Blog

ขอขอบคุณ บทความจาก thaiinterrank.com

ในวันนี้ผมมีเรื่องที่เป็นกระแสฮิตซึ่งเกี่ยวกับ
วิธีปรับเว็บให้สนับสนุน Google Algorithm เพิ่มความเร็วในการทำ SEO
อ่านเรื่องราวดังกล่าวจากส่วนนี้ ให้ผู้อ่านทุกท่านได้ทราบเกี่ยวกับเนื้อหานี้อย่างลึกซึ้ง
ขั้นตอนการรับทำ seo โปรโมทเว็บให้ติดอันดับต้นๆ ของผลการค้นหา โดยการเรียนรู้และค้นคว้า วิจัย เกี่ยวกับ
วิธีปรับเว็บให้สนับสนุน Google Algorithm เพิ่มความเร็วในการทำ SEO
โดยการศึกษารอบด้านข้อดีข้อเสียของเนื้อหานี้ เป็นเรื่องที่ควรเอาใจใส่ เพื่อทำให้เว็บของเราได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน ปลอดภัย ทำให้เรามีความรู้ความสามารถ

อธิบายเกี่ยวกับการออกแบบ website เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับออกแบบเว็บไซต์ให้รองรับการโปรโมทเว็บไซต์ให้ติดอันดับต้นๆ ของผลการค้นหายาวนาน ยั่งยืน ปลอดภัย เราทั้งหลายจึงต้องศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับแนวทางการพัฒนา website ให้สนับสนุนกับ google search โดยการปรับโครงสร้างของเว็บที่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายปรับให้ถูกต้องตามมาตรฐานสากล นอกจากนี้ควรสร้างบทความที่มีประโยชน์กับผู้อ่าน ไม่ควรทำอะไรผิดกฎของ google internet marketing มีทั้งเทคนิค white hat เทคนิค black hat เราควรเลือกเทคนิคที่ถูกต้องเท่านั้น การทำเว็บไซต์เป็นจุดเริ่มต้นในการทำการตลาดออนไลน์ ไม่ว่าเราจะใช้งานอินเตอร์เน็ตในการทำกิจกรรมอะไร Website เป็นหัวใจสำคัญสำหรับแชร์ข้อมูลระหว่างกัน การทำ seo ให้ได้คุณภาพจะต้องอาศัยความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาเว็บ และควรเรียนรู้อย่างรอบด้าน การทำการตลาดออนไลน์ ต้องพึ่งพากูเกิลและเป็นองค์ประกอบหนึ่งของ search engine และอยู่ในเกมที่กูเกิลกำหนด หากเราไม่มีความรู้รอบด้านจะทำให้ไม่สามารถปรับตัวได้ เพราะฉะนั้นเราควรหมั่นพัฒนาตัวเองให้ตามทันการเปลี่ยนแปลงตลาดจนพัฒนาตัวเองให้มีความสามารถพิเศษอย่างที่ไม่มีใครทำได้ หากเป็นแบบนี้เราก็สามารถทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง seolotus.com ขอเป็นเสียงหนึ่งสำหรับส่งเสริมให้เว็บมาสเตอร์เขียนเว็บให้มีประโยชน์ต่อผู้อ่าน จะได้ลดจำนวนเว็บสแปมบนโลกอินเตอร์เน็ต และไม่ควรแชร์ลิงค์ไปยังเว็บไซต์ที่มีคีย์เวิร์คหลักอยู่คนละกลุ่มกัน เพราะว่าเป็นการนำทางผู้ใช้งานที่ไม่ถูกต้อง และไม่สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้งาน พูดได้ว่า เกี่ยวกับ search engine marketing และ web design เป็นสิ่งที่ต้องทำควบคู่กันขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ สร้าง website ให้สวยงาม เนื้อหาคุณภาพ น่าใช้งาน แต่ปรับให้เว็บไซต์สนับสนุน search engine optimization ไม่ได้ ก็ไม่สามารถดันอันดับบน google search ในทำนองเดียวกันหากมีความเข้าใจเกี่ยวกับ search engine marketing แต่ว่าเขียนเว็บไม่มีคุณภาพ หน้าเว็บไม่น่าเชื่อถือ บทความไม่มีคุณภาพ ก็ไม่สามารถดันอันดับบน www.google.co.th หรือถ้าทำได้ก็จะติดอันดับไม่ยาวนาน

ดังนั้นทุกท่านต้องศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการโปรโมทเว็บที่ถูกต้อง ตามกฎและนโยบายของกูเกิล เพื่อทำให้ website ของเรา แสดงบนผลการค้นหา search engine result pages (SERPs) ยาวนาน ผมอยากแนะนำผู้อ่านทุกท่านทราบว่าการดันอันดับเว็บให้ติดหน้าแรก google สามารถทำได้ แต่ขอใช้วิธีที่ถูกต้อง เพียงเท่านี้เราก็สามารถโปรโมทเว็บไซต์ให้มีคนรู้จัก และเพิ่มจำนวนคนเข้าชมเว็บไซต์ ตอนนนี้ระบบการค้นหาของ google ได้พัฒนาไปไกลมาก สามารถคัดกรองเว็บที่มีคุณภาพมาแทนที่ของเว็บด้อยคุณภาพได้ดีกว่ายุคที่ผ่านมา อีกทั้งได้พัฒนาระบบ google algorithm ให้มีความสามารถเพิ่มขึ้น โดยสามารถตรวจสอบ Backlink เข้าสู่เว็บหลักว่าถูกต้องหรือไม่ ระบบอัลกอริทึมของกูเกิลสามารถตรวจเช็คและแบนเว็บสแปมได้รวดเร็ว ทั้งนี้ก็เพื่อตอบโต้บริษัทรับทำ seo ด้วยแนวทางที่ไม่ถูกต้อง แม้ว่าบางครั้งเราจะพบว่าการจัดอันดับไม่ได้มีคุณภาพเท่าที่ควรจะเป็น แต่ว่าโดยภาพรวมแล้ว google ปรับระบบการค้นหาของตัวเองได้ดีกว่าเก่าเป็นอย่างมาก คนที่ทำอันดับ seo โดยเน้นสร้างบทความคุณภาพเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านแล้วเว็บก็ยังไม่ติดอันดับ พยายามเชื่อมโยงลิงค์คุณภาพอย่างสม่ำเสมอ ไม่นานเว็บของคุณจะถูกจัดอันดับติดอันดับบนกูเกิลอย่างแน่นอนครับ เทคนิคการโปรโมทเว็บไซต์ให้ติดหน้าแรก google ต้องปรับทั้งในส่วนของ on page และ off page อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เว็บติดอันดับอย่างรวดเร็ว คือ การทำให้คนเข้ามาอ่านบทความข้างในเว็บของเรามากๆ โดยอาจนำบทความของเว็บไปแชร์ผ่านทางระบบ social network หรือ ฝากลิงค์กับเว็บที่มีคุณเข้ามากๆ หรือ สร้างวีดีโอที่น่าสนใจแล้วสร้างลิงค์กลับมายังเว็บหลักให้คนเข้ามาอ่านเนื้อหาต่อ เนื่องจากว่าทราฟฟิคเป็นตัวแปรสำคัญอย่างยิ่งในการทำ seo ยุคนี้ก็ว่าได้ครับ นอกจากนี้ การทำให้เว็บไซต์ของเราเป็นที่สนใจของเว็บอื่นๆ และมีการกล่าวถึงอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับเว็บของเราสม่ำเสมอ จะช่วยทำให้ website ติดอันดับรวดเร็วขึ้นไปอีก เราจะสังเกตุเห็นว่ากูเกิลได้ให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้ใช้งานเป็นตัวตัดสินคุณภาพของเว็บ การให้คะแนนสำหรับจัดอันดับบน search engine มีปัจจัยมากมาย คนที่เข้ามายังเว็บของเราผ่านระบบ google refferal หรือ จากการ search result click ย่อมส่งเสริมอันดับ seo ให้ดีขึ้นครับ อีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญมากต่อการทำอันดับ seo คือ organic search traffic เป็นการนับคะแนนจากการที่คนเข้าสู่เว็บของเราด้วย keyword ต่างๆ การเพิ่มจำนวนทราฟฟิคให้คนเข้ามาอ่านบทความเป็นมิตรกับผู้อ่านของเรา ไม่จำเป็นต้องมาจากคีย์เวิร์ดหลักเสมอไป ให้มุ่งเน้นคีย์เวิร์ดรองให้คนเข้ามาเจอก่อนเพื่อเพิ่มปริมาณทราฟฟิคให้กับเว็บ จากนั้นการทำ seo ก็สามารถดันอันดับได้ง่ายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การทำ seo ต้องดำเนินการให้ครบทุกปัจจัยจึงจะทำให้การทำอันดับเว็บมีประสิทธิภาพ เอสอีโอโลตัส จะนำบทความดีๆนำเสนอให้กับทางผู้ติดตามทุกคนได้รับข้อมูล ข่าวสาร เกี่ยวกับ seo และ web design ได้จากบล็อกของเราครับ

เราทุกคนรับทราบว่า การปรับเว็บให้สนับสนุน seo เพื่อโปรโมทเว็บให้ติดหน้าแรก google แบ่งเป็น 2 หัวข้อหลัก ได้แก่ on page และ off page ซึ่งเป็นเรื่องที่กว้างที่ใช้คำนวณการจัดอันดับบน google search ในแต่ละด้านมีรายละเอียดเยอะแยะไปหมด จึงเป็นสาเหตุทำให้เราทุกคนต้องให้ความสำคัญในเรื่องนี้ การปรับเว็บให้รองรับ seoไม่ได้ใช้เพียงแค่ปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งในการทำให้เว็บไซต์ของเราให้ติดหน้าแรกกูเกิล แต่ต้องใช้ทักษะความรู้รอบด้านจึงจะสามารถดันอันดับได้ ซึ่งก็ไม่ยากเกินความคิดของทุกท่านอย่างแน่นอนครับ ผมขอแนะนำให้ผู้ติดตามทุกคนพยายามติดตามข้อมูลคุณภาพที่เกี่ยวกับ seo จากเว็บของเราครับ ในขณะนี้การทำอันดับบน Google Search ได้มุ่งเน้นคุณภาพมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง นักทำ SEO หรือ นักทำการตลาดผ่านอินเตอร์เน็ตควรหันมาใส่ใจในส่วนของเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านให้มากขึ้นกว่าแต่ก่อน และควรนำเสนอบทความที่มีรายละเอียดสมบูรณ์ไม่ให้เหมือนกับเว็บอื่นๆ เพื่อทำให้กูเกิลจัดอันดับ web ของเราให้ติดหน้าแรกบน Google Search การโปรโมทเว็บบน Search Engine ไม่ได้ง่ายเหมือนเคย ผู้ที่ต้องการให้เว็บของตัวเองแสดงอยู่อันดับต้นๆ ของรายการค้นหา จะต้องสร้างระบบการทำ SEO สายขาวของเราขึ้นมา แน่นอนครับว่า ต้องไม่ใช่เว็บสำเร็จรูป หรือ CMS ทั่วไป การทำอันดับเว็บไซต์ให้ติดหน้าแรกกูเกิลจะต้องสร้างสิ่งใหม่ๆ ไม่ใช่แค่เพียง Unique Content อย่างเดียวเท่านั้น แต่ต้องสร้างเว็บที่ตอบสนองผู้ใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเว็บให้สนับสนุน Responsive Design เพื่อให้สามารถตอบสนองสิ่งที่ผู้ใช้งานต้องการได้อย่างหลากหลาย พยายามขยันอัพเดทบทความในหน้าเว็บอย่างสม่ำเสมอ มอบประสบการณ์ที่คุ้มค่าให้กับผู้ที่เข้ามาอ่านเนื้อหาภายในบล็อกของเรา เพื่อทำให้เว็บของเรามีคุณภาพและความน่าเชื่อถือในมุมมองของกูเกิล ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับสนับสนุนการทำ SEO ให้ติดอันดับกูเกิลอย่างมีประสิทธิภาพ เราควรมีความตระหนักและเข้าใจว่ากูเกิลมุ่งมั่นพัฒนาระบบการค้นหาให้มีคุณภาพ ตอบสนองความต้องการสำหรับการเข้าถึงข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ใช้งานระบบ Google Search เป็นสิ่งที่กูเกิลให้ความสำคัญที่สุด บริษัทที่ให้บริการโปรโมทเว็บบนกูเกิลก็ควรปรับตัวให้สามารถเข้ากับการปรับเปลี่ยนระบบการจัดอันดับให้ได้ และสามารถปรับตัวให้ทันกับการอัพเดทระบบเว็บค้นหาอันดับหนึ่งอย่างกูเกิล จะต้องนำความรู้ ทักษะ ความสามารถ ประสบการณ์ มาบูรณาการใช้งานให้มีประโยชน์และเห็นผลอย่างชัดเจน ถ้าทำแบบนี้ได้ เราก็สามารถอยู่กับระบบค้นหาข้อมูลอันดับหนึ่งของโลกได้ และสามารถทำให้เว็บไซต์ ติดหน้าแรกกูเกิลตามคีย์เวิร์ดหลักของเว็บได้ อย่างไรก็ตาม หากเราออกแบบเว็บก็ควรปรับแต่งให้เว็บสนับสนุนผู้ใช้งานให้ได้มากที่สุด และนำเสนอเนื้อหาคุณภาพต่อผู้อ่านให้ได้รับประโยชน์สูงสุดครับ

การทำอันดับ seo ในยุคนี้เรียกได้ว่ายากกว่าสมัยก่อนครับ เพราะว่ากูเกิลได้คิดค้น สร้างระบบอัลกอริทึมที่มีความสามารถมากขึ้น เพื่อตรวจสอบและคัดเลือกเว็บที่มีทราฟฟิคเยอะมาจัดอันดับให้อยู่หน้าแรกของผลการค้นหา ปัจจัยที่ใช้คำนวณสำหรับจัดอันดับบน Google Search มีจำนวนมากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มความสามารถในการจัดการเว็บที่ไม่มีคุณภาพไม่ให้แสดงผลอยู่หน้าแรก และนำเว็บที่มีคุณภาพมีประโยชน์กับผู้อ่านให้ติดอันดับกูเกิล การทำอันดับบน google search ไม่ได้ง่ายเหมือนการทำอันดับก่อนหน้านี้ต้องปรับให้ระบบสนับสนุนกันทุกด้าน นักการตลาดออไลน์ ต้องใส่ใจเกี่ยวกับคุณภาพของเนื้อหาเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งเราต่างการรับรู้ผู้ที่ค้นหาข้อมูลผ่าน google search ต้องการข้อมูลที่มีคุณภาพ มีประโยชน์ สามารถนำไปทำรายงานได้ หรือเป็นหนังสือสำหรับศึกษาเรียนรู้ได้ ในวันนี้การดันอันดับบนกูเกิลไม่เหมือนยุคก่อนหน้านี้ ระบบค้นหาและแสดงข้อมูลของกูเกิลได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยด้วยการพัฒนาระบบ Algorithm ที่มีความฉลาดและเก่งขึ้นไปอีก สามารถตรวจสอบว่า website ไหนมีคุณภาพหรือไม่ โดยใช้ชุดคำสั่งสำหรับตรวจสอบความถูกต้อง การที่เว็บไซต์มีอันดับติดหน้าแรก google เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ gogole ไม่ การโปรโมทเว็บบนผลการค้นหา search engine result pages จึงไม่ใช่แค่การปรับหน้าเว็บให้สนับสนุนออนเพจ หรือการเพิ่มปริมาณของลิงค์เข้าสู่เว็บหลักตามการปรับ off page แต่ต่อใส่ใจเกี่ยวกับเนื้อหาของเว็บว่ามีคุณภาพขนาดไหน ผู้เข้าชมเว็บจะได้อะไรจากเนื้อหาที่เราเขียน บทความจาก website ของเรา มีเนื้อหาที่ครบถ้วนมากกว่าเว็บอื่นอย่างไร ไม่ใช่ว่าคิดถึงแต่การทำอันดับด้วย blog network หากต้องการใช้เน็ตเวิร์คส่วนตัวก็ต้องเขียนบทความที่มีคุณภาพจริงๆ จึงจะสามารถทำอันดับเว็บได้อย่างยั่งยืน ที่สำคัญการขยับของอันดับจะไม่รวดเร็วเหมือนเมื่อก่อน เพราะกูเกิลจะใช้เวลาในการคำนวณคะแนนในการจัดอันดับ เพื่อให้ได้เว็บที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง แสดงบนผลการค้นหา การทำ seo ต้องเน้นคุณภาพบทความเป็นมิตรกับผู้อ่านเพราะฉะนั้นท่านต้องศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องของวิธีปรับเว็บให้สนับสนุน Google Algorithm เพิ่มความเร็วในการทำ SEO

เนื้อหาสาระเกี่ยวกับการสร้างเว็บไซต์เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับเขียนเว็บไซต์ให้สนับสนุนการประชาสัมพันธ์เว็บให้ติดหน้าแรก google ยาวนาน ยั่งยืน ปลอดภัย ผู้อ่านทุกคนจึงควรศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการเขียน website ให้รองรับกับ search engine โดยการปรับโครงสร้างของเว็บที่สามารถเข้าถึงหน้าย่อยได้ง่ายปรับให้ถูกต้องตามมาตรฐานสากล อีกทั้งควรเขียนบทความที่เป็นประโยชน์กับผู้อ่าน อย่าพยายามดำเนินการใดๆ ผิดกฎและนโยบายของ google การตลาดผ่านอินเตอร์เน็ตมีทั้งเทคนิคสายขาว เทคนิคสายดำ เราควรเลือกเทคนิคที่ถูกต้องเท่านั้น การเขียนเว็บไซต์เป็นขั้นตอนเริ่มต้นสำหรับทำการตลาดออนไลน์ ไม่ว่าเราจะใช้อินเตอร์เน็ตในการทำงานใดๆ Website เป็นหัวใจสำคัญสำหรับแชร์ข้อมูลระหว่างกัน การทำ seo ให้มีประสิทธิจะต้องอาศัยพื้นฐานการพัฒาเว็บ และควรเรียนรู้อย่างรอบด้าน การทำ internet marketing ต้องพึ่งพากูเกิลและเป็นส่วนหนึ่งของ search engine และอยู่ในระบบที่กูเกิลกำหนด หากเราไม่มีความรู้รอบด้านจะทำให้ไม่สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้ เพราะฉะนั้นเราควรหมั่นฝึกฝนตัวเองให้ตามทันการเปลี่ยนแปลงตลอดจนพัฒนาตัวเองให้มีสิ่งที่แตกต่างกว่าอย่างที่คนอื่นทำไม่ได้ หากทำได้แบบนี้เราก็สามารถทำการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ seolotus solotion ขอเป็นเสียงหนึ่งสำหรับส่งเสริมให้ webmaster เขียนเว็บให้มีประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน จะได้ลดปริมาณ web spam บนอินเตอร์เน็ต และไม่ควรแชร์ลิงค์ไปหาเว็บไซต์ที่ไม่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน เนื่องจากเป็นการนำทางผู้ใช้งานที่ไม่ถูกต้อง และไม่สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้งาน พูดได้ว่า เกี่ยวกับ seo และ web design เป็นสิ่งที่ต้องทำควบคู่กันขาดอันใดอันหนึ่งไม่ได้ ออกแบบ website ให้สวยงาม บทความคุณภาพ น่าใช้งาน แต่ปรับให้เว็บไซต์รองรับ search engine optimization ไม่ได้ ก็จะไม่มีทางดันอันดับบน google search ในทำนองเดียวกันหากมีความเข้าใจเกี่ยวกับ search engine marketing แต่ว่าเขียนเว็บไม่ได้เรื่อง หน้าเว็บไม่น่าเชื่อถือ บทความไม่มีคุณภาพ ก็ไม่สามารถทำให้ติดอันดับบน google search หรือถ้าทำได้ก็จะติดอันดับไม่ยั่งยืน ดังนั้นเราต้องเรียนรู้เกี่ยวกับการโปรโมทเว็บที่ถูกต้อง ตามคำแนะนำของ google เพื่อทำให้ website ของเรา ปรากฏบนผลการค้นหา search engine result pages อย่างยั่งยืน ผมอยากอธิบายผู้อ่านทุกท่านทราบว่าการทำอันดับเว็บให้ติดหน้าแรก google สามารถทำได้ แต่ขอให้ยึดหลักการที่ถูกต้อง เพียงแค่นี้เราก็สามารถโปรโมทเว็บไซต์ให้มีคนรู้จัก และเพิ่มปริมาณคนเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ ทุกวันนี้ระบบการค้นหาของ google ได้พัฒนาไปไกลมาก สามารถคัดเลือกเว็บที่มีคุณภาพมาแทนที่ของเว็บด้อยคุณภาพได้ดีกว่ายุคที่ผ่านมา อีกทั้งได้พัฒนาระบบ google algorithm ให้มีความฉลาดมากขึ้น โดยสามารถตรวจเช็ค Off Page Link เข้าสู่เว็บหลักว่าถูกต้องตามหลักกูเกิลหรือไม่ ระบบอัลกอริทึมของกูเกิลสามารถตรวจสอบและทำโทษเว็บสแปมได้รวดเร็ว ทั้งนี้เพื่อจัดการกับผู้รับทำ seo ด้วยแนวทางที่ไม่ถูกต้อง หลายครั้งเราจะเห็นว่าการจัดอันดับไม่ได้มีคุณภาพเท่าที่ควร แต่ภาพรวมแล้ว google ปรับระบบการค้นหาของตัวเองได้ดีกว่าเก่าเป็นอย่างมาก คนที่ทำอันดับ seo โดยเน้นเขียนเนื้อหาคุณภาพเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านแล้วเว็บก็ยังไม่ติดอันดับ พยายามสร้างลิงค์คุณภาพอย่างสม่ำเสมอ ไม่นานเว็บของคุณจะถูกจัดอันดับบนผลการค้นหาอยู่หน้าแรกของกูเกิลอย่างแน่นอนครับ วิธีการการโปรโมทเว็บให้ติดอันดับ google ต้องปรับทั้งในส่วนของ on-page และ off-page อีกตัวแปรหนึ่งที่ทำให้ติดอันดับเร็ว คือ การทำให้คนเข้ามาอ่านเนื้อหาข้างในเว็บของเราเยอะๆ โดยอาจนำเนื้อหาของเว็บไปแชร์ผ่านระบบ social network หรือ ลงโฆษณา Pay Per Click ให้คนเข้าอ่านบทความ หรือ อัพโหลดวีดีโอที่น่าสนใจแล้วสร้างลิงค์กลับมายังเว็บหลักให้คนเข้ามาอ่านเนื้อหาต่อ เพราะว่าทราฟฟิคเป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่งในการทำ seo ยุคนี้ก็ว่าได้ครับ นอกจากนี้ การทำให้เว็บไซต์ของเราเป็นที่สนใจของเว็บอื่นๆ และมีการกล่าวถึงเป็นวงกว้างเกี่ยวกับเว็บของเราสม่ำเสมอ จะสนับสนุน website ติดอันดับอย่างรวดเร็วขึ้นไปอีก เราจะเห็นได้ว่ากูเกิลได้ให้ความสำคัญกับเครือข่ายผู้ใช้งานเป็นตัววัดคุณภาพของเว็บ การให้คะแนนสำหรับจัดอันดับบน search engine มีปัจจัยที่เกี่ยวข้องมากมาย คนที่เข้าสู่เว็บของเราผ่านระบบ google refferal หรือ จากการ search result click สามารถส่งเสริมอันดับ seo ให้ดีขึ้นครับ อีกตัวแปรหนึ่งที่สำคัญมากต่อการทำอันดับ seo คือ organic search traffic เป็นการนับคะแนนจากการที่คนเข้าสู่เว็บของเราด้วย keyword ต่างๆ การเพิ่มทราฟฟิคให้คนเข้ามาอ่านบทความเป็นมิตรกับผู้อ่านของเรา ไม่จำเป็นต้องมาจากคีย์เวิร์ดหลักเสมอไป ให้มุ่งเน้นคีย์เวิร์ดรองให้ติดอันดับก่อนสำหรับเพิ่มปริมาณทราฟฟิคให้กับเว็บ จากนั้นการทำ seo ก็สามารถดันอันดับได้ง่ายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การทำ seo ต้องดำเนินการให้ครบทุกปัจจัยจึงจะสามารถทำให้การดันอันดับเว็บไซต์มีประสิทธิภาพ เอสอีโอโลตัส จะนำบทความดีๆนำเสนอให้กับทางผู้ติดตามทุกคนได้รับข้อมูล สาระ ข่าวสาร เกี่ยวกับ search engine marketing และ web design ได้จาก blog ของเราครับ

เทคนิคการทำ SEO โปรโมทเว็บไซต์ให้ติดอันดับต้นๆ ของผลการค้นหาด้วยการสร้างบทความคุณภาพเป็นประโยชน์กับผู้ใช้งาน

บทความเกี่ยวกับแนวทางการทำ SEO การ promote web ให้ติดอันดับต้นๆ ของกูเกิล เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับผู้ที่ทำการตลาดผ่านอินเตอร์เน็ต ปัจจุบันความรู้เกี่ยวกับการทำการตลาดผ่านอินเตอร์เน็ต เป็นตัวแปรหลักสำหรับพัฒนาให้งาน ธุรกิจ ให้ประสบความสำคัญตามที่วางแผนไว้อย่างต่อเนื่อง บทบาทของ Search Engine Marketing มีความสำคัญในการทำการตลาดผ่านระบบออนไลน์ทั้งนี้เพื่อให้สามารถขายสินค้า บริการ ได้อย่างมีประสิทธิผล สามารถจำหน่ายสินค้าได้ตรงตามกลุ่มเป้าหมาย การทำ SEO เป็นการประชาสัมพันธ์งานที่สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ผลิภัณฑ์โดยตรง เจ้าของกิจการได้รับผลตอบรับอย่างต่อเนื่อง โดยสำหรับระบุกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการประชาสัมพันธ์ได้ ด้วยกำหนดคีย์เวิร์ดหลักของเว็บ แล้วจึงทำการโปรโมทเว็บไซต์ให้ติดอันดับ Googleตามขอบเขตเวลาที่กำหนด ดูเหมือนจะไม่ยากอะไรซึ่งความเป็นจริงมีความซับซ้อนอย่างยิ่ง การทำ internet marketing ในปัจจุบันต้องเน้นคุณภาพเป็นอันดับแรก Google ต้องการให้นักพัฒนาเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ที่มีบทความคุณภาพไม่ซ้ำกับเว็บอื่น มีความเป็น Unique Content เป็นประโยชน์ต่อผู้ค้นหา ยิ่งคุณภาพมากเท่าใดก็ยิ่งส่งผลให้เว็บมีอันดับที่ดีในผลการค้นหา Google Search เราควรคำนึงถึงกับผู้อ่านเป็นอันดับแรก เพราว่ามนุษย์นี่แหละครับที่จะเป็นดัชนีชี้วัดว่าเว็บไซต์ของเรามีคุณภาพและมีประโยชน์มากน้อยขนาดไหน หากเราสร้างเว็บเพื่อผู้อ่านก็จะสามารถทำอันดับเว็บไซต์ได้ไม่ยากครับ พยายามอย่าใช้วิธีการการทำ SEO Black Hat เพราะจะถูกกูเกิลทำโทษ หรือที่เรียกว่า Google Penalty เราควรทำอันดับด้วยวิธีการการโปรโมท SEO ที่ถูกต้องตามกฎ เพื่อการติดอันดับ ยาวนาน ปลอดภัย

ทำความเข้าใจกับ Unique Content หลายคนคงเคยได้อ่านบทความ SEO เรื่องเกี่ยวกับบทความคุณภาพมาบ้างแล้ว แต่ผมเชื่อว่าแนวคิด ความเข้าใจ เกี่ยวกับหัวข้อนี้ อาจจะแตกต่างกันออกไปในด้านวิสัยทัศน์การเข้าใจเกี่ยวกับเนื้อหาคุณภาพไม่ซ้ำกับเว็บไหน ถ้าหากเรามีความเข้าใจว่า Google ต้องการ Content แบบไหนที่แสดงบน Search Engine จะทำให้การดันอันดับกูเกิลง่ายขึ้นครับ เพราะเรารู้และเข้าใจว่ากูเกิลต้องการอะไรจากเจ้าของเว็บไซต์ และต้องการมอบอะไรให้กับผู้ที่ค้นหาข้อมูล ซึ่ง เรามักจะได้ยินกันบ่อยมาก กับประโยคที่ว่า Content is King ซึ่งมันก็เป็นแบบนี้จริงๆครับ การโปรโมทเว็บไม่ได้ยากไปกว่าการสร้าง Article ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน ตลอดจนสามารถนำข้อมูลไปใช้งานได้จริง สามารถนำไปเป็นคู่มือศึกษาเกี่ยวกับ SEM การปรับให้เว็บมีบทความคุณภาพในสายตาของ Google ควรให้หน้าหลักมีความยาวของเนื้อหาอย่างน้อยๆ 1 – 3 หน้า A4 ครับ ถ้าน้อยกว่านี้ ถือว่ามีข้อความไม่เพียงพอสำหรับผู้ติดตาม เพราะเนื้อหาที่จะสื่อสารให้ผู้ใช้งานเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องราวนั้นๆ ได้อย่างละเอียด ครบถ้วน ควรมีรายละเอียดที่มากกว่าบทความทั่วไป เราควรเขียนจากการศึกษา เรียนรู้ เรื่องราว ที่เกี่ยวข้องอย่างถ่องแท้ ไม่ใช่อ่านผิวเผิน แล้วนำมาเขียนใหม่ หรือจัดเรียงใหม่ เนื้อหาที่สร้างขึ้น อาจไม่มีคุณภาพในมุมมองของ Search Engine เพราะระบบการค้นหาของ Google เป็นระบบบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ มีการเปรียบเทียบ เทียบเคียง เนื้อหาของเรา กับ Website ทั่วโลก การจะทำให้บทความของเรามีความเป็นเอกลักษณ์นั้น เราควรศึกษาและทำความเข้าใจก่อนสร้างบทความครับ เพื่อให้ผู้ติดตามเข้าใจบริบทของเรื่องที่เรานำเสนอได้อย่างลึกซึ้ง

แนวทางการสร้าง Backlink คุณภาพด้วย WordPress เขียนด้วยบทความคุณภาพเป็นมิตรกับผู้อ่าน เพื่อดันอันดับบนกูเกิล ในยุคที่เน้นคุณภาพ ผู้ที่ต้องการทำการตลาดออนไลน์ให้ติดหน้าแรกยาวนาน ต้องสร้างแบ็คลิงค์จากเว็บไซต์ที่มีรายละเอียดสอดคล้องกับเนื้อหาของหน้าหลัก อีกทั้งพยายามเลือกสร้าง Backlink จากเว็บที่มี Keyword หลักจัดอยู่ในหมวดหมู่เดียวกัน หรือมี Keyword หลัก Keyword รอง ใกล้เคียงกัน ระหว่าง On Page Web และ Off Page Web การสร้างลิงค์ควรมีวัตถุประสงค์เพื่อแนะนำผู้อ่าน สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้อย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ ในปัจจุบันแบ็คลิงค์ยังคงมีความสำคัญต่อการทำอันดับบนผลการค้นหาของกูเกิล โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบ็คลิงค์คุณภาพ จากบทความที่แตกต่าง Unique Content ไม่ซ้ำกับเว็บอื่น อีกทั้งบทความจะต้องเป็นมิตรกับผู้ใช้งาน อ่านแล้วได้รับความรู้ ได้รับประโยชน์ ปัจจุบันการสร้างแบ็คลิงค์ด้วยวิธีการติดลิงค์ให้แสดงทุกหน้าของเว็บหรือที่เรียกว่าการติด footer link ยังสามารถดันอันดับบล็อกให้ติดอันดับ google ได้อย่างต่อเนื่อง และหากต้องการเพิ่มความแรงขึ้นไปอีกควรติดลิงค์จากเว็บที่มีเนื้อหาสอดคล้องกัน มีบริษัทรับทำ seo หลายเจ้าที่ใช้สูตรนี้ในการดันอันดับเว็บของตัวเอง หากเว็บติดอันดับก็สามารถรับงานทำ seo ได้ ผู้ใช้บริการที่ไม่รู้เรื่องเห็นเว็บเหล่านั้นติดหน้าแรกที่เกี่ยวกับ seo เว็บนั้นมีความสามารถจริง แต่ในความเป็นจริงแล้วเขาใช้วิธีติด text link ที่สร้างขึ้นมาเองและซื้อตำแหน่งลิงค์จากเว็บอื่นและหากหน้าเว็บที่ไปซื้อมีจำนวนหน้าที่ index บน google search จำนวนมากๆก็จะได้ backlink ตามนั้น การเช็คจำนวนหน้าที่ index บน google search สามารถใช้แท็กคำสั่ง site:domain.com แน่นอนว่าเทคนิคนี้ใช้ต้นทุนที่สูงยิ่งคีย์เวิร์ดที่แข่งขันกันมากก็ยิ่งต้องติดลิงค์มากยิ่งขึ้น และการติด footer link จากเว็บใหม่ที่ยังไม่มีแบ็คลิงค์เข้ามาจะมีความแรงน้อยกว่า ไม่ใช่เรื่องแปลกหากบริษัทรับทำ seo จะไปซื้อตำแหน่งติด anchor text link จากเว็บอื่นและเป็นเรื่องที่แน่นอนว่าเว็บเหล่านั้นย่อมมีลิงค์เข้าอยู่แล้ว และควรติดลิงค์อย่างน้อย 10 – 20 เว็บขึ้นไปหากติดน้อยๆ ไม่เห็นผลเพราะกูเกิลมองว่ามาจากเว็บที่ไม่หลากหลายและไม่เป็นลักษณะธรรมชาติ นอกจากนี้ควรกระจาย keyword ให้แตกต่างกันให้มี link จากหลาย keyword หลายเว็บไซต์ชี้ไปยังเว็บที่ต้องการทำอันดับ และเป็นที่แน่นอนครับที่เทคนิคที่ใช้กับเว็บบริษัทรับทำ seo จะไม่ถูกนำมาใช้กับเว็บผู้ใช้บริการหรือถ้าใช้ก็น้อยมากๆและจะไม่เกินงบที่ลูกค้าจ้างเด็ดขาดทำให้ผลลัพธ์ที่คุณเห็นกับผลลัพธ์ที่คุณได้แตกต่างกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นจงอย่างเชื่อในสิ่งที่เห็น จงตัดสินใจใช้บริการกับผู้รับทำ seo ที่ทำให้คุณเข้าใจเทคนิคทั้งหมด จะอย่างไรก็ตามวิธีดันอันดับกูเกิลด้วยเทคนิคการติด blogroll link แม้ว่าจะทำอันดับได้รวดเร็วแต่ท้ายสุดแล้วหากลิงค์ที่มาจากไอพีแตกต่างกันมากกว่ามีปริมาณลิงค์เท่ากับเว็บที่ติด blogroll link อย่างไรก็ตามเว็บที่มีจำนวนลิงค์ที่มาจากไอพีที่หลากหลายย่อมจะชนะแน่นอน หากเป็น IP Class C , B และ A ด้วยแล้วยิ่งแรงเข้าไปอีก ไม่ว่าคุณจะสร้างลิงค์จากเว็บแนวไหนขอให้เน้นคุณภาพของบทความที่ใช้สำหรับสร้างแบ็คลิงค์เพียงแค่นี้คุณก็สามารถดันอันดับเว็บได้ ถ้าหากคุณมีเวลาคุณก็สามารถทำอันดับ google ได้ ไม่ว่าจะโพสต์บทความเพื่อสร้างลิงค์กลับไปยังเว็บหลักด้วยเว็บบอร์ด เว็บประกาศ หรือบล็อกฟรี ได้ทั้งนั้น ขอให้จำว่าต้องเขียนเนื้อหาคุณภาพเท่านั้น บทความที่โพสต์ต้องไม่ซ้ำกัน โพสต์จากเว็บที่หลากหลายไม่ควรโพสต์ซ้ำเว็บเดิมเพราะว่าคะแนนแบ็คลิงค์ที่ได้จะลดลง การทำ seo ไม่ใช่เรื่องยากหากทำความเข้าใจวิธีการทำงานอย่างถูกต้องและมุ่งเน้นที่คุณภาพ

จำนวนคนเข้าเว็บ หรือที่เรียกกันว่า UIP Traffic มีผลต่อการจัดอันดับ Ranking บนผลการค้นหาของ Search Engine ในขณะนี้กูเกิลได้ให้ความสนใจในเรื่องการจัดอันดับด้วยคะแนนจากการเข้าอ่านเนื้อหา หรือ การตรวจสอบคุณภาพของเว็บผ่านการตรวจสอบ ค่าอัตราการตีกลับ Bounce Rate หากค่าอัตราการติกลับสูง แสดงว่า คนเปิดหน้าเว็บแล้วรีบปิดหน้านั้นทันที หากค่าอัตราการตีกลับต่ำ แสดงว่า คนเปิดหน้าเว็บแล้วหยุุดอ่านบทความจนจบ หรือใช้เวลาอยู่ในหน้านั้นนานๆ ยิ่งเพจไหนมีคนเข้าอ่านมากๆ ยิ่งส่งผลต่ออันดับให้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยอาจไม่ต้องอาศัยแบ็คลิงค์ในการมาดันอันดับ เพราะบทความคุณภาพ และจำนวนคนเข้าอ่านเว็บมากๆ ช่วยทำให้ติดอันดับ Google ได้อย่างรวดเร็ว และยั่งยืน การจะสร้าง Traffic ให้คนเข้าเว็บของเรามากมาย ไม่ได้ยากอะไร หากแต่ต้องทำให้เป็นระบบและเน้นคุณภาพของบทความที่สร้างขึ้น โดยการให้ความสำคัญกับผู้อ่านเป็นอันดับหนึ่ง กล่าวคือ เราต้องสร้างบทความที่มีคุณภาพที่ผู้อ่านต้องการจริงๆ นอกจากนี้เนื้อหาที่สร้างขึ้นจะต้องตอบโจทย์สิ่งที่ผู้อ่านกำลังค้นหาทั้งหมด มีการอ้างอิงแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ และสามารถนำไปใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เรานำเสนอได้จริง การโปรโมทให้ปริมาณคนเข้าสู่เว็บของเรามากๆ นั้น มีหลายแนวทางด้วยกัน เช่น การเขียนเนื้อหาคุณภาพเป็นมิตรกับผู้อ่าน ด้วยการตั้งชื่อหัวข้อให้น่าสนใจ อ่านแล้วสะดุดตา ทำให้มีความอยากที่จะเข้าไปอ่านเพิ่ม หรือ การเขียนบล็อกที่รวบรวมรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ ทั้งหมด แบบว่า มีรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ โดยไม่ต้องไปอ่านจากเว็บอื่นเพิ่ม อีกแนวทางหนึ่ง คือ การไปซื้อป้ายโฆษณาเว็บใหญ่ที่มีจำนวนคนเข้าเว็บเยอะๆ เพื่อให้คนคลิกเข้ามาอ่านข้อมูลเว็บของเราจากป้ายโฆษณาที่เราจ่าย ซึ่งเทคนิคนี้ สามารถนำเอาการตลาดออนไลน์แบบ PPC (Pay Per Click) เข้ามาร่วมใช้งานได้ นอกจากเราจะได้จำหน่ายสินค้า บริการ แล้ว ยังจะได้ปริมาณคนเข้าเว็บเพิ่มอีกด้วย จะเห็นว่าวิธีการโปรโมทให้คนเข้าสู่เว็บไซต์นั้นมีหลากหลายวิธีการ โดยที่เราสามารถนำทุกเทคนิคมาใช้งานร่วมกันเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดครับ เราต้องปรับทัศนคติกันเสียใหม่ครับว่า การทำ SEO ไม่ได้มีแค่การปรับ On-Page กับ Off-Page เท่านั้น ถูกต้องครับว่าสองปัจจัยนี้เป็นหัวใจสำคัญในการทำอันดับแน่นอนครับว่าสองปัจจัยนี้เป็นหัวใจสำคัญสำหรับทำอันดับ แต่ก็มีปัจจัยอื่นเข้ามาเพิ่มมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของปริมาณคนเข้าเว็บ ถ้าอยากให้เว็บติดอันดับยาวนาน ท่ามกล่างการปรับระบบ Google Algorithm อย่างต่อเนื่อง จำนวน UIP Traffic จึงเป็นตัวแปรสำคัญในการบอกให้กูเกิลทราบว่า เว็บของเรามีคุณภาพเป็นมิตรกับผู้อ่าน และเว็บของเราสมควรติดอันดับ Google เพราะเราได้สร้างเว็บเพื่อคนอ่าน ไม่ได้สร้างเว็บเพื่อให้บอทอ่านอย่างเดียว และปัจจัยปริมาณคนเข้าเว็บเป็นคะแนน Trust Rank ที่ทำให้น่าเชื่อถือในมุมมองกูเกิลที่มีต่อเว็บไซต์ของเรา ไม่ว่ากูเกิลจะปรับรุ่นอัลกอริทึมของตัวเองอย่างไร อันดับผลการค้นหาผันผวนขนาดไหน สุดท้ายแล้วเว็บของเราก็จะกลับไปติดอันดับต้นๆ บน Search Engine Result Page (SERPs) ตามเดิม และติดอันดับยาวนาน ยั่งยืน ปลอดภัย ครับ

เทคนิคการปรับ On Page SEO ให้กับเว็บไซต์สนับสนุน Search Engine ให้มีประสิทธิภาพ ก่อนอื่นให้ทำการวิเคราะห์คีย์เวิร์ดหลัก และคีย์เวิร์ดรอง ของ Website เป็นอันดับแรก เพื่อที่เราจะสามารถเลือกใช้คีย์เวิร์ดตรงกับเนื้อหาภายในเว็บไซต์ครับ นอกจากนี้การวิเคราะห์คีย์เวิร์ดยังเป็นการทำให้เราทราบว่า Keyword นั้นมีการค้นหาเฉลี่ยนกี่ครั้งต่อเดือน ซึ่งจะทำให้เรารู้ว่า ควรปรับเว็บอย่างไรให้ถูกใจกูเกิล รวมทั้งทราบจำนวนแบ็คลิงค์ ว่าควรใช้ปริมาณเท่าไหร่ ถึงจะติดอันดับบนผลการค้นหา ตามที่ต้องการ การปรับให้ Web มีเนื้อหาตรงกับความต้องการของระบบค้นหา Google Search จะต้องมีบทความที่ครอบคลุมเรื่องที่เกี่ยวข้องทั้งหมด อธิบายใจความสำคัญของบทความ ตลอดจนทำให้ผู้ค้นหาข้อมูลเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนั้นอย่างละเอียด หากทำอย่างนี้ได้ การทำอันดับบน Search Engine ก็สามารถทำได้ง่ายยิ่งขึ้น เพราะว่าเว็บของเรามีบทความที่ผู้อ่านชอบ ส่งผลให้มีปริมาณคนเข้าเว็บมากขึ้น ซึ่งทุกตัวแปรล้วนส่งผลต่อการทำ SEO ให้ติดหน้าแรกกูเกิล การปรับ On Page ของเว็บไซต์ เรื่องแรกที่ควรให้ความสำคัญมากที่สุดในการทำให้เว็บสนับสนุน SEO คือ การปรับให้ Title ของเว็บให้มีคีย์เวิร์ดหลักที่จะดันอันดับกูเกิลรวมอยู่ในประโยคด้วย อันนี้ต้องเน้นเป็นพิเศษ ลืมไม่ได้เด็ดขาด เพราะเป็นการบอกให้กูเกิลเข้าใจว่า Blog ของเรามีเนื้อหาเกี่ยวก้บอะไร นอกจากนี้แล้วการสร้างประโยค Title ของบล็อกให้น่าสนใจ อ่านแล้วสะดุดตา จะทำให้โอากาสที่ผู้ค้นหาข้อมูลจะเข้ามาอ่านเนื้อหาภายในเว็บของเราเพิ่มขึ้นอีกด้วยครับ ข้อความที่เป็นไตเติลควรเป็นประโยคที่กระฉับ ครอบคลุม เรื่องราวที่เราต้องการนำเสนอทั้งหมด จะช่วยทำให้ปริมาณการคลิกเข้าอ่านเว็บของเราเพิ่มมากขึ้นครับ และทำให้ค่า CTR การคลิก ใน Google Webmaster Tools และค่า Google Refferal มีอัตราส่วนที่เพิ่มขึ้น ทำให้เว็บของเราเป็นที่สนใจของ Google จะเห็นว่าการทำ SEO ต้องเริ่มจากการนำเสนอข้อมูลที่ดี มีประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน และพยายามอัพเดทบทความอยู่บ่อยๆ ก็สามารถทำอันดับบนกูเกิลได้ไม่ยากครับ เมื่อเราปรับในส่วนของไตเติลเว็บเสร็จเรียบร้อยแล้ว ถัดไป เราจะต้องปรับค่าของ Meta Description ซึ่งเป็นการอธิบายคร่าวๆเกี่ยวกับเว็บไซต์ที่เราสร้างขึ้น เป็นการเขียนประโยคให้ผู้ที่ค้นเจอเว็บของเราผ่านกูเกิลรับรู้ว่า เราต้องการนำเสนอเรื่องเกี่ยวกับอะไรให้กับผู้ค้นหา เว็บไซต์ของเรามีอะไรที่ตรงกับความต้องการของผู้ค้นหา คำอธิบายเว็บไซต์เป็นการนำเสนอข้อมูลแบบคร่าวๆเบื้องต้นสำหรับผู้ใช้งานที่ยังไม่ได้คลิกเข้าไปยังบล็อกของเราครับ พยายามสร้างประโยคให้น่าสนใจมากที่สุด ตัดข้อความ หรือคำ ที่ไม่จำเป็นออกไปครับ จากนั้นให้เรากำหนดค่าของ Meta Keywords ซึ่งเป็นการกำหนดคีย์เวิร์ดหลักของเว็บว่ามีคีย์เวิร์ดไหนบ้าง เพื่อที่กูเกิลจะได้นำเว็บของเราไปจัดอันดับตามประเภทของกลุ่ม Keywords ผมได้กล่าวมา 3 ส่วนในการปรับ On Page แล้ว แต่ยังไม่หมดเพียงแค่นี้ครับ ยังมีหลายปัจจัยที่เราต้องปรับให้สนับสนุน Google Search ให้มากที่สุดครับ การจะทำให้เว็บที่เราสร้างรองรับ On Page ให้มากที่สุดนั้น ความยาวของข้อมูลและการกระจาย Keyword อย่างเป็นธรรมชาติเป็นสิ่งที่สำคัญที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษ เพื่อที่จะปรับให้เว็บมีเนื้อหาคุณภาพ และตอบสนองความต้องการของผู้ค้นหาได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ไม่เพียงแค่บทความจะต้องมีความยาวพอสมควร จะต้องเป็นเนื้อหาที่มีข้อมูลสมบูรณ์อีกด้วย บทความที่เขียนขึ้นจะต้องอธิบายเรื่องที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน คนที่เข้ามาอ่านข้อมูลแล้วได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ในเนื้อหาที่เราสร้างอย่างถ่องแท้ ควรกระจาย Keyword หลักและ Keyword รองให้เป็นธรรมชาติโดยไม่ส่งผลกระทบต่อเนื้อหาสำคัญ นอกจากนี้แล้ว เราต้องเน้นข้อความ ด้วย ตัวหนา ตัวเอียง ขีดเส้น ใต้ รวมทั้งการเน้นข้อความโดยใช้แท็กคำสั่ง H1 H2 H3… เพื่อเป็นการเน้นข้อความให้กูเกิลเข้าใจว่าบทความของเรา มีเนื้อหาหลักของบล็อกเกี่ยวกับอะไร อีกทั้งควรแทรกรูปภาพที่เกี่ยวข้องพร้อมทั้งเขียนคำอธิบายรูปภาพ เพื่อให้ Google สามารถนำรูปภาพของเราไปจัดทำอันดับในส่วนของ Image Search ได้ นอกจากนี้ให้เราทำการสมัครใช้งาน Facebook Page , Google Plus Page , Twitter และ Youtube มาติดที่หน้าหลักของเว็บไซต์ เพื่อให้ผู้ติดตามสามารถอ่านข้อมูล ข่าวสาร ของเรา ผ่านทาง Social Network และลิงค์จากโซเชียลเน็ตเวิร์ดยังมีส่วนเพิ่มความแรงสำหรับดันอันดับได้อีกด้วย การจะนำบล็อกมาติดที่หน้าหลักสำหรับทำ SEO ให้ติดหน้าแรก Google นั้น ควรคัดเลือกเว็บที่มีคุณภาพ เนื้อหาเว็บเหล่านั้นจะต้องมีความสัมพันธ์กับข้อมูลของเว็บเราด้วย และพยายามอัพเดทบทความเสม่ำเสมอทุกวัน เพื่อให้ Google Bot เข้ามานำข้อมูลขอเราไปอัพเดท Cache บนผลการค้นหาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังทำให้จำนวนหน้าเว็บไซต์ของเรามีการ Index เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อการทำ SEO ให้ติดหน้าแรกกูเกิล เราควรใส่ใจในส่วนของรายละเอียดทุกขั้นตอนครับ เพื่อให้การทำอันดับมีประสิทธิภาพ

หลักการปรับ Off Page SEO เพื่อดันอันดับบน Google Search แม้ว่าทางเจ้าหน้าที่ของกูเกิลจะออกมาแถลงว่า อีกสองถึงสามปี ทาง Google จะยกเลิกการใช้ Backlink มาเป็นปัจจัยในการคำนวณอันดับบนผลการค้นหา Search Engine Result Pages และในขณะนี้เราจะสังเกตุเห็น Web จำนวนมาก ติดอันดับต้นๆ ของผลการค้นหา โดยที่ไม่มี Off Page Link มาดันเพจนั้น การที่หน้าเว็บดังกล่าวติดหน้าแรกได้ เกิดจากปริมาณคนที่เข้ามาอ่านเป็นหลัก และค่าของอัตราการตีกลับ Bounce Rate มีค่าต่ำ คือ เวลาคนเข้ามาอ่านแล้วมีการใช้เวลาอยู่กับหน้านั้นนานๆ แสดงให้เห็นว่าบทความนั้นมีคุณภาพ ในส่วนของคะแนนจาก Backlink ยังคงมีความสำคัญอยู่ยุคปัจจุบัน และรวมถึงในอนาคตข้างหน้าด้วย การที่ Google แถลงว่าจะไม่ใช้แบ็คลิงค์เป็นปัจจัยหลักในการให้คะแนน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ให้ความสำคัญทั้งหมด เพราะลิงค์จากเว็บไซต์คุณภาพมีบทความจัดอยู่ในหมวดหมู่เดียวกัน และมีคีย์เวิร์ดหลักจัดอยู่ในหมวดหมู่เดียวกัน หากได้ลิงค์รูปแบบนี้ก็จะช่วยในเรื่องของอันดับได้เป็นอย่างดี การปรับแต่ง Off Page ไม่ใช่แค่อาศัยคุณภาพของ Link ที่ชี้ไปหาหน้าหลัก แต่ควรให้ความสำคัญของคนที่จะเข้ามาศึกษาบทความ และเห็นลิงค์เหล่านี้ด้วย หากผู้อ่านมีการคลิกเข้าอ่านหน้าหลักของเราจากเนื้อหาคุณภาพ เราก็จะได้รับค่า Refferal จากเว็บคุณภาพ และแบ็คลิงค์ของเราก็ได้รับค่า Google Refferal อีกด้วย ทำให้คุณภาพมีการส่งต่อไปยังเว็บของเรา สรุปว่า ปัจจัยด้าน Off Page เป็นสิ่งที่เราควรใส่ใจ และเน้นคุณภาพไม่น้อยไปกว่าหน้าเว็บไซต์หลักของเราครับ เมื่อกูเกิลออกมาพูดว่ายังไม่ได้ยกเลิกการจัดอันดับ Website ด้วยการใช้ Backlink ซึ่งหมายความว่า Backlink คือตัวแปรหลักในการดันอันดับ Blog ก็ว่าได้ แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องปรับออนเพจของเว็บไซต์ให้มีคุณภาพด้วย และจากรายงานล่าสุดของกูเกิล แจ้งว่า กูเกิลยังคงใช้วิธีจัดอันดับโดยการใช้แบ็คลิงค์ต่อไป แสดงให้เห็นว่าสุดท้ายแล้วก็ไม่มีเครื่องมือตัวไหนจัดอันดับได้มีประสิทธิภาพเท่ากับคะแนนจากลิงค์ภายนอก เพียงแต่ว่ากูเกิลอาจจะเน้นคุณภาพมากยิ่งขึ้น มีการตรวจสอบการสร้างลิงค์ที่เข้มงวดมากขึ้นกว่าเดิม และคัดเลือก Backlink คุณภาพเท่านั้ัน เทคนิคการสร้างแบ็คลิงค์ก็ไม่มีอะไรซับซ้อน ขั้นตอนเบื้องต้นก็คือ เราต้องนำเสนอเนื้อหาคุณภาพที่เกี่ยวข้องกับเว็บที่เราจะโปรโมทให้ติดอันดับกูเกิล จากนั้นจึงสร้าง Anchor Text Link (ใช้คีย์เวิร์ดเชื่อมโยงไปหาเว็บหลัก) ชี้ไปยังเว็บไซต์ที่เราต้องการโปรโมทให้ติดอันดับบน Google โดยพยายามอย่าใช้คีย์เวิร์ดซ้ำกันมากเกินไป ให้ทำการกระจายคีย์เวิร์ดอย่างเป็นธรรมชาติ และการโพสต์สร้างแบ็คลิงค์พยายามอย่าตั้งชื่อหัวข้อซ้ำกันๆ อย่าใช้เนื้อหาเดียวโพสต์ซ้ำกันหลายๆ รอบ เพราะกูเกิลจะมองว่าบทความดังกล่าวเป็น Duplicate Content อาจโดนกูเกิลทำโทษ ทำให้อันดับเว็บแย่ยิ่งกว่าเดิม และอย่าลืมสร้าง Link ที่เชื่อมโยงไปหาบล็อกหลักด้วย URL Link เพื่อให้กูเกิลรับรู้ว่าเราไมได้ตั้งใจทำ SEO มากเกินไป การสร้างแบ็คลิงค์สิ่งสำคัญที่สุดคือ การสร้างบทความให้สอดคล้องกับบล็อกหลักที่จะทำอันดับ เราสามารถใช้เว็บ เว็บบอร์ด บล็อกฟรี เว็บประกาศ ในการสร้าง Link กลับไปหาเว็บหลักได้ทั้งหมด ขอให้เน้นคำว่าคุณภาพเป็นอันดับหนึ่ง หลายคนเขียนโปรแกรมขึ้นมาสำหรับการรีไรท์บทความไม่ให้ซ้ำกัน แต่ถ้าหากบทความที่ Rewrite ใหม่นั้น อ่านไม่รู้เรื่อง ไม่เป็นมิตรกับผู้อ่าน แทนที่จะได้อันดับที่ดีก็อาจถูกกูเกิลทำโทษ ส่งผลให้เว็บไซต์ร่วงไปอยู่อันดับหน้าหลังๆ ถ้าใครยังไม่เชื่อมั่นว่าบทความที่ตัวเองทำว่าคุณภาพ ให้เขียนมือทุกๆ โพสต์จะดีกว่าครับ รับประกันว่าไม่ซ้ำแน่นอน และเป็น Unique Content มากที่สุดครับ และบทความที่เราโพสต์สร้างแบ็คลิงค์จะต้องมาจาก Website ที่มีค่าไอพีที่แตกต่างกัน และควรใช้ไอพีต่างคลาสกัน อาทิเช่น IP Class C , IP Class B และ IP Class A ความต่างของไอพี Website เป็นปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำอันดับเว็บไซต์ให้ติดหน้าแรก Google ได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ และเมื่อติดอันดับแล้วจะติดยั่งยืน ปลอดภัย การสร้างแบ็คลิงค์จึงไม่ใช่แค่การหาจำนวน Link กลับเข้าไปยังเว็บหลักให้มากที่สุด แต่เป็นการเน้นคุณภาพเพื่อผู้ค้นหาข้อมูลได้รับประโยชน์มากที่สุด

ว่าด้วยเรื่องของระยะเวลาการทำ SEO โปรโมทเว็บให้ติดอันดับกูเกิล ผมคิดว่ามีผู้ที่ต้องการทำอันดับบน Google Search จำนวนมาก ที่เข้าใจว่าการดันอันดับนั้น สามารถใช้ระยะเวลาเพียงสั้นๆ แต่ความเป็นจริงแล้วการจะติดหน้าแรกกูเกิลในยุคคุณภาพ จำเป็นต้องใช้เวลาในการโปรโมทเว็บให้มีคุณภาพในสายตาของ Google เพราะต้องมีการสร้าง Quality Content ปริมาณมาก และต้องสร้างประโยชน์กับผู้อ่านอีกด้วยครับ ถ้าต้องการติดอันดับ Top 10 สำหรับคีย์เวิร์ดที่มีการแข่งขันระดับปานกลาง – ยาก สำหรับการทำ SEO สายขาว หรือ SEO White Hat จะใช้ระยะเวลาทำอันดับประมาณ 4 – 5 เดือน กรณีเป็น High Competition Keyword จะใช้ระยะเวลาการทำอันดับ 6 เดือน ผมคิดว่าแม้จะใช้เวลาสักหน่อยในการทำอันดับด้วยแนวทางคุณภาพ แต่หากทำให้เว็บสามารถติดอันดับยาวนาน 1 ปี หรือมากกว่านั้น ถือว่าคุ้มค่ากับการรอคอยอย่างแน่นอนครับ ดีกว่าใช้เวลาทำให้เว็บติดอันดับเร็วๆ แต่ติดอันดับ 1 – 3 เดือน ก็หายไปจากหน้าแรก เรียกว่าได้ไม่คุ้มเสีย สรุปคือ การทำ SEO ยุคนี้ต้องทำอันดับโดยคำนึงในระยะยาว เพื่อสร้างผลตอบรับที่มีประสิทธิภาพในระยะยาวครับ

Google Algorithm ระบบชุดคำสั่งในการจัดการอันดับบน Search Engine ของบริษัทกูเกิล ที่ผมและผู้อ่าน ควรติดตามข่าวสาร การ Update Algorithm อย่างใกล้ชิด เนื่องจากระบบอัลกอริทึมเปรียบเสมือนเข็มทิศให้เราเตรียมระบบทำ SEO ให้ถูกหลักของ Google ระบบอัลกอริทึมที่ออกมาแต่ละรุ่นนั้น สร้างมาเพื่อปรับให้ผลการค้นหามีแต่เว็บที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง ติดอยู่หน้าแรก ทำให้ผู้ค้นหาข้อมูลสามารถค้นเจอเนื้อหา ข้อมูล ที่ต้องการ อีกทั้งแสดง URL ของเว็บไซต์ ที่มีเนื้อหาถูกต้อง ซึ่งเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับระบบค้นหาของกูเกิลอีกด้วย อย่างไรก็ตามคนที่ดันอันดับด้วยวิธีคุณภาพล้วนๆ หรือสร้างเนื้อหาคุณภาพล้วนๆ ก็ไม่ต้องกังวลกับการอัพเดทอัลกอริทึมครับ เพราะว่าทุกครั้งที่ทางกูเกิลอัพเดทระบบคำนวณคะแนนสำหรับจัดอันดับเว็บบน Search Engine ของตัวเอง จะมุ่งเน้นทางด้านคุณภาพเป็นหลัก ใครที่ทำ SEO แบบมุ่งเน้นคุณภาพ รับประกันว่าติดอันดับ Google ได้แน่นอนครับ ซึ่งสามารถอธิบายให้เข้าใจเกี่ยวกับระบบอัลกอริทึมของกูเกิลคร่าวๆ ดังนี้ Google Panda 4.0 เป็นอัลกอริทึมใช้สำหรับตรวจเช็คคุณภาพของบทความไม่ว่จะเป็นในส่วนของ On Page และ Off Page โดยวิเคราะห์แต่ละบทความที่อินเด็กซ์ บน Search Result Pages ว่ามีการเขียนเนื้อหาสนับสนุนกับผู้อ่านหรือไม่ และบทความนั้นมีเอกลักษณ์ Unique Content หรือ เป็นบทความ Duplicate Content สำหรับจัดอันดับบทความคุณภาพมากที่สุดอยู่หน้าแรก ของผลการค้นหา ส่วนบทความที่ด้อยคุณภาพก็จะถูกลดอันดับลงไปครับ แพนด้า 4.0 จึงมีหน้าที่ตรวจเช็คคุณภาพของบทความทั้งหมดของเว็บไซต์, Google Penguin 3.0 เป็นระบบอัลกอริทึมใช้สำหรับตรวจสอบวิธีการสร้างลิงค์ หรือที่เรียกว่า Link Building และเน้นการตรวจสอบลิงค์จากเว็บอื่น (External Link) ซึ่งกูเกิลได้ให้ความสำคัญกับอัลกอริทึมตัวนี้เป็นอย่างมาก เนื่องจากบรรดานักทำ SEO ในกลุ่มของหมวกขาว หรือ หมวกดำ จะใช้ปัจจัย Off Page ในการดันอันดับบน Search Engine และมีการสร้างรูปแบบของลิงค์ในลักษณะที่แตกต่างกัน เพื่อหลบหลีกการเช็คสอบของ Google Penguin 3.0 จึงมีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้อง เป็นธรรมชาติของการสร้างลิงค์ ว่ามีการสร้างลิงค์ด้วยเนื้อหาคุณภาพหรือไม่ ใช้เทคนิคการสร้างลิงค์ในลักษณะตามธรรมชาติหรือไม่ และติดตามการเพิ่มปริมาณของลิงค์ รวมไปถึงการตรวจสอบจำนวนลิงค์เข้า-ออกในแต่ละ website ที่เชื่อมโยงไปยังเว็บหลักว่ามีลักษณะเป็น Blog Network หรือไม่ การทำงานร่วกันกันระหว่าง แพนด้า 4.0 และ เพนกวิน 3.0 เป็นการทำงานที่ลงสมบูรณ์แบบและสามารถแบนเว็บสแปมได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ, Google Hummingbird ระบบอัลกอริทึมใช้สำหรับตรวจสอบการเชื่อมโยงของลิงค์ภายในของเว็บหลัก (Internal Link) ว่าเว็บไซต์นั้นๆ มีการสร้างลิงค์นำทางผู้ใช้งานได้ถูกต้อง แม่นยำหรือไม่ มีการเชื่อมโยงข้อมูลสอดคล้องกับความต้องการของผู้อ่านหรือไม่ เพื่อจัดอันดับของคุณภาพในส่วนของการนำเสนอข้อมูล, Page Layout Algorithm อัลกอริทึมตัวนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตรวจสอบการจัดวางเลย์เอาท์ของ web ว่าสนับสนุนการใช้งานของผู้อ่านหรือไม่ มีการจัดการระบบโครงสร้างของเว็บไซต์เป็นไปตามหลักมาตรฐานของระบบพื้นฐานหรือไม่ และผู้อ่านสามารถอ่านข้อความหรือเข้าถึงเนื้อหาต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างไร สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นตัวชี้วัดคุณภาพของเว็บนั้นๆ ครับ, Payda Loan Algorithm เป็นระบบอัลกอริทึมใช้สำหรับตรวจสอบเว็บโฆษณาที่ไร้คุณภาพ ที่หลอกหลวง หรือสร้างลิงค์นำทางไปหาหน้าเว็บที่มีบทความไม่สอดคล้องกัน เพื่อวัตถุประสงค์ใดๆ เกี่ยวข้องกับการสร้างรายได้ รวมไปถึงเว็บที่เข้าข่ายกลุ่มบัญชีดำของกูเกิลด้วย และหากตรวจพบก็จะถูกทำโทษทันทีครับ, ซึ่งเราจะเห็นว่าบริษัท Googleได้พยายามพัฒนาระบบ Algorithm ใหม่ๆ เพื่อมาตรวจเช็คและจัดการรูปแบบการทำ SEO ที่ผิดกฎเกณฑ์ของกูเกิล การที่เราโปรโมทเว็บด้วยแนวทางที่ถูกต้อง และเป็นมิตรกับระบบตรวจเช็คของ Google ก็จะสามารถโปรโมทเว็บให้ติดหน้าแรก Google ได้ไม่ยาก สามารถติดอันดับได้ยาวนาน ปลอดภัยครับ

การใช้งานระบบ Social Network มาสนับสนุนทำอันดับ Google ทุกวันนี้ระบบโซเชียลเน็ตเวิร์คได้มามีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมากเกี่ยวกับ Online Marketing ครับ ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน มือถือที่รองรับระบบอินเตอร์เน็ต ได้สมัครใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์คจำนวนมาก และเป็นสังคมบนโลกออนไลน์ขนาดใหญ่ เช่น Facebook , Google Plus , Twitter , Youtube , Line เป็นต้น การนำเอาระบบโซเชียลเน็ตเวิร์คมาช่วยทำ SEO จะทำให้ Website ของเรา สามารถติดอันดับได้ยาวนานมากยิ่งขึ้น เพราะว่าได้แบ็คลิงค์จากเว็บที่มีค่า High Page Authority , High Page Rank , High Domain Authority , High Trust Rank ซึ่งมีความสำคัญในการทำอันดับ และควรใช้ระบบโซเชียลเน็ตเวิร์ค มาเป็นตัวแปรหลักในการทำ SEO โปรโมทเว็บให้ติดอันดับ Google

การเลือกใช้ Keyword ที่ถูกต้อง มีส่วนสำคัญในการทำให้เว็บติดหน้าแรกกูเกิล นอกจากการปรับให้เว็บส่งเสริมปัจจัยทุกด้านเกี่ยวกับ Search Engine Optimization แล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างคือการเลือกใช้คีย์เวิร์ดสัมพันธ์กับคีย์หลักของเว็บเราครับ โดยที่เราต้องทำการวิจัยคีย์เวิร์ด หรือที่เรียกว่า Keyword Research ก่อน เพื่อที่จะสามารถนำ Keyword มาใช้ ได้ถูกต้องกับเว็บหลักของเราครับ โดยใช้เครื่องมือ Google Adwords Keyword Planner เพื่อตรวจสอบปริมาณการค้นหาเฉลี่ยนในแต่ละเดิอร ว่าคีย์เวิร์ดนั้นๆได้รับความสนใจมากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ตามคีย์เวิร์ดที่มีจำนวนคนค้นหามาก ไม่ได้แปลว่าเราจะได้รับผลตอบรับที่ดีเสมอไปครับ เราควรเลือก Keyword ตลาด เมื่อติดอันดับตามคีย์เหล่านี้แล้ว จะได้รับผลตอบรับที่มีประสิทธิภาพ และเว็บใดเว็บหนึ่งไม่ควรทำ SEO ด้วยคีย์เวิร์ดหลักมากกว่า 5 คำในหน้านั้นๆ เพราะจะทำให้อันดับไม่นิ่ง มีอาการแดนซ์ของอันดับเกิดขึ้นได้ หากต้องการใช้ Keyword หลัก สำหรับทำอันดับ Google มากกว่า 5 คำในหนึ่งหน้า ควรปรับให้หน้าเว็บมีเนื้อหาคุณภาพที่ครอบคลุมคีย์เวิร์ดเหล่านั้นทั้งหมดครับ

บอกให้ Google เข้าใจว่าเว็บของเรามีคุณภาพ ด้วยการใช้เครื่องมือสำหรับผู้สร้างเว็บ Google Tools ปัจจุบันกูเกิลได้พัฒนาเครื่องมือสนับสนุนการทำงานของเว็บมาสเตอร์ ให้สามารถเข้าใช้งานฟรี ทั้งนี้ก็เพื่อให้เจ้าของเว็บสามารถบริหารจัดการ Website ของตัวเอง อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เว็บถูกต้องตามกฎและนโนบายของ Google เครื่องมือที่ได้รับความนิยมใช้งาน เช่น Google Webmaster Tools , Google Analytics , Google Adwords Keyword Planner , Googel Adwords Display Planner , Google Page Speed Insights , Google Plus , Youtube และ Blogger เป็นต้น ล้วนเป็นเครื่องมือจำเป็นที่ช่วยให้เราสามารถบริหาร จัดการเว็บให้สนับสนุน Search Engine อย่างมีประสิทธิภาพ หากเราทำ SEO แบบเน้นคุณภาพ การใช้เครื่องมือของ Google จะช่วยให้เราทำอันดับได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เนื่องจากกูเกิลจะแจ้งให้เราทราบโดยตลอดว่า เรากำลังโปรโมทเว็บอยู่บนมาตรฐานของ Googel หรือไม่ และยังแนะนำให้เราปรับให้เว็บให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

การโพสบทความบนเว็บประกาศ Classified Web ห้ามโพสบทความแบบซ้ำๆ หยุดการสร้างเนื้อหาลักษณะ Duplicate Content เพราะนอกจากจะไม่ช่วยทำอันดับแล้ว ยังทำให้ถูกกูเกิลทำโทษ หรือที่เรียกว่า Google Penalty ได้ หากใครที่ต้องการโพสเนื้อหาไปยัง Webboard ควรทำการ Rewrite บทความ หรือเรียบเรียงใหม่ในความเข้าใจของตนเอง ซึ่งจะทำให้บทความที่เราโพสนั้นไม่ซ้ำกับเว็บใดๆ และเป็น Unique Content 100% คนที่ค้นหาข้อมูลผ่าน Search Engine อ่านบทความของเราแล้วได้รับความรู้ ประโยชน์ สามารถนำเอาข้อมูลไปอ้างอิงในเรื่องที่เกี่ยวข้องได้ และเว็บหลักก็จะได้รับคะแนนของแบ็คลิงค์ที่มีคุณภาพ ทำให้สามารถติดอันดับ Google ได้ยาวนาน ปลอดภัย

การทำ SEO ด้วยการสร้างระบบเน็ตเวิร์คส่วนตัว หรือที่เรียกว่า Network ส่วนตัว ในยุค Google เน้นคุณภาพ ควรให้ความสำคัญกับ Unique Content เป็นอันดับแรก ปัจจุบันเรายังสามารถใช้งาน Network ส่วนตัวได้ครับ การที่กูเกิลแบนเน็ตเวิร์คส่วนตัว ส่วนใหญ่จะแบนเพราะบทความไม่มีคุณภาพ มีการใช้ Anchor Text Link แบบสแปมคีย์เวิร์ด และสร้างลิงค์ออกมากเกินไป เว็บเทมเพลต หรือ CMS ที่นิยมนำมาใช้สร้างเป็น Network ส่วนตัว ได้แก่ WordPress , Pligg , SMF Forum เป็นต้น ทั้งนี้ CMS แต่ละตัว ไม่ได้มีโครงสร้างเป็นที่ถูกใจ Google 100% ครับ ยกตัวอย่าง เช่น WordPress จะมีการสร้าง Tags เพื่อดึงเนื้อหามาใช้ใน URL ใหม่ ทำให้มีการ Duplicate Content เกิดขึ้น ภายในบล็อกที่สร้างโดยเวิร์ดเพลส เป็นต้น Pligg Social Bookmark ก็เช่นเดียวกัน มีจุดที่ทางกูเกิลไม่ชอบ เช่น มีการสร้าง Link ออกไปยังเว็บหลักมากเกินไป และเนื้อหาที่ใช้สร้างแบ็คลิงค์ เป็นลักษณะสแปม ทำให้เว็บโซเชียลบุ๊คมาร์คถูกกูเกิลจับตามองเป็นพิเศษ และเสี่ยงต่อการโดนแบนหากไม่เน้นคุณภาพเท่าที่ควร ทั้งนี้เรายังสามารถสร้าง Network ส่วนตัวทำอันดับได้ครับ เพียงแต่ต้องเน้นคุณภาพมากๆ จึงจะสามารถทำอันดับอย่างปลอดภัยครับ

ปัจจัยหลักที่มีผลต่อการทำ SEO อีกปัจจัยหนึ่งก็คือ IP Address ไอพีแอดเดรสเป็นส่วนสำคัญต่อการทำอันดับ Google ค่อนข้างมากครับ เนื่องจากทางทีมงานของกูเกิลได้พัฒนา ปรับปรุงให้ระบบอัลกอริทึมของตนเอง ให้ความสำคัญกับไอพีแอดเดรสท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น เช่น หากเราต้องการโปรโมทเว็บให้ติดหน้าแรก Google Thailand เราก็ควรเลือกใช้งาน Hosting ที่มี IP Address ตั้งอยู่ในประเทศไทย ครับ และหากเป็นไปได้ ควรเน้นให้แบ็คลิงค์ที่เชื่อมโยงหาเว็บหลักเป็นไอพีแอดเดรสอยู่ในประเทศไทยด้วย ซึ่ง เป็นการบอกให้กูเกิลรับรู้ว่า เรากำลังสร้าง Website คุณภาพ ที่มุ่งเน้นให้ผู้อ่านซึ่งเป็นคนไทย เข้าถึงแหล่งข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากจะเลือกโฮสติ้งที่มีค่าไอพีอยู่ในท้องถิ่นที่ต้องการทำอันดับแล้ว เรื่องความเร็วการโหลดหน้าเว็บของโฮสติ้งก็มีผลต่ออันดับด้วยเช่นกันครับ หากเลือกโฮสที่ล่มบ่อย หรือโหลดหน้าเว็บได้ช้า ก็จะทำให้เว็บของเรามีอันดับที่แย่ลงได้ครับ นอกจากนี้ควรตรวจอย่างละเอียดสอบด้วยว่า Host ที่เราใช้บริการอยู่นั้น สนับสนุนภาษาใหม่ๆ ในการพัฒนา Webหรือไม่ ทั้งนี้ก็เพื่อทำให้เว็บของเรามีปัจจัยและสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาเว็บให้สอดคล้องกับความต้องการของระบบ Search Engine

การลงทะเบียน จดโดเมนเนม Domain Name Register มีผลต่อการทำ SEO ด้วย บนโลกออนไลน์มีเว็บไซต์ใหม่เกิดขึ้นมากมายในแต่ละวัน ขณะเดียวกันในแต่ละวันก็มีเว็บที่ปิดตัวลงด้วยเช่นกันครับ การจดโดเมนเนมเป็นขั้นตอนเริ่มแรก ในการทำ SEO ก็ว่าได้ครับ เว็บมาสเตอร์ หรือเจ้าของเว็บไซต์ควรให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งชื่อเว็บ ควรตรวจสอบให้ละเอียด รอบคอบ ก่อนสมัครใช้งาน เพราะว่าบางโดเมนอาจมีประวัติการใช้งานที่ไม่ดี เจ้าของโดเมนก่อนหน้า อาจใช้วิธีสร้างแบ็คลิงค์ผิดหลักของ Google ซึ่งอาจโดนกูเกิลทำโทษ ซึ่ง หากเรานำมาใช้งานก็จะทำให้การทำอันดับยากขึ้น เทคนิคการตั้งชื่อ Web ควรใช้ชื่อที่เป็น Unique จริงๆ ไม่มีใครใช้งานมาก่อนทุกนามสกุล หากตรวจสอบแล้วว่า ชื่อที่เราลงทะเบียนใช้งาน ไม่มีโดเมนนามสกุลไหนใช้มาก่อน ไม่ว่าจะเป็น .com , .net , .org , .co.th , .in.th เป็นต้น หากต้องการให้เว็บสามารถทำอันดับได้ง่ายขึ้น ให้จดโดเมนเนมแบบมี Keyword In Domain อาจจะมีคีย์เวิร์ดหลักอยู่ในชื่อเว็บทุกคำ หรือมีอยู่บางคำก็ได้ครับ กรณีที่ต้องการโปรโมทเว็บด้วยคีย์เวิร์ดไทย สามารถลงทะเบียนใช้งานโดเมนเนมภาษาไทยได้ครับ อย่างไรก็ตามการจดโดเมนเนมแบบภาษาอังกฤษกับแบบภาษาไทย มีจุดเด่น จุดด้อย แตกต่างกัน เช่น ถ้าใช้ชื่อเว็บภาษาอังกฤษจะทำให้คนจดจำได้ง่าย ถ้าใช้เว็บภาษาไทยจะทำให้คนจดจำยาก แต่ช่วยทำให้การทำ SEO ด้วยคีย์เวิร์ดหลักทำได้ง่าย เพราะ Keyword ตรงกับชื่อ Domain สำหรับนักทำ SEO ที่เน้นคุณภาพ สามารถทำอันดับได้ทั้ง 2 รูปแบบในระยะเวลาใกล้เคียงกันครับ

การกระจายคีย์เวิร์ดหลักอย่างเป็นธรรมชาติ หรือที่เรียกว่า Keyword Density มีความจำเป็นต่อการทำอันดับบน Search Engine ไม่ว่าเราจะสร้างบทความบน On Page หรือ Off Page ควรให้ความสำคัญเรื่องของการใช้คีย์เวิร์ดในประโยค บทความ อย่างเหมาะสม ภายในบทความควรมีคีย์เวิร์ดไม่มากเกินไป และไม่น้อยเกินไป ถ้าหากภายในบทความมีการใช้คำที่เป็น Keyword หลักมากๆ Google จะเข้าใจว่าเนื้อหาดังกล่าวเข้าข่ายสแปมได้ครับ อีกหนึ่งตัวอย่าง ถ้าหากภายในบทความมีการใช้คำที่เป็น Keyword หลักน้อยเกินไป แบบนี้ Google ก็จะมองว่าเนื้อหาดังกล่าวไม่มีคุณภาพ สร้างบทความเพื่อหวังผล SEO เป็นต้น การเขียนบทความด้วยการกระจายตำแหน่งของคีย์เวิร์ดอย่างเป็นธรรมชาติ ใช้จำนวนคำที่เหมาะสม จะทำให้เนื้อหาที่เราสร้างขึ้น มีคุณภาพในสายตาของกูเกิลครับ ในทางปฏิบัติแล้ว Google ไม่ได้ระบุไว้ว่าควรใช้ Keyword จำนวนกี่คำต่อบทความ เพราะว่าบทความแต่ละบทความนั้นมีความยาวของเนื้อหาไม่เท่ากัน จึงขึ้นอยู่กับผู้ออกแบบเว็บว่าควรใช้จำนวนคีย์เวิร์ดกระจายใน Content จำนวนเท่าไหร่เพื่อให้ส่งผลลัพธ์ที่ดีในการทำอันดับบน Google Search ในขณะนี้ การทำ SEO ต้องมุ่งเน้นด้านคุณภาพเป็นหลัก จึงจะสามารถทำอันดับได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

การสร้าง Web ให้มีโครงสร้างและเนื้อหารองรับ SEO การทำอันดับบน Google Search ได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ยิ่งนับวันก็ยิ่งมุ่งเน้นด้านคุณภาพมากขึ้น การจะสร้างเว็บไซต์ให้รองรับการเปลี่ยนแปลงของเว็บค้นหาของ Google จำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยรอบด้านเกี่ยวกับภาพรวมของ Website ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ Web Structure การปรับให้เว็บไซต์มีโครงสร้างที่ดีสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งข้อมูลคุณภาพ Web Content การสร้างบทความคุณภาพเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน การตรวจสอบความถูกต้องของภาษาที่ใช้เขียนเว็บ และการใช้งาน Tags คำสั่งได้อย่างถูกต้องตามหลักการเขียนเว็บไซต์ การปรับให้ Website สนับสนุนการทำ SEO มีความสำคัญมากในการโปรโมทเว็บให้ติดอันดับ Google เพราะว่าหากเว็บไม่มีคุณภาพในสายตาของกูเกิล การทำอันดับให้ขึ้นไปสู่อันดับต้นๆ ของผลการค้นหาจะทำได้ยากมากครับ สรุปคือ ถ้าเราต้องการทำ SEO ให้ติดอันดับตาม Keywords หลักของเว็บไซต์ ต้องคำนึงถึงคุณภาพของของ Website เป็นลำดับแรกครับ เนื่องจากเป็นตัวแปรสำคัญในการโปรโมทเว็บให้ติดอันดับ Google ตามระบบการจัดอันดับของกูเกิล

การสมัครใช้งาน Sitemap.xml เพื่อแจ้งให้กูเกิลทราบว่า เรามีจำนวนหน้าเว็บไซต์ที่ต้องการให้ Googlebot มาเก็บข้อมูลนำไป Cache ในระบบค้นหาของ Search Engine โดยปกติแล้วหากเราทำการสร้าง Link จากเว็บที่มีจำนวนคนเข้าชมมากๆ แล้วเชื่อมโยงมายังเว็บหลัก บอทก็จะไต่ตามลิงค์มาเก็บข้อมูลของเราไปเก็บไว้ในระบบค้นหาของกูเกิล ยิ่งเว็บมีการอัพเดทบ่อยๆ บอทก็จะยิ่งชอบมาเก็บข้อมูลสม่ำเสมอขึ้นตามไปด้วย ทำให้เว็บไซต์ของเรามีจำนวนหน้าที่ Index บนผลการค้นหาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังส่งผลให้ผู้ค้นหาข้อมูลสามารถเข้าสู่เว็บของเราผ่านทาง Google Referral มากขึ้น ซึ่งเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สนับสนุนต่อการทำ SEO ให้ติดอันดับ Google อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้เรายังสามารถใช้บริการ Ping Services เพื่อให้ Bot มาเก็บข้อมูลของเราได้ครับ อย่างไรก็ตาม การใช้ Sitemap.xml ส่งให้กูเกิลมาตรวจเช็คหน้าเว็บของเรา เป็นวิธีที่ดีที่สุดครับ

การตั้งค่า Meta Tags ให้ Google Search เข้าใจว่าเว็บของเรามีบทความเกี่ยวกับอะไร และมีคีย์เวิร์ดหลักจำนวนกี่คีย์เวิร์ด อธิบายบทความแบบย่อของเว็บว่านำเสนอเกี่ยวกับเรื่องใด เป็นสิ่งที่สำคัญต่อการทำอันดับ SEO เป็นอย่างมากครับ Tags คำสั่งที่ต้องปรับเป็นอันดับแรก คือ Title Tag , Meta Description Tag และ Meta Keywords Tag คำสั่งเหล่านี้จะถูกกำหนดไว้ในส่วนของ Web Header ต้องกำหนดทุกครั้งในการสร้างเว็บไซต์ครับ เทคนิคในการตั้งค่า Title ของเว็บ คือ การเลือกใช้คำ หรือประโยค ที่น่าสนใจ อ่านแล้วอยากจะเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมต่อ หรือสร้างประโยคที่สามารถจดจำได้ง่าย ด้วยการใช้คีย์เวิร์ดที่สอดคล้องกัน และไม่ควรกำหนด Keyword ที่ซ็ำกันภายใน Title เพราะระบบ Algorithm ของกูเกิลอาจมองว่าเป็นการสแปมได้ ลำดับความสำคัญของคีย์เวิร์ดเรียงลำดับจากทางด้านซ้ายไปทางด้านขาวมือ ถ้าเราต้องการเน้น Keyword ใดเป็นพิเศษ ก็ให้นำคำหรือคีย์เวิร์ดอยู่ด้านหน้าของประโยค เว็บไซต์หน้าหนึ่งไม่ควรใช้ Keyword เกิน 5 คำ เพราะว่าจะทำให้เมื่อเว็บติดหน้าแรก Google แล้ว อับดับจะไม่นิ่ง อาจมีอาการสวิง ขึ้นลงของอันดับได้

การปรับให้เว็บรองรับ SEO ด้วยการปรับเว็บให้รองรับ SEO Friendly URL นอกจากเรื่องของคีย์เวิร์ดในโดเมนเนมจะเป็นปัจจัยรองรับการทำอับดับและช่วยให้การทำ SEO มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นแล้ว การปรับให้ Website ของเรามี URL เป็นมิตรกับ SEO จะช่วยทำให้เว็บไซต์ของเราสามารถทำอันดับได้ง่ายขึ้นครับ เนื่องจากหน้าย่อยของเว็บหลักจะสามารถติดอันดับต้นๆ ของผลการค้นหา ใน Keyword ที่มีการแข่งขันกันต่ำ – ปานกลาง ช่วยทำให้มีปริมาณคนเข้าเว็บมากยิ่งขึ้น และได้รับค่า Google Refferal เพิ่มขึ้น เพราะผู้ใช้งานสามารถค้นพบหน้าเว็บของเรา ผ่านผลการค้นหาของ Google Search การที่มีคนเข้ามาอ่านหน้าเว็บอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลให้เว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือในมุมมองของกูเกิล หรือที่เรียกว่า High Page Authority นั่นเองครับ อย่างที่ผมได้เคยอธิบายไว้ข้างต้นว่า ปัจจุบันหากเว็บเรามีบทความคุณภาพสำหรับผู้อ่าน ก็สามารถทำอันดับบน Search Engine ได้ง่ายๆครับ

ปัจจัยในการทำอันดับด้วย Search Frequency เรียกอีกอย่างว่า Google Search CTR เป็นการโปรโมทเว็บด้วยการเน้นให้คนจดจำในแบรนด์ หรือโดเมนเนม มากกว่าการทำอันดับเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้มีการสร้างบทความคุณภาพที่มีการอัพเดทบทความอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้อ่านที่เคยเข้ามาเยี่ยมชมเว็บ กลับเข้ามาอ่านรายละเอียดของบทความคุณภาพอีกครั้ง ผ่านการเข้าสู่เว็บไซต์โดยตรง หรือ เข้าสู่เว็บโดยการค้นหาผ่านทาง Search Engine และมีการคลิกเข้าชมเว็บไซต์จากผลการค้นหา Search Engine Result Pages ซึ่งจะช่วยทำให้สถิติของเว็บเราในเครื่องมือจัดการเว็บไซต์ Google Webmaster Tools ในส่วนของค่า CTR และ จำนวนการ Click ที่สูงขึ้น ปัจจัยเหล่านี้มีมาพร้อมกับการเปิดให้ใช้งาน Webmaster Toosl แสดงให้เห็นว่ากูเกิลให้ความสำคัญกับตัวแปรเหล่านี้เป็นอย่างมาก อีกทั้งยังทำให้เว็บของเรามีความน่าเชื่อถือในมุมมองของ Google อีกด้วยครับ และค่าคะแนนตัวแปรเกี่ยวกับ Google Search CTR และ Click CTR ยังส่งผลให้เว็บไซต์มีอันดับมีความเสถียรและสามารถติดอันดับได้ยาวนาน แม้ว่าจะมีจำนวนแบ็คลิงค์ไม่มากก็ตาม แสดงให้เห็นว่ากูเกิลให้ความสำคัญกับ Unique Content ที่ผู้อ่านชอบ และคนก็เป็นตัวแปรวัดคุณภาพของเว็บบน Google Search อีกด้วยครับ

การอัพเดทบทความสม่ำเสมอ Update Content Frequency นับว่าเป็นอีกปัจจัยหลักที่ช่วยทำให้เว็บของเรา ติดอันดับ Google ได้รวดเร็วและยั่งยืนมากขึ้น แม้ว่าเราจะสร้าง Website ที่มีคุณภาพ แต่หากขาดการอัพเดทบทความภายในเว็บ ทำให้ข้อมูลไม่มีการเปลี่ยนแปลง ผู้อ่านที่ติดตามอ่านบทความก็จะไม่สามารถอ่านเนื้อหาใหม่ๆ ได้ ทำให้จำนวนคนเข้าเว็บลดน้อยลง Unique IP Traffics ลดน้อยตามไปด้วย ทำให้การทำ SEO มีประสิทธิภาพลดลง การเพิ่มเนื้อหาใหม่ๆ และมีข้อมูลสอดคล้องกับ Keyword หลักของเว็บไซต์ มีส่วนสำคัญเป็นอย่างมาก Google ต้องการให้เจ้าของเว็บ หรือเว็บมาสเตอร์ สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ค้นหา นอกจากบทความที่เขียนขึ้นจะเป็นมิตรกับผู้อ่านแล้ว ยังต้องมีการอัพเดทบทความบ่อยๆ สม่ำเสมอ Googlebot ก็จะมาเก็บข้อมูลนำไป Index บนผลการค้นหาของ Search Engine และนอกจากนี้ Cache ของเว็บไซต์ก็จะมีการอัพเดทสม่ำเสมออีกด้วย แม้ว่ามันจะเป็นเรื่อง Badic สำหรับการโปรโมทเว็บให้ติดหน้าแรก Google แต่มีประโยชน์มากๆ ไม่น้อยไปกว่าปัจจัยหลักด้านอื่นๆ เลยครับ ลองสังเกตุเว็บไซต์ที่มีการอัพเดทบทความสม่ำเสมอ กับเว็บไซต์ที่ไม่มีการอัพเดทบทความ จะเห็นชัดเจนว่าในระยะยาว เว็บที่มีการอัพเดทบทความสม่ำเสมอ จะมีอันดับที่ดีกว่าและเสถียรกว่าครับ

ปัจจัยหลักในการโปรโมทเว็บ Promote Web Factors ให้ติดอันดับ Google อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะนี้การทำ SEO ยากมากขึ้นครับ ไม่ว่าจะทำ SEO ด้วยรูปแบบใดก็ตาม เนื่องจาก Timeline ในการจัดอันดับของ Google ต้องใช้ระยะเวลามากยิ่งขึ้น กูเกิลใช้ระยะเวลาการตรวจสอบเว็บไซต์ และคำนวณคะแนนในการจัดอันดับยาวนานมากยิ่งขึ้น ทำให้การทำ SEO ยุคที่เน้นคุณภาพอย่างแท้จริง จึงต้องใช้ระยะเวลาในการทำอันดับยาวนานขึ้นครับ อย่างไรก็ตามการทำอันดับบน Search Engine ในปัจจุบันนี้ ไม่ได้ใช้ปัจจัยเพียงแค่ Backlink มาตัดสินอันดับอย่างเดียว มีปัจจัยในการให้คะแนนเพิ่มขึ้นมากมายครับ อย่างไรก็ตามแบ็คลิงค์ก็ยังมีความสำคัญอยู่ แต่เราก็สามารถทำให้เว็บติดอันดับต้นๆ ของผลการค้นหาได้ โดยที่ไม่ต้องใช้ปริมาณของแบ็คลิงค์มากเหมือนสมัยก่อนครับ เพียงแต่เราต้อนเน้นคำว่าคุณภาพมากยิ่งขึ้น การสร้างลิงค์ในยุคนี้ต้องให้ความสำคัญกับผู้อ่านมากที่สุด ควรสร้างบทความ Off Page ที่ส่งเสริมผู้อ่าน ทุก Link ที่เราสร้างขึ้นจะต้องเป็นลิงค์ที่มาจากเนื้อหาคุณภาพจริงๆ คนเข้าไปอ่านบทความเหล่านั้นแล้วได้รับความรู้จริงๆ พยายามสร้างเนื้อหาให้สอดคล้องกับเว็บหลักให้มากที่สุด และมีรายละเอียดที่คลอบคลุมมากที่สุด และควรเขียนบทความของ Off Page ด้วยเว็บที่มี Platform แตกต่างกัน มีความโดดเด่นในการนำเสนอข้อมูลต่อผู้อ่าน ทุกบล็อกที่เขียนหรือสร้างขึ้น ต้องเชื่่อมโยงไปหากเว็บหลักอย่างเป็นธรรมชาติ ให้ความสำคัญ ใส่ใจ ในรายละเอียดของเนื้อหา มากกว่าอันดับบน Search Engine หากดำเนินการดังนี้ได้ Website ของคุณก็สามารถติดอันดับต้นๆ ของผลการค้นหาได้ไม่ยากครับ

ปัจจัยสร้างความแรงให้แบ็คลิงค์ Keyword In External Links ผมมั่นใจว่ามีนักทำ SEO หลายคนที่สร้างลิงค์โดยไม่ได้ใส่ใจกับจำนวนคีย์เวิร์ดที่อยู่ในบทความของ Off Page คิดเพียงแต่ว่า สร้าง Anchor Text Link เชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์หลัก และเน้นคีย์เวิร์ดหลัก 2 – 3 ตำแหน่ง แม้ว่ามันสามารถทำอันดับได้ แต่หาก Google มาตรวจสอบอย่างละเอียด ก็มีสิทธิ์โดนกูเกิลทำโทษได้ครับ เนื่องจากบทความคุณภาพส่วนมากจะมีการกระจาย Keyword อย่างเป็นธรรมชาติ โดยมีคีย์เวิร์ดหลักมากกว่า 5 – 10 คำ ในแต่ละบทความ กูเกิลมีระบบตรวจเช็คคุณภาพของเนื้อหา ว่าบทความนั้นมีคุณภาพมากน้อยขนาดไหน และมีประโยชน์ต่อผู้อ่านหรือไม่ โดยการตรวจสอบจาก Google Panda 4.0 และ Googe Penguin 2.1 โดยทำงานร่วมกับ Panda 4.0 จะตรวจเช็คคุณภาพของบทความ ส่วน Penguin 2.1 จะตรวจเช็ครูปแบบการสร้างลิงค์ไปหาเว็บหลัก และบทความที่เขียนควรสร้างจากการศึกษา เรียนรู้ เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ เพราะไม่ใช่แค่ในบทความมีคีย์เวิร์ดหลักในจำนวนที่เหมาะสมอย่างเดียวเท่านั้น เนื้อหาโดยรวมควรมีศัพท์เทคนิค ประโยค ที่แสดงถึงคุณภาพของเนื้อหาอีกด้วยครับ หากท่านเขียนบทความคุณภาพจากการศึกษา ค้นคว้า ทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ รับประกันได้ว่าแถบไม่ต้องสนใจว่าในบทความที่สร้างขึ้นนั้น จะมีปริมาณ Keyword หลักเท่าไหร่ เพราะว่าเนื้อหานั้นจะสอดคล้อง เหมาะสมกับการเขียนบทความที่ดีโดยอัตโนมัติ เทคนิคที่น่าสนใจ คือ การที่เราอ่านบทความจากเว็บอื่น หลายๆ เว็บ แล้วมาดำเนินการเรียบเรียง หรือเขียนขึ้นใหม่ในความเข้าใจของเรา รับประกันได้ว่า บทความที่เขียนขึ้นนั้น จะมีคุณภาพในมุมมองของ Google 100% ครับ และแนวทางการสร้าง Off Page Link ด้วยการให้ความสำคัญกับบทความบนเว็บ Off Page จะช่วยทำให้เราสามารถทำอันดับ Google ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และสามารถติดอันดับยาวนาน และยั่งยืนครับ

วิธีสร้างเครือข่ายแบ็คลิงค์คุณภาพ Quality Link Network ผมคิดว่าการทำ SEO ใน Keyword ที่มีการแข่งขันกันสูงๆ High Competition Keyword นั้น เป็นไปได้ยากที่ผู้รับทำ SEO หรือนักทำ SEO ด้วยตัวเอง จะไม่ใช้เน็ตเวิร์คส่วนตัวสร้างลิงค์ไปยังเว็บหลัก ไม่ใช่ว่าแบ็คลิงค์จากเว็บประกาศ และเว็บบอร์ดไม่สามารถดันอันดับได้ ผมขออธิบายให้ผู้อ่านทุกท่านทราบว่า Link ที่เชื่อมโยงมาจากเว็บประกาศ เว็บบอร์ด บล็อกฟรี สามารถทำอันดับได้จริงครับ เพียงแต่เราต้องเขียนบทความคุณภาพจริงๆ หลังจากนั้นทำการสร้าง Anchor Text Link กลับไปยังเว็บหลัก แนะนำให้เขียนบทความคุณภาพเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน บน Off Page Site ที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับเว็บหลัก อย่าพยายามใช้วิธีที่ผิดกฎของ Google เช่น ใช้ระบบสปินบทความด้อยคุณภาพ หรือการคัดลอกข่าวจากเว็บอื่นแล้วแทรกลิงค์เข้าไปในบทความ สิ่งเหล่านี้ควรหลีกเลี่ยง เหตุผลคือได้ไม่คุ้มเสีย หาก Google ตรวจสอบพบ โดนทำโทษทั้งเว็บหลักและเน็ตเวิร์คส่วนตัวครับ การสร้างบล็อกเน็ตเวิร์คคุณภาพ ควรคำนึงถึงผู้อ่านเป็นอันดับแรก หากคุณมีความต้องการใช้ความแรงของเน็ตเวิร์คทำอันดับบน Google Search ต้องกำหนดให้ทุกโพสของเน็ตเวิร์คมุ่งเน้นเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งเท่านั้น กล่าวคือ ต้องสร้างเป็น SEO Network เฉพาะด้าน เช่น ถ้าเราเขียนบทความเกี่ยวกับ Internet Marketing ก็ต้องนำเสนอเกี่ยวกับ IM เท่านั้น จึงจะทำให้เราได้รับคะแนนจาก Backlink ที่มีความน่าเชื่อถือสูง และอย่าพยายามใช้เทคนิคสแปมคีย์เวิร์ด หรือคัดลอกบทความจากเว็บอื่นมาใช้งาน ควรเขียนเนื้อหาขึ้นมาด้วยตัวเอง และการใช้งานระบบ Social Network มาใช้งานร่วมกับ Blog Netwrok ก็จะยิ่งสร้างความแรงให้กับฐานของแบ็คลิงค์อีกด้วยครับ อีกเคล็ดลับหนึ่ง คือ การใช้เทคนิคสร้างลิงค์เชื่อมโยงแบบปีรามิดลิงค์ จะยิ่งเพิ่มความแรงของ Off Page Link ขึ้นไปอีกครับ แต่ควรให้ความสำคัญในเรื่องของบทความให้มีคุณภาพมากๆ เพราะหากบทความที่นำมาใช้ไม่มีคุณภาพ เป็นบทความที่ซ้ำกับเว็บอื่น จะถูกทำโทษจากระบบอัลกอริทึมของกูเกิล อย่างแน่นอนครับ การโปรโมทเว็บติดหน้าแรก Google ต้องคำนึงถึงอันดับในระยะยาว มากกว่าการติดหน้าแรกในช่วงระยะเวลาสั้นๆ นอกจากนี้แล้ว จำนวนของแบ็คลิงค์ หรือที่เรียกว่า Number of Backlinks เป็นปัจจัยหลักในการทำ SEO ซึ่งหากสร้างเนื้อหาคุณภาพแล้วเว็บของคุณยังไม่ติดอันดับต้นๆ แสดงว่าปริมาณของลิงค์น้อยเกินไปครับ ข้อควรระวังอีกประการหนึ่ง คือ อย่าให้จำนวนของแบ็คลิงค์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ใน Google Webmaster Tools สรุปว่าเจ้าของเว็บควรพยายามสร้างฐานแบ็คลิงค์คุณภาพให้เป็นธรรมชาติมากที่สุดครับ





Leave a Reply