ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานดิจิทัล บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าอุตสาหกรรมเพลงยุคสื่อดิจิทัล ผ่านออนไลน์และโทรศัพท์มือถือ ล้วนเป็นช่องทางที่สร้างโอกาสเติบโตให้ธุรกิจเมื่อเทียบการขายแผ่นซีดี (Physical Product) จากไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่ต้องการฟังเพลงแบบซิงเกิล ผ่านการดาวน์โหลด ที่ทั้งสะดวก รวดเร็วและคุณภาพสูง ไม่ใช่การซื้ออัลบั้มแบบในอดีตอีกต่อไป พฤติกรรมดังกล่าวยิ่งขยายตัวมากขึ้นตามการพัฒนาของเทคโนโลยีในโลกดิจิทัล

ปัจจุบันรายได้จากธุรกิจเพลงของอาร์เอส มาจากช่องทางดิจิทัล เป็นสัดส่วน 2 ใน 3 ขณะที่ 3 ปีก่อนสัดส่วนดังกล่าวจะมาจากการขยายสินค้าซีดีและวีซีดี ถึงสิ้นปีนี้กลุ่มดิจิทัลของอาร์เอสยังเติบโตในระดับ 20-25% และปีหน้าเชื่อว่ายังเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 20%

“การเติบโตของกลุ่มดิจิทัล ไม่ได้ทำให้รายได้ธุรกิจเพลงของอาร์เอสลดลง แม้จะมีค่าบริการถูกกว่าการขายแผ่นซีดี แต่ยอดการดาวน์โหลดเพลงฮิต มีโอกาสเห็นตัวเลขระดับล้านครั้ง แต่คงไม่มีโอกาสเห็นตัวเลขนี้ในยอดขายแผ่นซีดีอีกต่อไป”
รายได้ธุรกิจดิจิทัล 3 ไตรมาสของอาร์เอสปีนี้อยู่ที่ 303 ล้านบาท มีเป้าหมายสิ้นปี 2552 ที่ 500 ล้านบาท จากธุรกิจโทรศัพท์มือถือ  420 ล้านบาท และธุรกิจออนไลน์  80 ล้านบาท  หรือเติบโตประมาณ 20% ส่วนปี 2553 เชื่อว่าจะเติบโตระดับ 20% จากทิศทางการขยายตัวของธุรกิจออนไลน์เองและการให้บริการ 3G

ด้าน “จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่” ค่ายเพลงเบอร์หนึ่งของประเทศไทย นิรันดร ทนงศักดิ์มนตรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาด ธุรกิจดิจิทัล บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าบิซิเนส โมเดล ธุรกิจเพลงในสังคมดิจิทัล มาจาก 3 รูปแบบ คือ การสมัครสมาชิกเพื่อรับบริการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบริการดาวน์โหลด ริงโทน เพลงเต็ม มิวสิควีดิโอ และเพลงรอสาย ผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ (Subscribtion Model) แบบเหมาจ่ายรายเดือน ถือเป็นกลุ่มที่เติบโตสูงสุดในทุกผู้ประกอบการ , รูปแบบการดาวน์โหลดแบบอะลาคาร์ต  และสปอนเซอร์
ปีหน้ารูปแบบการให้บริการธุรกิจเพลงดิจิทัลยังคงเน้นทั้ง 3 บิซิเนส โมเดลเดิม แต่จะมีโปรดักท์ ให้บริการหลากหลาย  โดยยึด Idol หรือตัวศิลปินเป็นจุดศูนย์กลางเพื่อพัฒนาคอนเทนท์ต่างๆ ที่แฟนคลับชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็น คลิปภาพคอนเสิร์ต หรือ กิจกรรมต่างๆ
“ทุกค่ายเพลงในเครือแกรมมี่ ให้ความสำคัญกับธุรกิจเพลงออนไลน์  อีกทั้งการเปิดใช้เครือข่าย 3G และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตธุรกิจเพลงในปีหน้า  แกรมมี่ได้เตรียมนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์แบบดิจิทัล”
การให้บริการคอนเทนท์เพลงผ่านเว็บไซต์และโทรศัพท์มือถือ จะช่วยผลักดันให้ธุรกิจดิจิทัลของแกรมมี่ เติบโตได้ 20-30% ในปีหน้า  โดย สุวัฒน์ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้จัดการ ดิจิทัล บิซิเนส  จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่  ได้วางเป้าหมายรายได้ธุรกิจดิจิทัลปีนี้ 930 ล้านบาท ส่วนปี 2553 คาดการณ์รายได้ 1,100 ล้านบาท

ขณะที่ รณพงศ์ คำนวณทิพย์ ผู้จัดการทั่วไป ยูนิเวอร์แซล มิวสิค ประเทศไทย กล่าวว่า ยูนิเวอร์แซล ประสบความสำเร็จในการปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจเพลงออนไลน์ในประเทศไทยและอาเซียน ตามการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีและจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต  ในประเทศไทยรายได้จากกลุ่มดิจิทัลเป็นสัดส่วน 1 ใน 3 ของธุรกิจ และมีแนวโน้มเติบโตสูงเป็นตัวเลข 2 หลัก ในปีหน้า ขณะที่การขายสินค้าแผ่นซีดีและวีซีดีในตลาดเพลงสากล ยังได้รับความสนใจในกลุ่มนักสะสม แต่มีตัวเลขการเติบโตต่ำกว่ากลุ่มดิจิทัล

อุตสาหกรรมเพลงมูลค่า 5,000 ล้านบาทในประเทศไทย กำลังก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงบนโลกดิจิทัล  ด้วยถือเป็นธุรกิจที่สร้างกำไรสูงระดับ 60%  ทำให้คอนเทนท์ โปรวายเดอร์ ต่างเดินเกมรุกเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ด้วยต้นทุนต่ำลง